แกต้องแต่งงานกับหนูนุช สิงหภาณุถึงจะกลับมายืนได้อีกครั้ง! หึ! ถ้าต้องขายชีวิตตัวเองเพื่ออำนาจ ผมยอมให้สิงหภาณุล่มสลายไปพร้อมผมซะยังดีกว่า!!!
รัก,ชาย-หญิง,ดราม่า,ข้ามเวลา,ไทย,คลั่งรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หนึ่งห้วงคะนึงหาแกต้องแต่งงานกับหนูนุช สิงหภาณุถึงจะกลับมายืนได้อีกครั้ง! หึ! ถ้าต้องขายชีวิตตัวเองเพื่ออำนาจ ผมยอมให้สิงหภาณุล่มสลายไปพร้อมผมซะยังดีกว่า!!!
หนึ่งห้วงคะนึงหา
เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวของ
หม่อมราชวงศ์เตชินทร์ สิงหภาณุ หรือ นายพลเตชินทร์ สิงหภาณุ ( เพลิง )
อายุ : 38 ปี
ทายาทสายหลักของตระกูลสิงหภาณุ ที่เหลือเพียงชื่อและเกียรติยศยอมปลอมที่กำลังจะดับสูญ
บุคลิก
- สุขุม นิ่ง พูดน้อย แต่มักจะปากร้ายกับนางเอก
- เด็ดขาดและใจร้อน เมื่ิอมีคนพูดถึงครอบครัว
- รักศักดิ์ศรีมาก ไม่ยอมก้มหัวใครง่ายๆ และไม่ชอบให้ใครสงสาร
- ไม่เชื่อเรื่องความรักและการแต่งงาน
ภายนอกของเขาดูเหมือนเป็นคนเย็นชา แต่จริงๆ เขาแบกความแค้นและความสูญเสียเอาไว้เต็มหัวใจ เขาเป็นคนไม่รักตัวเอง เพราะชีวิตที่เหลือของเขามีเอาไว้เพื่อทวงคืนความจริงให้ครอบครัวเท่านั้น
ปมใหญ่ที่สุดของเขา
พ่อถูกใส่ร้าย แม่ตรอมใจตาย ตระกูลสิงหภาณุถูกทำลายชื่อเสียงและอำนาจ เขาจึงต้องพยายามกอบกู้ทุกอย่างกลับคืนมาด้วยตัวเขาเอง….
หม่อมราชวงศ์ มารศรี สิงหภาณุ
สถานะ : ผู้ใหญ่คนสุดท้ายของตระกูล
เป็นคนที่เลี้ยงดู “ เพลิง” หลังจากครอบครัวพังทลาย
บุคลิก
- ฉลาด
- สุขุม
- มองการณ์ไกล
- รักหลานมาก แต่มักจะบังคับให้หลานชายเพียงคนเดียวอยู่ใต้บัญชาของเขาตลอดเวลา
หม่อมย่าศรี แม้รักเพลิงมาก แต่จริงๆ แล้วเธอรักชื่อเสียงและเกียรติยศของตระกูลมากกว่าความรู้สึกหลาน เธอจึงพยายามให้เพลิงแต่งงานกับ…นุชบา
นุชบา ( น้องนุช )
ลูกสาวนักการเมืองชื่อดัง
ภายนอกคือหญิงสาวตระกูลสูง มีทั้งเงิน อำนาจและเส้นสาย แต่เบื้องหลังครอบครัวกลับเต็มไปด้วย การแก่งแย่ง การต่อรอง ผลประโยชน์และความเน่าเฟะ
นลิน หรือ บัว
ตัวตนเดิม นลิน
อายุ : 26 ปี
นลิน เซลล์ขายบ้านมือทองจากยุคปัจจุบัน ฉลาด เอาตัวรอดเก่ง เป็นคนทำงานเก่งและไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนเวลามาอยู่ในร่างของ บัว..
ตัวตนใหม่ บัว
อายุ : 26 ปี
เด็กสาวที่อ่อนแอ จากครอบครัวที่ยากจน ถูกพ่อที่ติดการพนันส่งตัวไปขายที่ซ่อง บัวคนเดิมเป็นคนไม่สู้คน แต่บัดนี้คนที่อยู่ในร่างบัว คือ นลิน
ร่างกายบัว แต่จิตใจและความรู้สึกเป็นนลิน แน่นอนเธอไม่มีวันยอมรับขะตากรรมนี้เด็ดขาด….
นลินในร่างบัว มีทางเลือกเดียวคือ หนีออกจากซ่อง และในช่วงเวลาที่เธอกำลังหนีเอาชีวิตรอด เธอกลับวิ่งออกมาขวางหน้ารถของชายคนหนึ่ง เขาเบรกรถอย่างกะทันหันด้วยความฉุนเฉียว และคำแรกที่เขาพูดกับเธอคือ…
อยากตายรีไง!!
เปิดตอนที่หนึ่ง วันที่ 29 สิงหาคม 2569 นะคะ
ฝากเป็นกำลังใจให้ไรซ์ด้วยนะคะ
ณ วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
บรรยากาศโศกเศร้าในงานศพของนลิน ถูกพราวฟ้าจัดการให้อย่างงดงามราวกับเทพนิยาย เธอตั้งใจจัดขึ้นเพื่อให้เพื่อนรักของเธอจะได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ พราวฟ้านั่งมองภาพหน้าศพของนลินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของคราบน้ำตา
“ ยัยลิน…แกดูสิ งานศพแกสวยไหม ฉันตั้งใจทำให้แกเลยนะ ส่วนบ้านหลังนั้นฉันจะคอยจ้างคนไปทำความสะอาดไว้ให้แกนะ ”เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “ แกไม่ต้องเป็นห่วงล่ะ ฉันจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีแทนแกเอง…” พราวฟ้าพูดพึมพำกับรูปของนลิน
ยิ่งเธอพูดมากเท่าไหร่ความโศกเศร้าของเธอก็ยิ่งเพิ่มขึ้น น้ำตาของเธอเอ่อล้นออกมาจากดวงตาที่แดงก่ำและบวมปูด จากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดหลายคืน เธอพยายามกลั้นความรู้สึกโศกเศร้านั้นเอาไว้ เพราะไม่อยากให้นลิน ต้องเป็นห่วงเธอ
เมื่อครั้งที่นลินยังมีชีวิต นลินมักจะคอยดูแลและเป็นห่วงเธอมากที่สุดเสมอ นลินเป็นทั้งเพื่อน และพี่สาวให้พราวฟ้ามาโดยตลอด ความผูกพันธ์นี้ยิ่งทำให้พราวฟ้ายิ่งคิดถึงเพื่อนรักอย่างจับใจ
“ นลิน…..ฉันคิดถึงแกเหลือเกิน คิดถึงจนใจจะขาดแล้วนะ ฉันขอโทษที่ฉันเข้มแข็งไม่ได้เหมือนแก แต่ต่อไปฉันจะพยายามเข้มแข็งให้ได้เหมือนแกนะ ” พราวฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือระคนปนเสียงสะอื้น….
ณ ซ่องโสเภณีที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น
ท่ามกลางเสียงเอ๊ะอะ ของสตรีมากมาย ที่รุมล้อมร่างของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้เล็กๆ ในห้องแคบๆ
“ ตื่นแล้วๆ…คุณแม่นังบัวตื่นแล้วค่ะ ” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งรีบตะโกนบอกผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก
นลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ภายในห้องเป็นเพียงห้องแคบๆ และมีแค่แสงไฟสลัวๆ เท่านั้น รอบข้างเธอมีหญิงสาวหลายคนในเสื้อผ้าอาภรณ์สีสันฉูดฉาน แต่งหน้าจัด ทาปากแดง
“ ที่นี่….คือที่ไหนคะ ” น้ำเสียงแหบแห้งของเธอเอ่ยถามผู้หญิงเหล่านั้น
“ เอ้าอีนี่..นี่แกตกน้ำจนความจำเสื่อมเลยหรอย๊ะ นี่ก็ห้องแกไง ” เสียงแหลมของหญิงวันสาวแรกรุ่นคนหนึ่งเอ่ยกับเธอ เธอคือ จำปา โสเภณีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของซ่องนั้น
นลินบิกตากว้าง แต่กลับเต็มไปด้วยความสับสน
“ แล้ว…ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงหรอคะ ” นลินเอ่ยถามหญิงสาวแรกรุ่นคนนั้น
เหล่าหญิงสาวได้แต่หันมองหน้ากัน ด้วยใบหน้าฉงนสงสัย
“ เอ้า!!…นังบัว นี่แกจำไม่ได้จริงๆ หรอ ก็เมื่อเดือนก่อน พ่อแกเอาแกมาขายที่นี่ แล้วเมื่อวานแกต้องรับแขกครั้งแรก แกไม่อยากรับแขก เลยวิ่งหนีตะเหลิดจนตกน้ำตกท่าไปยังไงล่ะ โชคดีนะที่รอดมาได้เนี่ย ”หญิงสาวอธิบายให้นลินฟัง
“ เห้อ…ถ้าเอ็งไม่เป็นอะไรแล้ว ก็พักผ่อนก่อนเถอะ ช่วงนี้ฉันจะบอกว่าเอ็งยังรับแขกไม่ได้ไปก่อน ” เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “ พวกเอ็งก็ไปได้แล้ว แขกเหรื่อมากันมากโขแล้ว ให้นังบัวมันพักผ่อนไป ”
“ จ้า..คุณแม่ ” หญิงสาวแรกรุ่นเหล่านั้นรับคำพรางเดินออกจากห้องของบัวไป
นลินกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่ทั้งชื้นและอึดอัดจนบอกไม่ถูก ก่อนเธอจะเหลือบไปเห็นใบหน้าและร่างที่ไม่ใช่ของตัวเอง ในกระจกบานเล็กที่ติดอยู่ที่ผนังห้อง
“ นี่!!..ฉันมาอยู่ในร่างของใครกัน หรือว่าฉันฝันไป ไม่สิฉันจำได้ว่าฉันตกลงไปในบ่อบัวหน้าบ้านหลังนั้นนี่นา แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ” ความรู้สึกสับสนอัดแน่นเต็มหัวใจของเธอ เธอพยายามทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่ตัวเองกำลังประสบอยู่ในเวลานี้
“ เป็นไปไม่ได้…หรือว่าฉันย้อนเวลามากันนะ แย่ล่ะสิ ดูจากการแต่งตัวของผู้หญิงพวกนั้น และคำพูดว่า รับแขก ที่นี่ต้องไม่ใช่สถานที่ที่ดีแน่ๆ ” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะยันร่างบอบบางของบัวให้ลุกขึ้น
เธอเดินไปชะโงกที่หน้าต่าง ก่อนจะต้องอึ้ง เพราะรอบข้างนั้นกลับเต็มไปด้วยบ่อจระเข้ ที่ซ่องนี้เลี้ยงไว้เพื่อป้องกันเหล่าหญิงโสเภณีหลบหนี นลินในร่างบัวจึงได้แต่กลับมานั่งที่เตียง ภายในใจเธออ้างว้างว่างเปล่า เธอได้แต่คิดถึงพราวฟ้า เพื่อนรักของเธอ
“ ยัยฟ้า…ฉันคิดถึงแกจัง ฉันจะกลับไปหาแกได้อีกไหมนะ ”
ในขณะนั้นก็มีหญิงสาวสองคนหนึ่งเดินผ่านหน้าห้องเธอ
“ นี่แกช่วยออกไปส่งจดหมายให้คุณแม่หน่อยสิ ฉันต้องไปรับแขกน่ะ ”
“ ฉันก็ต้องรับแขกของฉันเหมือนกัน แกไปหาคนอื่นเถอะ ”
นลินได้ยินทั้งสองคนเถียงกัน จึงคิดวิธีหนีออกจากที่นี่ได้ เธอจึงรีบพุ่งพรวดออกมาจากห้องทันที
“ เดี๋ยวฉันไปส่งให้เองก็ได้ ยังไงฉันก็ไม่ได้รับแขกอยู่แล้วน่ะ ” นลินรีบอาสา
ทั้งสองคนมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ แต่แกพึ่งฟื้นไข้นะ แกไหวหรอบัว ”
นลินพยักหน้า
“ ไหวสิ ฉันดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ นอนอยู่แต่ในห้องฉันอึดอัดน่ะ ” นลินรีบพูดทันที
แววตาของนลินเป็นประกายขึ้นมาในทันที ด้วยบัวในอดีตเป็นคนอ่อนแอ ขี้กลัว กอปรครั้งที่แล้วเธอเคยเกือบตายเพราะการหนีมาแล้ว คราวนี้จึงไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะกล้าหนีไปอีก หญิงสาวจึงยื่นซองจดหมายให้เธอ อย่างไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย
“ ออกไปทางประตูหลังนะ แล้วก็เดินตามทางไป ” หญิงสาวคนนั้นบอกช่องทางลับออกจากซ่องให้เธอทันที “ รีบไปรีบกลับล่ะ ” หญิงสาวกำชับเธอ
“ อื้ม…ฉันจะรีบไปรีบกลับ ” นลินในร่างบัวรีบตอบรับคำของหญิงสาวทันที ก่อนจะค่อยๆ เดินไปตามทางที่หญิงสาวคนนั้นบอก
เวลานี้เป็นเวลาโผล้เผล้แล้ว ท้องฟ้าในตอนนั้นเริ่มอับแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทางเดินทางประตูหลังมีเพียงเส้นทางเล็กๆ ที่เหล่าโสเภณีใช้ออกไปส่งจดหมายถึงครอบครัวที่อยู่ข้างนอก นลินเดินไปตามทางนั้น ไม่นานนักเธอก็มองเห็นแสงไฟสลัวจากบ้านเรือนผู้คน ที่ต่างพากันปิดบ้านจนหมดแล้ว เธอเดินไปเจอกับตู้ใส่จดหมายใบใหญ่ ก่อนจะหยอดจดหมายนั้นตามที่ได้รับปากไว้…
“ เห้อ…แล้วฉันจะไปทางไหนต่อล่ะที่นี้ ” นลินในร่างบัวมองไปรอบๆ เธอไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหนต่อ เธอจึงเดินไปเรื่อยๆ อย่างคนที่ไร้ซึ้งจุดหมายปลายทาง
ในขณะนั้นเอง ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินถือข้าวขึ้นมาที่ห้องของบัว และเธอก็ต้องชะงัก เพราะภายในห้องว่างเปล่าที่ไร้แม้แต่เงาของบัว
“ คุณแม่!!!…แย่แล้วจ่ะ นังบัวไม่อยู่ในห้อง ” หญิงสาววิ่งหน้าตื่นมาบอก สายหยุด
สายหยุด คือ แม่เล้าที่คอยดูแลเหล่าโสเภณีตามคำสั่งของผู้มีอิทธิพลที่อยู่บื้องหลังซ่องสกปรกนี้ หรือที่ทุกคนเรียกว่า คุณแม่
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น ก็รีบหันหน้าไปหาจำปา ก่อนจะหันไปหาเด็กสาวที่มาบอกข่าว
“ นี่!! เอ็งพูดเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวพวกมันก็ได้ยินกันหมดหรอก ”
แต่เหล่าชายฉกรรณ์ที่คอยยืนตรวจตรากลับได้ยินประโยคนั้นเข้าเต็มๆ และบัวก็คือคนที่ ท่านนิพนธ์ นักการเมืองชื่อดังที่เบื้องหลังคือเจ้าของซ่องแห่งนี้ ต้องการใช้หาเงินมากที่สุด
“ เมื่อกี้มึงว่ายังไงนะ อีบัวหายไปอย่างนั้นหรอ!! ” ลูกน้องคนสนิทที่ท่านนิพนธ์ไว้ใจที่สุดพูดด้วยน้ำเสียงเกรี๊ยวกราด แววตาของเขาอำมหิตน่ากลัวจนหญิงสาวคนนั้นตัวสั่นเทาราวลูกนกที่กำลังหวาดกลัว “ พวกมึง ออกไปหาอีบัวให้เจอ เร็ว!! มันคงยังไปได้ไม่ไกลนักหรอก ” เขารีบสั่งชายฉกรรณ์รูปร่างใหญ่โตราวกับยักษ์ปักษ์หลั่นให้ออกไปตามหาบัว
“ ให้พวกฉันไปช่วยตามหาอีกแรงเถอะจ่ะ พ่อโชษ ฉันพอรู้ว่านังบัวมันจะไปทางไหนได้บ้าง” สายหยุดรีบเอ่ยขึ้น
โชษ ลูกน้องคนสนิทของท่านนิพนธ์ มองหน้าสายหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
“ งั้นพวกมึงก็รีบไปเลย ถ้าหาอีบัวไม่เจอ ท่านนิพนธ์เอาพวกมึงตายแน่!! ” โชษขู่ทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงกร้าว
“ จ่ะๆ พ่อโชษ ” สายหยุดหันไปหาจำปา “ ไป นางจำปาเอ็งไปกับฉัน ”