คนอื่นเขาย้อนกลับมาแก้ไขอดีต แต่เธอต้องมาป้องกันอนาคต แล้วไหนจะมีเจ้านกเค้าแมวค่อยเป็นพี่เลี้ยงอีก
รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ไทย,วัยว้าวุ่น,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
อัญชลีที่เห็นเพื่อนมองชายหนุ่มของตนเองก็ยิ้มเยาะในใจ
"แก้มมาเที่ยวกับพี่ชายเหรอ?"พูดพร้อมยิ้มให้ชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อแถมหุ่นยังสูงโปร่งเหมือนเจ เจตริน ไหนจะรถที่ขี่มารับแก้มใสอีก
"ใช่.."เธอแค่รับคำแต่ไม่พูดอะไรต่อ
"พวกเธอกำลังกินก๋วยเตี๋ยวอยู่เรอะ ดีเลย พวกเราก็ยังไม่ได้กินอะไร งั้นนั่งด้วยกันนะ"พูดจบก็กระทุ้งแขนมดให้มานั่งข้างเธอ นี้ถ้าไม่ติดว่าฟ้าใสกำลังนั่งกินยังไม่อิ่ม เธอจะลุกหนีเดี๋ยวนี้เลย
"น้องแก้มกินก๋วยเตี๋ยวอะไรครับ"มดนั่งข้างหญิงสาวแล้วพยายามชวนคุย แต่แก้มใสกลับไม่คิดสนใจ เธอยังจำภาพที่เขาหลอกเอาเงินครอบครัวเธอไปจนหมดได้ดี
มดเห็นหญิงสาวไม่คุยด้วยก็เหมือนยิ่งอยากเอาชนะ
ฟ้าใสนั่งกินก๋วยเตี๋ยวน้ำใสจนหมดฉัตรชัยก็สั่งเก็บตัง
มดก็แย่งจะจ่ายเอง ฉัตรชัยก็ไม่ว่าอะไร เขาลุกขึ้นแล้วจับมือฟ้าใสเดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยว
อัญชลีกับมดก็ตีมึนเดินรวมกลุ่มกับแก้มใส เธอจงใจเดินไปเคียงข้างฉัตรชัย ส่วนมดก็เดินข้างแก้มใส
การเดินรอบนี้แก้มใสเริ่มหมดสนุก มดพยายามจะเอาใจเธอ แถมยังพยายามชวนเธอเล่นรถบ่ำอีกด้วย แต่ฉัตรชัยที่เห็นว่าเริ่มจะดึกแล้วจึงชวนสองพี่น้องกลับ
"นี้จะสองทุ่มครึ่งแล้ว พี่ว่าเรากลับกันได้แล้ว"
"ค่ะ"
"อะไรกันแก้ม..จะกลับแล้วเหรอ ยังไม่ได้เล่นรถบ่ำเลย"
"ดึกแล้วละ น้องเราได้เวลานอนแล้วด้วย"
"เอาอย่างนี้มั้ย ตัวก็ให้พี่ชายตัวพาน้องกลับไปก่อน แล้วค่อยมารับตัวทีหลัง"อัญชลีพยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อนให้คล้อยตาม เธอมั่นใจว่าแก้มใสต้องไม่ปฏิเสธ อีนี้มันหัวอ่อนจะตาย
แต่ก่อนที่แก้มใสจะบอกปัด ฉัตรชัยกลับเป็นคนพูดขึ้นมาสะเอง
"ไม่ได้..นี้มันดึกแล้ว ไปแก้มใส"พูดจบก็หันไปเรียกหญิงสาว
"ไปก่อนนะอัญ"แก้มใสเดินตามชายหนุ่มไปที่จอดรถ
เดินมาถึงที่จอดรถโดยที่ฉัตรชัยอุ้มฟ้าใสที่เริ่มง่วงนอน
"พี่ชัยเอาน้องมาให้แก้มใสเถอะค่ะ"ชายหนุ่มส่งหนูน้อยที่นอนพาดบ่าตนเองส่งให้หญิงสาว ก่อนที่ตนเองจะขยับรถเครื่องออกมาจากที่จอดที่มีรถเครื่องจอดอยู่เต็มไปหมด
ชายหนุ่มขึ้นค้อมรถแล้วให้ฟ้าใสนั่งตรงกลางก่อนที่แก้มใสจะขึ้นนั่งปิดท้าย
ขากลับถนนโล่ง แต่ก็ต้องค่อยๆขับเพราะไม่มีไฟข้างถนน
พอถึงบ้านแก้มใสก็พยายามอุ้มน้องสาวไว้ แต่ชายหนุ่มกลับอาสาอุ้มสาวน้อยไว้เอง แล้วรอจนน้าจุรีออกมาเปิดประตูมารับบุตรสาวทั้งสอง เขาถึงขอตัวลา
"ขอบคุณมากเลยนะคะที่พาแก้มใสกับน้องไปเที่ยวงานวัด"
"ไม่เป็นไร..ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า น้าจุรี..ชัยกลับก่อนนะครับ"
"จ้ะ..ขัยรถดีๆนะลูก"
เมื่อชายหนุ่มกลับไปแล้วก็หันมาอุ้มลูกสาวคนเล็กเพื่อพาขึ้นไปนอน
"สนุกมั้ยลูก"ระหว่างขึ้นชั้นสองก็ถามบุตรสาวไปด้วย
"สนุกจ้ะ แก้มใสไม่ได้ไปงานวัดนานแล้ว "
"ดีแล้วลูก ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง "
"จ้ะ.. "
พอแยกย้ายกับแม่ก็มาเจอเจ้าตากลมยืนหลับสนิท
"ไม่คิดจะเป็นห่วงชั้นหน่อยหรือกันเจ้าตากลม" แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับ หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจกับเจ้าลูกนกเค้าแมว จึงหันไปเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อกางเกงเก่าเพื่อเข้านอน
"แก้ม...วันนี้เรากินข้าวด้วยกันนะ"อัญชลีเดินมาที่โต๊ะเอ่ยชวน
"เรากินกับดาวและมานิตนะ อัญไปกินกับเพื่อนเถอะ"เอ่ยปฏิเสธนิ่มๆ
ตอนนี้แก้มใสมานั่งใกล้ละอองดาวกับมานิต และไม่เปิดโอกาสให้อัญชลีเข้าหาได้อีก
"แต่เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ"
"ปกติเราก็ไม่ได้กินข้าวด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"
"ก็แก้มไม่ยอมเดินไปหาเค้าไง งั้นวันนี้ไปกินด้วยกัน..อย่าลืมนะ"รีบพูดมัดมือชกก่อนจะรีบหันหลังจากไป
แก้มใสมองอีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจ
"แก้มใสไปกินข้าวกับอัญชลีก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงเราสองคน"มานิตพูดกับเพื่อนอย่างเกรงใจ เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้ว อัญชลีต้องการตัวแก้มใสไปจริงๆ
"เราสบายใจที่อยู่กับเธอสองคน ส่วนอัญชลี เราถือว่าบอกปฏิเสธไปแล้ว"
"อัญ..ตัวแนใจนะว่ายายแก้มใสจะมา"จินตนาถามขึ้น
"ไปเรียกแก้มใสทำไมให้ยาว เรียกแก้มคำเดียวก็พอ กระแดะชื่อเล่นนังแก้มมัน"อัญชลีรู้สึกอิจฉาที่แก้มใสมีชื่อเล่นที่น่ารัก ไม่เหมือนเธอที่เอาชื่อจริงมาเป็นชื่อเล่น
เพื่อนกลุ่มอีก4คนพอฟังก็ไม่เคยเข้าใจความคิดของอัญชลี จึงไม่พูดอะไรกัน
จนหมด ช.ม พักเที่ยงก็ไม่เห็นแก้มใสเดินมาหาพวกตน สร้างความไม่พอใจให้อัญชลีเป็นอย่างมาก
ตลอดช่วงบ่าย อัญชลีกับเพื่อนในกลุ่มไม่คิดสนใจแก้มใส แต่เรื่องนี้แก้มใสไม่ได้รู้เรื่องด้วย เพราะมัวแต่สนใจการบ้านที่ครูสั่ง เธอนั่งจดและทำไปเลย พอถึงบ้านได้ไม่ต้องทำ เธอยังช่วยสอนการบ้านให้มานิตกับละอองดาวอีกด้วย เพราะใกล้เวลาสอบปลายภาคใหญ่แล้ว
"เอาอยากนี้มั้ย วันหยุดมาติวกันที่บ้านเรา เดี๋ยวเราเอารถเครื่องไปรับดาวเอง"บ้านละอองดาวอยู่ใกล้โรงเรียน ส่วนมานิตอยู่หมู่บ้านเดียวกันแต่คนละหมู่ สามารถปั่นจักรยานมาได้
"ได้จ้ะ"
"เตรียมไปแค่หนังสือและสมุดนะ ส่วนเรื่องกิน ไปกินบ้านเรา "
"ได้..งั้นวันเสาร์นี้สัก3โมงเช้าแล้วกันไม่ต้องเช้ามาก เพราะเราต้องช่วยพ่อลงนาก่อน"มานิตเป็นลูกชาวนา มีนาอยู่10ไร่ แถมบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำยังผูกแพรผักไว้ขายอีกด้วย มานิตตั้งใจจะเรียนให้จบ ม.ปลาย แล้วก็จะเลิกเรียนเพื่อให้น้องสาวได้เรียนต่อ
"อื่อ..งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ"พูดจบเพื่อนทั้งสามก็แยกย้าย มานิตเดินไปกับแก้มใสเพื่อขึ้นรถสองแถวคันใหญ่
ถึงมานิตจะขึ้นรถคันเดียวกัน แต่มานิตนั่นลงก่อนหนึ่งป้าย และชายหนุ่มก็เลือกที่นั่งบนหลังรถเพราะเห็นว่าไม่กี่กิโลก็ถึงแล้ว
แต่ยังไม่ทันที่แก้มใสจะขึ้นรถก็ได้ยินเสียงบีบแตรรถ
'บี๊นๆ'
แล้วรถเครื่องคันใหญ่ก็จอดข้างๆหญิงสาว
"พี่ชัย"แก้มใสทักยิ้มๆก่อนจะยกมือไหว้อีกฝ่าย ถึงจะห่างกันแค่ปีเดียวก็ต้องรักษามารยาท
"ขึ้นรถสิ"
"จ้ะ"รับคำแล้วก็ปีนขึ้นรถเครื่องคันใหญ่ ก่อนรถจะออกตัวไป
อัญชลีที่มองจากบนรถก็รู้สึกหมั่นใส้ เดี๋ยวเธอจะให้มดจัดการอีนี้เอง มดหรือศุภกิจ รุ่งเรืองวัฒนาอายุ22ลูกชายเจ้าของฟาร์มหมูใหญ่ในตำบลแถวบ้านของอัญชลีแถมเป็นลูกค้าของอัญชลี ด้วยอยากเด่นแบบแก้มใส อัญชลีจึงมีอาชีพพิเศษเพื่อจะได้มีเงินใช้แบบเพื่อน
เช้าวันเสาร์แก้มใสก็ตื่นเวลาตามปกติแล้วลงมาช่วยแม่ทำครัวโดยมีเจ้าตากลมเดินตามมาขอเนื้อไก่กิน
"วันนี้แก้มใสทำเองจ้ะแม่ วันนี้เพื่อนๆแก้มใสจะมาอ่านหนังสืบเตรียมสอบกัน"
"เหรอ..งั้นแม่ให้ลูกทำแล้วกัน "พูดจบก็ออกไปเก็บกวาดหน้าบ้านแทน
แก้มใสจึงลงมือทำอาหาร เธอเริ่มหุ่งข้าวก่อน แล้วเดินออกไปหลังบ้านเพื่อเก็บยอดตำลึงที่แตกยอดยาวสวยงามกำลังกิน และไม่ลืมเก็บดอกแค เตรียมเอามาผัดกับน้ำมันหอย ปิดท้ายตัดกิ่งใบกระเพา ที่ต้องตัดกิ่งเพราะต้นจะได้แตกยอดได้ดีกว่าเก็บแต่ยอดใบ
ได้ของครบ เธอก็เดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อแช่ผักที่เก็บมา จุรีเข้ามาในครัวพอเห็นผักที่แช่ก็เข้ามาช่วยลูกสาว
"แก้มใสจะทำอะไรบ้าง เดี๋ยวแม่ช่วย"
"งั้นแม่ช่วยเอาใส้ดอกแคออกทีจ้ะ เดี๋ยวแก้มใสเด็ดตำลึงเอง"
"หนูจะทำอะไรบ้างลูก หรือจะตำน้ำพริก?"
"มีน้ำพริกจ้ะ แต่ไม่ใช่ตำ เดี๋ยวแม่ลองชิม รับรองจะติดใจ"หญิงสาวพูดอย่างอารมณ์ดี
"ลูกแม่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"จุรีบ่นเบาๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เจ้าตากลมก็กระโดดขึ้นมาอยู่ข้างๆจุรี เพราะแม่เป็นคนให้อาหารมันทุกมื้อ เจ้าตากลมจึงติดแม่
พอเด็ดใบตำลึงเสร็จเธอก็เริ่มลงมือ
แรกเริ่มกะทะยังสะอาดก็เทน้ำมันใส่ลงไปพอประมาณเพื่อเอาเต้าหู้หลอดมาทอดให้ด้านนอกเหลืองกรอบก่อนจะตักขึ้นไปพักไว้ แล้วใส่กระเทียบสับเมื่อทำดอกแคผัดน้ำมันหอยเป็นจานแรก แล้วหันไปทำเต้าหู้ทอดผัดกระเพา ส่วนน้ำพริก วันนี้ทำน้ำพริกปรากระป๋อง ปิดท้ายด้วยต้มจืดตำลึงใส่สาหราย จุรีนำแตงกวากับมะเขือเปราะไปล้างแล้วนำมาจัดใสจาน แค่นี้กับข้าวเช้านี้ก็เสร็จแล้ว
"กับข้าวที่แก้มใสทำน่ากินทุกมื้อเลย"
"เป็นลูกแม่ย่อมได้แม่สิจ้ะ"แก้มใสพูดเอาใจมารดา
"ปากหวานนะเรา"
จัดโต๊ะเสร็จแล้วก็เดินออกไปเรียกบิดากับน้องสาวให้กินข้าวเช้า
"น้ำพริกนี้อร่อยดีเหมือนกันนะ"นายอำนวยอร่อยน้ำพริกจนต้องตักข้าวอีกรอบ
"ทำง่ายด้วยนะพ่อ ฟ้าใสอย่าตักติดพริกขี้หนูลูก เดี๋ยวเผ็ด"จุรีบอกสามีแล้วทันได้เห็นลูกสาวคนเล็กตักน้ำพริกจึงเอ่ยเตือน เพราะถ้าไม่ตักถูกพริกขี้หนู รถชาติก็ไม่ถือว่าเผ็ดมาก เด็กๆพอกินได้
เมื่ออิ่มมื้อเช้าต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง ฟ้าใสไปนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อดูละครจักๆวงษ์ๆ ก่อนจะไปดูช่อง9การ์ตูน
"แม่..เดี๋ยวแก้มใสไปรับเพื่อนก่อนนะจ้ะ ตากลมไปอยู่กับฟ้าใสก่อน"หญิงสาวเตรียมนำรถเครื่องไปรับละอองดาวจึงให้เจ้านกเค้าแมวไปอยู่กับน้องสาวที่ห้องรับแขก
"ไปยังไงละลูก"อำนวยถามขึ้น
"เอามอไซต์ไปจ้ะ"
"งั้นขับรถระวังนะลูก ไม่ต้องรีบ"จุรีเอ่ยกับบุตรสาวก่อนจะเดินไปหลังบ้านเตรียมซักเสื้อผ้า
แก้มใสไปรับเพื่อนที่บ้าน ไปถึงก็เห็นละอองดาวถือถุงผ้าสองใบ ยืนรออยู่หน้าบ้าน
"แก้มใส"
"ยืนรอเรานานมั้ย?เราเข้าซอยผิดนะ แฮะแฮะ"พูดอย่างรู้สึกผิด
"ไม่นานจ้ะ เราทำน้ำกระเจี๊ยบไปด้วย"พูดพร้อมยกกระบอกน้ำให้เพื่อนดู
"ดีเลย บ้านเรามีฝรั่งอยู่ เราจะได้เด็ดเอามากินระหว่างท่องหนังสือ"
สองสาวซ่อนรถเครื่องขับไปพร้อมฝุ่นตลบ
มาถึงบ้านก็เห็นมานิตนั่งรอที่กระต๊อบอยู่แล้ว
"มานิตมาแล้วเหรอเพื่อน"
"อื่ม..น้าอำนวยให้มานั่งรอพวกเธอตรงนี้นะ แกบอกเดี๋ยวพวกเธอก็มา"
แก้มใสนำรถเครื่องไปจอดหน้าอู่ ที่ตอนนี้อำนวยกับฉัตรชัยกำลังนอนซ่อมเครื่องอยู่
สามเพื่อนร่วมชั้นนั่งทบทวนหนังสือเรียน แก้มใสช่วยแนะนำเพื่อน และบอกข้อที่อาจจะออกในข้อสอบ
พอใกล้เที่ยงก็ชวนเพื่อนทั้งเข้าครัวไปผัดผักบุ้งน้ำที่มานิตเก็บมาฝาก
"เดี๋ยวเราทำของอร่อยให้กิน พวกเธอเด็ดแค่ใบมันออกพอ ก้านปล่อยไว้ เดี๋ยวเราจะเอามาซอยเอง"
เพื่อนทั้งสองก็ช่วยกันเด็ดใบผักบุ้ง
แก้มใสนำก้านผักบุ้งมาผ่ากลางแล้วนำมาซอยเป็นเส้นยาวๆ ก่อนจะนำมาผัดเป็นผักบุ้งไฟแดงมาแทนผัดดอกแคที่กินหมดไปเมื่อเช้า ส่วนกับข้าวอื่นยังมีอยู่จึงไม่ต้องทำเพิ่ม แค่นำมาอุ่นให้ร้อน
"พ่อ..พี่ชัย มากินข้าวจ้ะ "
"แม่..ฟ้าใส มากินข้าวกันจ้ะ"
เมื่อเรียกครบแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยกันยกกับข้าวไปนั่งล้อมวงตรงหน้าบ้าน เพราะลมเย็น แก้มใสก็เทน้ำกระเจี๊ยบแช่เย็นใส่ขัน
มื้อเที่ยงที่อู่อำนวยวันนี้แสนจะครึกครื้น ฟ้าใสอร่อยน้ำกระเจี๊ยบ ยกขันน้ำกระเจี๊ยบมาดื่มสะหลายอึก
รอบบ่ายสามเพื่อนสนิทก็ไปเด็ดฝรั่งขี้นกใส้แดงที่ขึ้นข้างบ้านนำมาเฉาะกิน ตกเย็นตอนกลับ ฉัตรชัยก็อาสาไปส่งละอองดาวเองเพื่อไม่ให้แก้มใสต้องขับรถเครื่องออกถนนตอนเย็น