คนอื่นเขาย้อนกลับมาแก้ไขอดีต แต่เธอต้องมาป้องกันอนาคต แล้วไหนจะมีเจ้านกเค้าแมวค่อยเป็นพี่เลี้ยงอีก

ผีเสื้อขยับปีก - บทที่5 สามเพื่อนสนิท โดย ไหล่ซ่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ไทย,วัยว้าวุ่น,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผีเสื้อขยับปีก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ไทย,วัยว้าวุ่น

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

รายละเอียด

ผีเสื้อขยับปีก โดย ไหล่ซ่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คนอื่นเขาย้อนกลับมาแก้ไขอดีต แต่เธอต้องมาป้องกันอนาคต แล้วไหนจะมีเจ้านกเค้าแมวค่อยเป็นพี่เลี้ยงอีก

ผู้แต่ง

ไหล่ซ่า

เรื่องย่อ

ปีพ.ศ 2536แก้มใสเป็นสาวน้อยวัน16เป็นเด็กหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ที่บ้านทำบิดามีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ แต่วันหนึ่งเธอได้ช่วยชีวิตนกเค้าแมวที่ถูกวัยรุ่นทำร้ายจนปีก การที่เธอได้ช่วยชีวิตเจ้าสัตว์ที่ชาวบ้านมองเป็นสัตว์แห่งความโชคร้้าย ทำให้เธอได้ฝันถึงอนาคตในอีก20ปีข้างหน้า ว่าตนเองได้แต่งงานกับชายเลวคนหนึ่ง ชายคนนั้นหลอกให้เธอพ่อเธอลงทุนแล้วหลอกเอาเงินไปจนหมด บ้านเธอต้องเป็นหนี้สิน น้องสาวคนเดียวต้องเลิกเรียนกลางทาง พ่อเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกจนเป็นอัมพาต แม่ตีองค่อยอยู่ดูแลจนร่างกายทรุดโทรม เธอกับสองสาวต้องเลือกทำงานกลางคืนเพื่อหาเงินมาดูแลพ่อแม่จนติดโรคร้าย สาเหตุมาจากเธอที่นำผู้ชายเลวๆเข้ามาในครอบครัว


เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็สงสัยว่าสิ่งที่เธอฝันนั้นเป็นแค่ฝันปกติหรือเป็นลางบอกเหตุ ไหนจะเจ้านกเค้าแมวที่บินกลับมาหาเธอเพราะมันเป็นข้ารับใช้ของเจ้าแม่ต้นก้ามปู เจ้าแม่เห็นเด็กสาวเข้าช่วยลูกน้องของนาง จึงส่งเจ้านกเค้าแมวมาช่วยเธอให้หลีกเลี่ยงโชคชะตาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

มันฝึกเธอไม่ให้เชื่อคนง่าย แล้วไหนจะมันมีสวนมายาที่ในนั้นมีทั้งสระมรกตแล้วมันยังพาเธอข้ามเวลาไปเรียรรู้โลกอนาคตจนเธอตั้งตัวไม่ทัน

แล้วคนสมองช้าอย่างแก้มใสจะแก้ไขอดีตได้มั้ยนะ



[[นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมุติจากจินตนาการของนักเขียว ไม่ได้มีความเชื่อมโยงใดๆกับความเป็นจริง ทุกอย่างที่แต่งเป็นเรื่องแต่งขึ้นมาทั้งสิ้น บุคคลในนิยายไม่ได้มีตัวตนจริง ]]

สารบัญ

ผีเสื้อขยับปีก-บทที่1 ช่วยเจ้านกประหลาด,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่2 ทำไมชีวิตชั้นมันโหดร้ายแบบนี้,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่3 พันธะสัญญา,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่4 เที่ยวงานวัด,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่5 สามเพื่อนสนิท,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่6 ปิดเทอมใหญ่,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่7 ไปขึ้นเงินที่กรุงเทพฯ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่8 งานเลี้ยงส้มตำกับแขกไม่ได้รับเชิญ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่9 เตรียมของเปิดเทอม,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่10 เปิดเทอมใหม่พร้อมเพื่อนใหม่,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่11 ไปเที่ยวอยุธยา,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่12 บ้านแม่คุณมีปัญหา,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่13 ปิดเทอมเล็ก,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่14 เข้าค้ายลูกเสือ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่15 เจ้าแม่ไทรงาม,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่16 กราบเจ้าแม่ไทรงาม,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่17 มีคนจ้องขโมยของ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่18 จัดงานปีใหม่,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่19 เที่ยวห้างเปิดใหม่,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่20 สอบเสร็จแล้ว,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่21 เที่ยวเขาดิน,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่22 น้องชายคนเล็ก,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่24 ฟ้าใสเป็นไข้เลือดออก,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่25 บ้านมานิสสร้างเสีจแล้ว,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่26 งานขึ้นบ้านใหม่ที่แสนอบอุ่น,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่27 งานวัดบ้านดอนยายตาล,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่28 นักเลงประจำถิ่น,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่29 ความลับของลูกหยี[18+],ผีเสื้อขยับปีก-บทที่30 ตากลมได้รับบาดเจ็บ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่31 จบ ม.6,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่32 เที่ยวเชียงใหม่,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่33 บ้านแม่คุณมีงานขาวดำ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่34 งานขาวดำ,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่35 สุริยุปราคา,ผีเสื้อขยับปีก-บทที่36 น้ำท่วมหนักมาก[20+],ผีเสื้อขยับปีก-บทที่37 สมัครเรียนต่อ

เนื้อหา

บทที่5 สามเพื่อนสนิท

อัญชลีที่เห็นเพื่อนมองชายหนุ่มของตนเองก็ยิ้มเยาะในใจ

"แก้มมาเที่ยวกับพี่ชายเหรอ?"พูดพร้อมยิ้มให้ชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อแถมหุ่นยังสูงโปร่งเหมือนเจ เจตริน ไหนจะรถที่ขี่มารับแก้มใสอีก 

"ใช่.."เธอแค่รับคำแต่ไม่พูดอะไรต่อ

"พวกเธอกำลังกินก๋วยเตี๋ยวอยู่เรอะ ดีเลย พวกเราก็ยังไม่ได้กินอะไร งั้นนั่งด้วยกันนะ"พูดจบก็กระทุ้งแขนมดให้มานั่งข้างเธอ นี้ถ้าไม่ติดว่าฟ้าใสกำลังนั่งกินยังไม่อิ่ม เธอจะลุกหนีเดี๋ยวนี้เลย 

"น้องแก้มกินก๋วยเตี๋ยวอะไรครับ"มดนั่งข้างหญิงสาวแล้วพยายามชวนคุย แต่แก้มใสกลับไม่คิดสนใจ เธอยังจำภาพที่เขาหลอกเอาเงินครอบครัวเธอไปจนหมดได้ดี 

มดเห็นหญิงสาวไม่คุยด้วยก็เหมือนยิ่งอยากเอาชนะ 

ฟ้าใสนั่งกินก๋วยเตี๋ยวน้ำใสจนหมดฉัตรชัยก็สั่งเก็บตัง

มดก็แย่งจะจ่ายเอง ฉัตรชัยก็ไม่ว่าอะไร เขาลุกขึ้นแล้วจับมือฟ้าใสเดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยว 

อัญชลีกับมดก็ตีมึนเดินรวมกลุ่มกับแก้มใส เธอจงใจเดินไปเคียงข้างฉัตรชัย ส่วนมดก็เดินข้างแก้มใส  

การเดินรอบนี้แก้มใสเริ่มหมดสนุก มดพยายามจะเอาใจเธอ แถมยังพยายามชวนเธอเล่นรถบ่ำอีกด้วย แต่ฉัตรชัยที่เห็นว่าเริ่มจะดึกแล้วจึงชวนสองพี่น้องกลับ

"นี้จะสองทุ่มครึ่งแล้ว พี่ว่าเรากลับกันได้แล้ว"

"ค่ะ"

"อะไรกันแก้ม..จะกลับแล้วเหรอ ยังไม่ได้เล่นรถบ่ำเลย"

"ดึกแล้วละ น้องเราได้เวลานอนแล้วด้วย"

"เอาอย่างนี้มั้ย ตัวก็ให้พี่ชายตัวพาน้องกลับไปก่อน แล้วค่อยมารับตัวทีหลัง"อัญชลีพยายามเกลี้ยกล่อมเพื่อนให้คล้อยตาม เธอมั่นใจว่าแก้มใสต้องไม่ปฏิเสธ อีนี้มันหัวอ่อนจะตาย 

แต่ก่อนที่แก้มใสจะบอกปัด ฉัตรชัยกลับเป็นคนพูดขึ้นมาสะเอง

"ไม่ได้..นี้มันดึกแล้ว ไปแก้มใส"พูดจบก็หันไปเรียกหญิงสาว

"ไปก่อนนะอัญ"แก้มใสเดินตามชายหนุ่มไปที่จอดรถ 

เดินมาถึงที่จอดรถโดยที่ฉัตรชัยอุ้มฟ้าใสที่เริ่มง่วงนอน

"พี่ชัยเอาน้องมาให้แก้มใสเถอะค่ะ"ชายหนุ่มส่งหนูน้อยที่นอนพาดบ่าตนเองส่งให้หญิงสาว ก่อนที่ตนเองจะขยับรถเครื่องออกมาจากที่จอดที่มีรถเครื่องจอดอยู่เต็มไปหมด

ชายหนุ่มขึ้นค้อมรถแล้วให้ฟ้าใสนั่งตรงกลางก่อนที่แก้มใสจะขึ้นนั่งปิดท้าย

ขากลับถนนโล่ง แต่ก็ต้องค่อยๆขับเพราะไม่มีไฟข้างถนน

พอถึงบ้านแก้มใสก็พยายามอุ้มน้องสาวไว้ แต่ชายหนุ่มกลับอาสาอุ้มสาวน้อยไว้เอง แล้วรอจนน้าจุรีออกมาเปิดประตูมารับบุตรสาวทั้งสอง เขาถึงขอตัวลา

"ขอบคุณมากเลยนะคะที่พาแก้มใสกับน้องไปเที่ยวงานวัด"

"ไม่เป็นไร..ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า น้าจุรี..ชัยกลับก่อนนะครับ"

"จ้ะ..ขัยรถดีๆนะลูก"

เมื่อชายหนุ่มกลับไปแล้วก็หันมาอุ้มลูกสาวคนเล็กเพื่อพาขึ้นไปนอน

"สนุกมั้ยลูก"ระหว่างขึ้นชั้นสองก็ถามบุตรสาวไปด้วย

"สนุกจ้ะ แก้มใสไม่ได้ไปงานวัดนานแล้ว "

"ดีแล้วลูก ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง "

"จ้ะ.. "

พอแยกย้ายกับแม่ก็มาเจอเจ้าตากลมยืนหลับสนิท 

"ไม่คิดจะเป็นห่วงชั้นหน่อยหรือกันเจ้าตากลม" แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับ หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจกับเจ้าลูกนกเค้าแมว จึงหันไปเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อกางเกงเก่าเพื่อเข้านอน



"แก้ม...วันนี้เรากินข้าวด้วยกันนะ"อัญชลีเดินมาที่โต๊ะเอ่ยชวน

"เรากินกับดาวและมานิตนะ อัญไปกินกับเพื่อนเถอะ"เอ่ยปฏิเสธนิ่มๆ

ตอนนี้แก้มใสมานั่งใกล้ละอองดาวกับมานิต และไม่เปิดโอกาสให้อัญชลีเข้าหาได้อีก

"แต่เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ"

"ปกติเราก็ไม่ได้กินข้าวด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"ก็แก้มไม่ยอมเดินไปหาเค้าไง งั้นวันนี้ไปกินด้วยกัน..อย่าลืมนะ"รีบพูดมัดมือชกก่อนจะรีบหันหลังจากไป

แก้มใสมองอีกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจ

"แก้มใสไปกินข้าวกับอัญชลีก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงเราสองคน"มานิตพูดกับเพื่อนอย่างเกรงใจ เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้ว อัญชลีต้องการตัวแก้มใสไปจริงๆ

"เราสบายใจที่อยู่กับเธอสองคน ส่วนอัญชลี เราถือว่าบอกปฏิเสธไปแล้ว"



"อัญ..ตัวแนใจนะว่ายายแก้มใสจะมา"จินตนาถามขึ้น

"ไปเรียกแก้มใสทำไมให้ยาว เรียกแก้มคำเดียวก็พอ กระแดะชื่อเล่นนังแก้มมัน"อัญชลีรู้สึกอิจฉาที่แก้มใสมีชื่อเล่นที่น่ารัก ไม่เหมือนเธอที่เอาชื่อจริงมาเป็นชื่อเล่น 

เพื่อนกลุ่มอีก4คนพอฟังก็ไม่เคยเข้าใจความคิดของอัญชลี จึงไม่พูดอะไรกัน

จนหมด ช.ม พักเที่ยงก็ไม่เห็นแก้มใสเดินมาหาพวกตน สร้างความไม่พอใจให้อัญชลีเป็นอย่างมาก

ตลอดช่วงบ่าย อัญชลีกับเพื่อนในกลุ่มไม่คิดสนใจแก้มใส แต่เรื่องนี้แก้มใสไม่ได้รู้เรื่องด้วย เพราะมัวแต่สนใจการบ้านที่ครูสั่ง เธอนั่งจดและทำไปเลย พอถึงบ้านได้ไม่ต้องทำ เธอยังช่วยสอนการบ้านให้มานิตกับละอองดาวอีกด้วย เพราะใกล้เวลาสอบปลายภาคใหญ่แล้ว

"เอาอยากนี้มั้ย วันหยุดมาติวกันที่บ้านเรา เดี๋ยวเราเอารถเครื่องไปรับดาวเอง"บ้านละอองดาวอยู่ใกล้โรงเรียน ส่วนมานิตอยู่หมู่บ้านเดียวกันแต่คนละหมู่ สามารถปั่นจักรยานมาได้

"ได้จ้ะ"

"เตรียมไปแค่หนังสือและสมุดนะ ส่วนเรื่องกิน ไปกินบ้านเรา "

"ได้..งั้นวันเสาร์นี้สัก3โมงเช้าแล้วกันไม่ต้องเช้ามาก เพราะเราต้องช่วยพ่อลงนาก่อน"มานิตเป็นลูกชาวนา มีนาอยู่10ไร่ แถมบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำยังผูกแพรผักไว้ขายอีกด้วย มานิตตั้งใจจะเรียนให้จบ ม.ปลาย แล้วก็จะเลิกเรียนเพื่อให้น้องสาวได้เรียนต่อ

"อื่อ..งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ"พูดจบเพื่อนทั้งสามก็แยกย้าย มานิตเดินไปกับแก้มใสเพื่อขึ้นรถสองแถวคันใหญ่

ถึงมานิตจะขึ้นรถคันเดียวกัน แต่มานิตนั่นลงก่อนหนึ่งป้าย และชายหนุ่มก็เลือกที่นั่งบนหลังรถเพราะเห็นว่าไม่กี่กิโลก็ถึงแล้ว

แต่ยังไม่ทันที่แก้มใสจะขึ้นรถก็ได้ยินเสียงบีบแตรรถ

'บี๊นๆ'

แล้วรถเครื่องคันใหญ่ก็จอดข้างๆหญิงสาว

"พี่ชัย"แก้มใสทักยิ้มๆก่อนจะยกมือไหว้อีกฝ่าย ถึงจะห่างกันแค่ปีเดียวก็ต้องรักษามารยาท

"ขึ้นรถสิ"

"จ้ะ"รับคำแล้วก็ปีนขึ้นรถเครื่องคันใหญ่ ก่อนรถจะออกตัวไป

อัญชลีที่มองจากบนรถก็รู้สึกหมั่นใส้ เดี๋ยวเธอจะให้มดจัดการอีนี้เอง มดหรือศุภกิจ รุ่งเรืองวัฒนาอายุ22ลูกชายเจ้าของฟาร์มหมูใหญ่ในตำบลแถวบ้านของอัญชลีแถมเป็นลูกค้าของอัญชลี ด้วยอยากเด่นแบบแก้มใส อัญชลีจึงมีอาชีพพิเศษเพื่อจะได้มีเงินใช้แบบเพื่อน



เช้าวันเสาร์แก้มใสก็ตื่นเวลาตามปกติแล้วลงมาช่วยแม่ทำครัวโดยมีเจ้าตากลมเดินตามมาขอเนื้อไก่กิน

"วันนี้แก้มใสทำเองจ้ะแม่ วันนี้เพื่อนๆแก้มใสจะมาอ่านหนังสืบเตรียมสอบกัน"

"เหรอ..งั้นแม่ให้ลูกทำแล้วกัน "พูดจบก็ออกไปเก็บกวาดหน้าบ้านแทน

แก้มใสจึงลงมือทำอาหาร เธอเริ่มหุ่งข้าวก่อน แล้วเดินออกไปหลังบ้านเพื่อเก็บยอดตำลึงที่แตกยอดยาวสวยงามกำลังกิน และไม่ลืมเก็บดอกแค เตรียมเอามาผัดกับน้ำมันหอย ปิดท้ายตัดกิ่งใบกระเพา ที่ต้องตัดกิ่งเพราะต้นจะได้แตกยอดได้ดีกว่าเก็บแต่ยอดใบ

ได้ของครบ เธอก็เดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อแช่ผักที่เก็บมา จุรีเข้ามาในครัวพอเห็นผักที่แช่ก็เข้ามาช่วยลูกสาว

"แก้มใสจะทำอะไรบ้าง เดี๋ยวแม่ช่วย"

"งั้นแม่ช่วยเอาใส้ดอกแคออกทีจ้ะ เดี๋ยวแก้มใสเด็ดตำลึงเอง"

"หนูจะทำอะไรบ้างลูก หรือจะตำน้ำพริก?"

"มีน้ำพริกจ้ะ แต่ไม่ใช่ตำ เดี๋ยวแม่ลองชิม รับรองจะติดใจ"หญิงสาวพูดอย่างอารมณ์ดี

"ลูกแม่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"จุรีบ่นเบาๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เจ้าตากลมก็กระโดดขึ้นมาอยู่ข้างๆจุรี เพราะแม่เป็นคนให้อาหารมันทุกมื้อ เจ้าตากลมจึงติดแม่

พอเด็ดใบตำลึงเสร็จเธอก็เริ่มลงมือ

แรกเริ่มกะทะยังสะอาดก็เทน้ำมันใส่ลงไปพอประมาณเพื่อเอาเต้าหู้หลอดมาทอดให้ด้านนอกเหลืองกรอบก่อนจะตักขึ้นไปพักไว้ แล้วใส่กระเทียบสับเมื่อทำดอกแคผัดน้ำมันหอยเป็นจานแรก แล้วหันไปทำเต้าหู้ทอดผัดกระเพา ส่วนน้ำพริก วันนี้ทำน้ำพริกปรากระป๋อง ปิดท้ายด้วยต้มจืดตำลึงใส่สาหราย จุรีนำแตงกวากับมะเขือเปราะไปล้างแล้วนำมาจัดใสจาน แค่นี้กับข้าวเช้านี้ก็เสร็จแล้ว 

"กับข้าวที่แก้มใสทำน่ากินทุกมื้อเลย"

"เป็นลูกแม่ย่อมได้แม่สิจ้ะ"แก้มใสพูดเอาใจมารดา

"ปากหวานนะเรา"

จัดโต๊ะเสร็จแล้วก็เดินออกไปเรียกบิดากับน้องสาวให้กินข้าวเช้า

"น้ำพริกนี้อร่อยดีเหมือนกันนะ"นายอำนวยอร่อยน้ำพริกจนต้องตักข้าวอีกรอบ 

"ทำง่ายด้วยนะพ่อ ฟ้าใสอย่าตักติดพริกขี้หนูลูก เดี๋ยวเผ็ด"จุรีบอกสามีแล้วทันได้เห็นลูกสาวคนเล็กตักน้ำพริกจึงเอ่ยเตือน เพราะถ้าไม่ตักถูกพริกขี้หนู รถชาติก็ไม่ถือว่าเผ็ดมาก เด็กๆพอกินได้ 

เมื่ออิ่มมื้อเช้าต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง ฟ้าใสไปนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อดูละครจักๆวงษ์ๆ ก่อนจะไปดูช่อง9การ์ตูน

"แม่..เดี๋ยวแก้มใสไปรับเพื่อนก่อนนะจ้ะ ตากลมไปอยู่กับฟ้าใสก่อน"หญิงสาวเตรียมนำรถเครื่องไปรับละอองดาวจึงให้เจ้านกเค้าแมวไปอยู่กับน้องสาวที่ห้องรับแขก

"ไปยังไงละลูก"อำนวยถามขึ้น

"เอามอไซต์ไปจ้ะ"

"งั้นขับรถระวังนะลูก ไม่ต้องรีบ"จุรีเอ่ยกับบุตรสาวก่อนจะเดินไปหลังบ้านเตรียมซักเสื้อผ้า

แก้มใสไปรับเพื่อนที่บ้าน ไปถึงก็เห็นละอองดาวถือถุงผ้าสองใบ ยืนรออยู่หน้าบ้าน

"แก้มใส"

"ยืนรอเรานานมั้ย?เราเข้าซอยผิดนะ แฮะแฮะ"พูดอย่างรู้สึกผิด

"ไม่นานจ้ะ เราทำน้ำกระเจี๊ยบไปด้วย"พูดพร้อมยกกระบอกน้ำให้เพื่อนดู

"ดีเลย บ้านเรามีฝรั่งอยู่ เราจะได้เด็ดเอามากินระหว่างท่องหนังสือ"

สองสาวซ่อนรถเครื่องขับไปพร้อมฝุ่นตลบ 

มาถึงบ้านก็เห็นมานิตนั่งรอที่กระต๊อบอยู่แล้ว

"มานิตมาแล้วเหรอเพื่อน"

"อื่ม..น้าอำนวยให้มานั่งรอพวกเธอตรงนี้นะ แกบอกเดี๋ยวพวกเธอก็มา"

แก้มใสนำรถเครื่องไปจอดหน้าอู่ ที่ตอนนี้อำนวยกับฉัตรชัยกำลังนอนซ่อมเครื่องอยู่



สามเพื่อนร่วมชั้นนั่งทบทวนหนังสือเรียน แก้มใสช่วยแนะนำเพื่อน และบอกข้อที่อาจจะออกในข้อสอบ 

พอใกล้เที่ยงก็ชวนเพื่อนทั้งเข้าครัวไปผัดผักบุ้งน้ำที่มานิตเก็บมาฝาก

"เดี๋ยวเราทำของอร่อยให้กิน พวกเธอเด็ดแค่ใบมันออกพอ ก้านปล่อยไว้ เดี๋ยวเราจะเอามาซอยเอง"

เพื่อนทั้งสองก็ช่วยกันเด็ดใบผักบุ้ง

แก้มใสนำก้านผักบุ้งมาผ่ากลางแล้วนำมาซอยเป็นเส้นยาวๆ ก่อนจะนำมาผัดเป็นผักบุ้งไฟแดงมาแทนผัดดอกแคที่กินหมดไปเมื่อเช้า ส่วนกับข้าวอื่นยังมีอยู่จึงไม่ต้องทำเพิ่ม แค่นำมาอุ่นให้ร้อน

"พ่อ..พี่ชัย มากินข้าวจ้ะ "

"แม่..ฟ้าใส มากินข้าวกันจ้ะ"

เมื่อเรียกครบแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยกันยกกับข้าวไปนั่งล้อมวงตรงหน้าบ้าน เพราะลมเย็น แก้มใสก็เทน้ำกระเจี๊ยบแช่เย็นใส่ขัน 

มื้อเที่ยงที่อู่อำนวยวันนี้แสนจะครึกครื้น ฟ้าใสอร่อยน้ำกระเจี๊ยบ ยกขันน้ำกระเจี๊ยบมาดื่มสะหลายอึก

รอบบ่ายสามเพื่อนสนิทก็ไปเด็ดฝรั่งขี้นกใส้แดงที่ขึ้นข้างบ้านนำมาเฉาะกิน ตกเย็นตอนกลับ ฉัตรชัยก็อาสาไปส่งละอองดาวเองเพื่อไม่ให้แก้มใสต้องขับรถเครื่องออกถนนตอนเย็น