เรื่องราวในวังหลวงมากเล่ หลายกล นาง จะทวงความยุติธรรมให้กับตัวเองได้มั้ย
รัก,ชาย-หญิง,ย้อนยุค,จีน,อื่นๆ,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สดับหิมะ สลายกลลวงเรื่องราวในวังหลวงมากเล่ หลายกล นาง จะทวงความยุติธรรมให้กับตัวเองได้มั้ย
ฉากแรกของตัวร้าย
หิมะโปรยลงเบา ๆ บนลานหินหน้าพระราชวัง คล้ายพรมผ้าขาวถูกปูลงมาทีละชั้น แสงตะเกียงสีเหลืองส่องผ่านผ้าม่านสีแดง ทำให้เสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่ดังมาจากด้านข้างยิ่งชวนให้ขนลุก
กู้อันซุ่ย เดินช้า ๆ ไปตามทางเดินด้านข้างวัง ห่อตัวในผ้าคลุมหนาสีเทา เธอถือเอกสารสำคัญที่ต้องส่งให้ผู้สำเร็จราชการ แต่ใจกลับไม่ว่างสักเท่าไร เพราะเมื่อคืนนี้…
เสียงหัวเราะของใครคนหนึ่งย้อนกลับมาในความคิดของเธอ
“อย่าไว้ใจใครในวัง ทั้งหิมะ ทั้งลม และทั้งคน”
นั่นคือคำเตือนของ อาเช่อ เมื่อสามวันก่อน
“อันอัน”
เสียงนุ่มแต่ลื่นลึก ดังมาจากด้านข้าง
กู้อันซุ่ยชะงัก หันไปมองตามเสียง
หญิงชุดสีม่วงอ่อนยืนอยู่ใต้หลังคาโปร่ง ใบหน้าขาวราวหยก คิ้วโค้งเบา แต่ดวงตาคมราวกับใบมีดที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุม
“ชาง…เว้ย?” อันซุ่ยเพิ่งเคยเห็นหน้าชื่อนี้ครั้งแรกในห้องทำงานของผู้สำเร็จราชการ ทุกคนในวังเรียกเธอในไม่กี่คำ: เว้ยเว้ย — คนที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง
“คุณหนูกู้” หญิงผู้นั้นยกยิ้มมุมปาก “ได้ยินว่าคุณเพิ่งสืบเรื่องขุนนางฝ่ายตะวันตกมาไม่น้อย”
น้ำเสียงไม่ใช่คำทักทาย แต่เป็นคำเตือน
“ข้าเพียงตามหาข้อมูลตามหน้าที่” อันซุ่ยตอบอย่างระมัดระวัง
“ใช่… หน้าที่” เว้ยเว้ยก้าวเข้ามาใกล้ ทุกย่างเท้าไม่มีเสียง “แต่ในวัง บางทีหน้าที่ที่ดีที่สุดคือ ‘ไม่เห็นอะไรเลย’”
ลมพัดแรงขึ้น หญิงชุดม่วงเอื้อมมือมาวางบนเอกสารในมืออันซุ่ย ปลายนิ้วง่าย ๆ แต่กดเบา ๆ ราวกับเป็นแรงข่มขู่
“หากคุณหนูกู้ยังอยากเดินอยู่บนถนนใหญ่ อย่าให้ใครเห็นสิ่งที่คุณเห็น… อย่าให้ใครได้ยินสิ่งที่คุณได้ยิน”
อันซุ่ยเงียบ กลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วเอ่ย “แล้วถ้า… ข้าไม่สามารถทำตามคำแนะนำล่ะ”
เว้ยเว้ยก็ยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้น” เธอโน้มตัวลงมาใกล้ ราวกับจะกระซิบ แต่สุดท้ายกลับพูดชัดเจน
“ข้าจะช่วยให้คุณหนูกู้ไม่มีโอกาสได้เห็นอะไรอีกเลย”
คำพูดนั้นทำให้อันซุ่ยขนลุกทั้งตัว
ทันใดนั้น เสียงทุ้มหนึ่งดังจากด้านหลัง
“หยุดเลย ชางเว้ย”
ร่างสูงในชุดดำยืนอยู่ที่ปลายทางเดิน ใบหน้าคม ขนตายาว แต่มองแบบไม่สบตาใครนานเกินไป นั่นคือ เฮยลู่หลาง หรือ ลู่ลู่ ที่หลายๆ คนในวังกล่าวถึงด้วยความหวาดกลัว
“เฮยลู่หลาง” เว้ยเว้ยเลิกคิ้ว “ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะมาขัดขวางธุระของคนอื่น”
“ไม่ใช่ธุระของคุณ” ลู่ลู่เดินเข้ามาใกล้อย่างไม่เกรงกลัว “นี่คือหัวข้อของราชสำนัก ไม่ใช่เกมของตัวคุณ”
ทั้งสองจ้องหน้ากัน อากาศรอบตัวดูหนาวเย็นขึ้นกว่าเดิม
กู้อันซุ่ยยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างหญิงลึกลับที่เคยทำให้หลายชะตาต้องจบลง และชายเงาที่อาจเป็นผู้มาช่วยเธอ หรืออาจจะเป็นผู้มาขัดขวางความจริงของเธอเช่นกัน
“นางสาวกู้” ฮีเลอร์ลู่หลางหันมามองเธอ “คำเตือนของเธอไม่ใช่เรื่องเล่น”
เว้ยเว้ยหัวเราะเบา ๆ “ข้าไม่เคยเล่นกับชีวิตของใคร”
“แต่บางครั้ง” ลู่ลู่ตอบกลับ “สิ่งที่คุณทำก็ทำให้คนอื่นต้องตาย”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเว้ยเว้ยค่อย ๆ ดังขึ้น ขณะที่เธอถอยออกหลังอย่างสง่างาม
“อย่างนั้นก็ขอให้โชคดีกับทุกคนในวันนี้”
หิมะยังคงตกลงมา คล้ายกับทั้งวังกำลังปิดผนึกบางสิ่งหลายอย่างไว้ใต้ผืนขาว
กู้อันซุ่ยยืนอยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นแรง
เธอไม่รู้ว่า
ผู้ที่จะนำเธอกลับไปสู่แสงสว่างคือลู่ลู่…
หรือผู้ที่จะดึงเธอลงสู่ความมืดก็คือลู่ลู่เช่นกัน