หยางเซิน ชายผู้ที่เกิดมาพร้อมกับตัญเทียนที่บกพร่อง ทำให้การฝึกของเขาล่าช้ากว่าคนอื่น แต่ด้วยการที่เขาไม่เคยย่อท้อ เขาฝึกหนักทุกวัน เพื่อที่จะกลายเป็นผู้เเข็งแกร่งในใต้หล้าให้ได้.
แอคชั่น,แฟนตาซี,ผจญภัย,ชาย-หญิง,จีน,กำลังภายใน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เทพยุทธ์จุติหยางเซิน ชายผู้ที่เกิดมาพร้อมกับตัญเทียนที่บกพร่อง ทำให้การฝึกของเขาล่าช้ากว่าคนอื่น แต่ด้วยการที่เขาไม่เคยย่อท้อ เขาฝึกหนักทุกวัน เพื่อที่จะกลายเป็นผู้เเข็งแกร่งในใต้หล้าให้ได้.
ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งยึดเป็นกฏ การต่อสู้มากมายได้เกิดขึ้นไม่ลดละ เลือดไหลนองไปทั่วดินแดน…ตระกูลมากมายแย่งชิงสมบัติวิเศษผู้คนล้มตายเหลือขนานับ แต่หาได้มีใครแย่แสไม่!.
ณ หน้าผาแห่งความตาย ใต้ก้นบึ้งลึกสุดหยั่งถึง หน้าผาบนหุบเขามีเงาร่างชายคนนึงกำลังฝึกฝนอยู่ สภาพที่เปลือยท่อนบนโชว์ร่างกายที่กำยำ กล้ามเนื้อที่เเน่นชัด เขาก็คือหยางเซิน
วึด!…วึด!..
เขาฝึกฝนกับการต่อยก้อนหินที่ใหญ่กว่าเขาถึง 4 เท่า ทุกการปล่อยหมัดรุนแรงและต่อเนื่อง การฝึกยาวนานจนลืมวันเวลา
“อ๊าาากกกก!!…พุ๊!!..ตุ้ม!!…”
เสียงหินที่ระเบิดแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย
“เเฮ่ก…แฮ่ก…แฮ่กก..”
การฝึกฝนที่ยาวนานทำให้ร่างกายถึงขีดจำกัด หมัดที่หยางเซินต่อยค่อยๆมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย เหงื่อไหลมาเป็นสายน้ำ
“แฮ่กก..ในที่สุด!..”
สิ้นเสียงเขาได้ทิ้งตัวลงในทันที ก่อนจะหันมองท้องฟ้าที่สดใส และได้เผลอหลับไป..
“ฮ่ะ!!..นี่ข้าเผลอหลับไปงั้นเหรอ”
หยางเซินได้สดุ้งขึ้น จากการฝึกที่เหน็ดเหนื่อยทำให้ร่างกายของเขาบอบช้ำไปหมด แต่กลับสัมผัสถึงสายลมที่พัดพาลมอ่อนโชยมาทำรู้สึกสบายตัว ก่อนจะขยับร่างกายเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกปวดร้าวไปจนถึงกระดูก
หยางเซินพยายามลุก ก่อนจะนั่งขัดสมาธิ
เขาค่อยๆหลับตาลง ร่างกายเริ่มปล่อยวางลงทีละเล็กน้อย
“ฮ๊ะ!!..นี่มันอะไรกัน!!”
เขาได้สดุ้งเบิกดวงตาขึ้นจาการนั่งสมาธิ
“นี่!..ข้าเลื่อนถึง นักจิต 9 ดาวแล้ว”
สิ้นเสียงที่กล่าวภายในใจกลับรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาโตมากับตัณเทียนที่บกพร่องทำให้ฝึกฝนได้ช้ากว่าคนทั่วไปมากนัก การที่เขาดีใจถึงขนาดนั้นก็ไม่แปลก
ดวงตะวันเริ่มลับลาแสงจันทราเริ่มสาดส่อง เขามัวแต่ดีใจกลับการฝึกฝนที่เลื่อนระดับจนลืมนึกไปถึงเวลา
จ๊อก!…..
เสียงท้องดังขึ้น ทำให้เขาตื่นจากความสุข
“โอ้ยย!..ท้องมาร้องอะไรตอนนี้กัน!ขัดความสุขกันหมด”
เขาค่อยๆกวาดสายตาหันไปรอบๆ ร่างเงาร่างหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นจากแสงจันทร์
“หมูป่า!!”
เขาหลุดเสียงพูดขึ้นมาเล็กน้อย หยางเซินแสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆย่องไปด้านหลังของมันภายในมือถือเพียงแค่ไม้คมแหลม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ในทันที
“ย้าากก!!…ฉึก!!”
หมูป่าที่อยู่กลับแน่นิ่งไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาได้ยกมันขึ้นบ่าและค่อยๆเดินกลับไปที่หน้าผา
“ฮ่า..ฮ่า..ได้อาหารแล้ว”
เขายิ้มหัวเราะอย่างสำราญใจก่อนจะจับมันย่างทั้งตัว กลิ่นหอมโชยเข้าไปในป่า หมาป่าเขี้ยวเงินที่ได้กลิ่นก็ตาแดงก่ำเตรียมจะเข้ามาขย่ำเขาทันที
ฉึก!!..
แต่ก็ไม่เป็นผล เขาได้ใช้ไม้แทงเข้าไปที่หน้าท้องของมันจนแน่นิ่งไป สัตว์ป่าตัวอื่นที่เห็นก็ผลันถอยย่นกันไปหมด
“ฮ่า..ฮ่า..ข้าแค่อยู่เฉยๆก็มีอาหารมาเพิ่ม”
จากนั้นเขาค่อยๆกินหมูป่าตัวนั้นภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง ดวงดาราสาดแสงทั่วท้องนภา งดงามจนมิอาจจะบรรยาย..
หลังจากกินเสร็จนั่งขัดสมาธิอย่างช้าๆ ค่ำคืนวันพ้นผ่านยาวนานถึง 5 วัน
แสงตะวันเริ่มสาดส่องวันใหม่ได้สาดแสงเงามืดค่อยๆลางหาย
หยางเซินที่นั่งสมาธิอยู่ อยู่ๆรอบข้างก็เริ่มสั่นไหว คลื่นพลังงานสีเหลืองทองกระแทกออกเป็นละลอกๆอย่างรุนแรงก่อนจะพลันเปลี่ยนค่อยๆเข้าหาตัวเขาช้าๆ ดวงตาที่ปิดสนิทได้เบิกกว้างแสงสีเหลืองทองประทุออกอย่างรุนแรง
“อ๊ากกก!!….”
แสงสีทองค่อยๆเบาบางลง หยางเซินค่อยคลายพลังลงเล็กน้อย
“ในที่สุด!! ข้าก็บรรลุอีกขั้น การได้กินเนื้อสัตว์อสูรตัวเล็กตัวน้อยนั้นก็พอมีพลังอยู่บ้างช่วยทำให้ข้าบรรลุได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าพึ่งเลื่อนเข้าสู่ขั้นนักจิต 9 ดาว วันนี้กลับบรรลุขั้นแก่นจิตดีเกินไปแล้วจริงๆ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..”
เขาหัวเราะออกมาก่อนค่อยๆลุกขึ้นจากการนั่งสมาธิอย่างช้าๆ
“หยางเซิน!!…หยางเซิน!…”
เสียงสายหนึ่งเรียกหาเขา เงาร่างใต้ร่มไม้ค่อยๆปรากฎก่อนจะค่อยๆเดินออกมา
“อยู่นี่จริงๆสินะ”
ชายวัยกลางคนผมขาวเหน็บกระบี่ไว้ข้างกายเบื้องหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง
“ท่านพ่อ!..”
“เจ้าเด็กบ้าทำให้หยางเยี่ยหลงผู้นี่เป็นห่วง เจ้าแค่ระดับนักจิต กลับมาอยู่ในที่ที่อันตรายเช่นนี้ ห่างหายไปนานนับสัปดาห์ ข้าร้อนรนใจจนต้องออกมาหาเจ้ามาหลายวัน กลับมาซ่อนตัวอยู่นี่เองเหรอ!!”
แม้น้ำเสียงจะกล่าวดุต่อว่าแต่ถ้อยคำพูดและกริยากลับเป็นห่วงบุตรชายคนนี้เป็นอย่างมาก
“ข้า….”
“ขอโทษครับ…”
หยางเซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สำนึกก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“แต่ข้า…”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วกลับกันเถอะ”
หยางเยี่ยหลงกล่าวจบก่อนจะพากันเดินทางกลับ
ระหว่างทางกลับท่ามกลางป่าไม้ใหญ่หนาทึบไปหมด แม้แต่แสงอาทิตย์กลับสาดส่องผ่านร่มเงาเพียงเล็กน้อย เงาทมิฬร่างนึงดวงตาสีแดงก่ำกลับจ้องมาที่พวกเขาสองพ่อลูก มันย่องตามอย่างไม่ลดละอยู่ห่างๆเหมือนกำลังรอเวลาที่เหมาะสม
“ท่านพ่อ…”
หยางเซินกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง เงาร่างได้ปรากฏ สัตว์อสูรหมีปีศาจได้พุ่งกระโจนเข้าหาพวกเขา นัยตาสีแดงก่ำพร้อมขย้ำเหยือ ด้วยไวพริบของเขา หยางเซินได้ชักกระบี่ที่อยู่ในมือของบิดามาบั่นศีรษะของมันลงทันที หยางเยี่ยหลง เมื่อเห็นดังนั้นกลับตลึงในความสามารถของบุตรชาย ก่อนจะกล่าวถามออกไป
“นี่เจ้า!.. ฆ่ามันได้ในดาบเดียวงั้นหรอ นี่เจ้าอยู่ระดับใดกัน”
เมื่อเห็นบิดากล่าวเช่นนั้น หยางเซินก็ค่อยๆกล่าวตอบช้าๆ
“ตอนนี้ข้าได้เลื่อนเป็น ระดับแก่นจิตขั้นต้น 1 ดาว”
“ฮ๊ะ!!…กะ..แก่นจิต!!..”
เมื่อได้ยินดังนั้นเขาแทบไม่เชื่อในหูของตัวเองก่อนจะใช้มือจับไปที่ข้อมือเพื่อตรวจจุดลมปราณของหยางเซินเบาๆ
“ระดับแก่นจิตจริงๆ!”
ภายใต้สีหน้าที่ตกตลึง ในใจกลับรู้สึกดีใจเป็นอย่างที่ไม่เคยเป็น ก่อนเขาจะเข้าไปกอดหยางเซินด้วยความยินดี
“ ฮ่า..ฮ่า..ลูกชายข้า..ถึงระดับแก่นจิตแล้วจริงๆ ฮ่า..ฮ่า..”
พูดจบเขาค่อยๆคลายอ้อมกอดลงช้าๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความเป็นห่วง
“เรารีบกลับตระกูลกันก่อนเถอะ”
หลังจากที่กลับจากหุบเขาแห่งความตาย ทั้งคู่ก็ต่างเหนื่อยล้าจนไม่มีแรง
“ลูกข้า..เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ! เดี๋ยวข้ามีเรื่องจะกล่าวเมื่อเจ้าพักฝื้นจนร่างกายสมบูรณ์”
สิ้นเสียงดังนั้น หยางเซินก็รีบพุ่งไปที่ห้องในทันที
แอ่ด…
เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างเบาๆ
เบื้องหน้าสตรีร่างเล็กคนนึงหน้าตางดงามกำลังนั่งอยู่บนเตียง สีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ดุไป
“ท่านพี่!!…หลายวันมานี้ท่านไปอยู่ที่ใด!! กลับมาทั้งทีไม่คิดจะบอกข้าเลยงั้นเหรอ!!”
สิ้นเสียงที่กล่าว คล้ายมีไอเย็นจนถึงกระดูก ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
“อะ..เอ่อ..หยางจือน้อย…ข้าแค่ออกไปฝึกฝนนิดหน่อยเอง…”
น้ำเสียงที่สั่นเทาทำเอาสตรีน้อยที่เบื้องหน้าหลุดขำออกมาในทันที
“อุ…ฮ่า..ฮ่า..ฮ่าา… ท่านพี่กลัวข้าจนตัวสั่นเลยเหรอ ฮ่า..ฮ่าา”
เมื่อเห็นดังนั้น หยางเซินก็ค่อยๆผ่อนคลายลงและกล่าวถามออกไป
“แล้วเจ้า! เหตุถึงมาอยู่ในห้องข้ากัน”
“ก็ข้า ได้ยินจากคนในตระกูลว่าท่านกลับมาแล้วก็เลยจะมาแกล้งท่านเล่นสักหน่อย ไม่คิดว่าท่านพี่จะสั่นกลัวได้ถึงขั้นนี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่าา”
สิ้นเสียง หยางเซินได้เดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะใช้นิ้วดีดเข้าไปที่หน้าผากของนาง จนหน้าผากแดงบวมเป่ง
“ฮือ..ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ ว่าท่านกลับมาแล้วทำร้ายน้องสาวที่น่ารักของท่านได้ลงคอ!”
พูดจบหยางจือก็ได้ หมัดเข้าไปที่ท้องของหยางเซินก่อนจะวิ่งหนีหายไป ปล่อยทิ้งไว้ให้หยางเซินอยู่กับความเจ็บปวด
“โอ๊ย!!..หยางจือบ้าา”
หลังจากที่สองพี่น้องทะเลาะกันเสร็จ หยางเซินก็ได้นั่งสมาธิฝึกอีกครั้ง สองมือผสาน ปราณแสงสีทองเริ่มปรากฏก่อนจะเคลื่อนที่ช้าๆและรวมเข้ามาบนฝ่ามือของเขา ค่อยๆหล่อหลอมจนกลายเป็นทรงกลมเท่าลูกแก้ว ปราณสีทองโอบล้อมรอบตัว ความรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็น ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ปราณลูกแก้วที่อยู่บนมือค่อยๆลอยขึ้น ก่อนจะไปลอยอยู่รอบตัว ปราณสีทองรอบกายก็ค่อยๆหล่อหลอมลูกแก้วสีทองขึ้นมาอีกบนฝ่ามือ
แต่ครั้งนี้กลับยากกว่าเดิมมากกว่า ปราณสีทองที่ไหลเวียนอยู่รอบกาย กลับกระจายตัว ไม่รวมเป็นหนึ่งเดียว แม้หยางเซินจะเค้นปราณมาเพียงใดก็ไม่สำเร็จ ใบหน้าเริ่มกัดฟัน
สุดท้ายปราณสีทองก็ได้ระเบิดออก กลายเป็นละลอกฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง หยางเซินค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ พลางกล่าวขึ้น
“บ้าเอ้ย!…แก่นจิตที่สอง เกือบจะหล่อหลอมสำเร็จอยู่แล้วเชียว!”
.
.
.