หยางเซิน ชายผู้ที่เกิดมาพร้อมกับตัญเทียนที่บกพร่อง ทำให้การฝึกของเขาล่าช้ากว่าคนอื่น แต่ด้วยการที่เขาไม่เคยย่อท้อ เขาฝึกหนักทุกวัน เพื่อที่จะกลายเป็นผู้เเข็งแกร่งในใต้หล้าให้ได้.

เทพยุทธ์จุติ - บทที่ 1 หน้าผาแห่งความตาย โดย BoOKDogg @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แอคชั่น,แฟนตาซี,ผจญภัย,ชาย-หญิง,จีน,กำลังภายใน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เทพยุทธ์จุติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แอคชั่น,แฟนตาซี,ผจญภัย,ชาย-หญิง,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

กำลังภายใน

รายละเอียด

 เทพยุทธ์จุติ โดย BoOKDogg @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หยางเซิน ชายผู้ที่เกิดมาพร้อมกับตัญเทียนที่บกพร่อง ทำให้การฝึกของเขาล่าช้ากว่าคนอื่น แต่ด้วยการที่เขาไม่เคยย่อท้อ เขาฝึกหนักทุกวัน เพื่อที่จะกลายเป็นผู้เเข็งแกร่งในใต้หล้าให้ได้.

ผู้แต่ง

BoOKDogg

เรื่องย่อ

สารบัญ

เทพยุทธ์จุติ-บทที่ 1 หน้าผาแห่งความตาย

เนื้อหา

บทที่ 1 หน้าผาแห่งความตาย

ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งยึดเป็นกฏ การต่อสู้มากมายได้เกิดขึ้นไม่ลดละ เลือดไหลนองไปทั่วดินแดน…ตระกูลมากมายแย่งชิงสมบัติวิเศษผู้คนล้มตายเหลือขนานับ แต่หาได้มีใครแย่แสไม่!.

 

 ณ หน้าผาแห่งความตาย ใต้ก้นบึ้งลึกสุดหยั่งถึง หน้าผาบนหุบเขามีเงาร่างชายคนนึงกำลังฝึกฝนอยู่ สภาพที่เปลือยท่อนบนโชว์ร่างกายที่กำยำ กล้ามเนื้อที่เเน่นชัด เขาก็คือหยางเซิน

  วึด!…วึด!..

 เขาฝึกฝนกับการต่อยก้อนหินที่ใหญ่กว่าเขาถึง 4 เท่า ทุกการปล่อยหมัดรุนแรงและต่อเนื่อง การฝึกยาวนานจนลืมวันเวลา 

  “อ๊าาากกกก!!…พุ๊!!..ตุ้ม!!…”

 เสียงหินที่ระเบิดแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย 

  “เเฮ่ก…แฮ่ก…แฮ่กก..”

 การฝึกฝนที่ยาวนานทำให้ร่างกายถึงขีดจำกัด หมัดที่หยางเซินต่อยค่อยๆมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย เหงื่อไหลมาเป็นสายน้ำ

  “แฮ่กก..ในที่สุด!..”

 สิ้นเสียงเขาได้ทิ้งตัวลงในทันที ก่อนจะหันมองท้องฟ้าที่สดใส และได้เผลอหลับไป..


  “ฮ่ะ!!..นี่ข้าเผลอหลับไปงั้นเหรอ”

หยางเซินได้สดุ้งขึ้น จากการฝึกที่เหน็ดเหนื่อยทำให้ร่างกายของเขาบอบช้ำไปหมด แต่กลับสัมผัสถึงสายลมที่พัดพาลมอ่อนโชยมาทำรู้สึกสบายตัว ก่อนจะขยับร่างกายเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกปวดร้าวไปจนถึงกระดูก 

  หยางเซินพยายามลุก ก่อนจะนั่งขัดสมาธิ

 เขาค่อยๆหลับตาลง ร่างกายเริ่มปล่อยวางลงทีละเล็กน้อย  

  “ฮ๊ะ!!..นี่มันอะไรกัน!!”

 เขาได้สดุ้งเบิกดวงตาขึ้นจาการนั่งสมาธิ 

  “นี่!..ข้าเลื่อนถึง นักจิต 9 ดาวแล้ว”

สิ้นเสียงที่กล่าวภายในใจกลับรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาโตมากับตัณเทียนที่บกพร่องทำให้ฝึกฝนได้ช้ากว่าคนทั่วไปมากนัก การที่เขาดีใจถึงขนาดนั้นก็ไม่แปลก

 

 ดวงตะวันเริ่มลับลาแสงจันทราเริ่มสาดส่อง เขามัวแต่ดีใจกลับการฝึกฝนที่เลื่อนระดับจนลืมนึกไปถึงเวลา 

  จ๊อก!…..

เสียงท้องดังขึ้น ทำให้เขาตื่นจากความสุข

  “โอ้ยย!..ท้องมาร้องอะไรตอนนี้กัน!ขัดความสุขกันหมด”

 เขาค่อยๆกวาดสายตาหันไปรอบๆ ร่างเงาร่างหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นจากแสงจันทร์

  “หมูป่า!!”

 เขาหลุดเสียงพูดขึ้นมาเล็กน้อย หยางเซินแสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆย่องไปด้านหลังของมันภายในมือถือเพียงแค่ไม้คมแหลม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ในทันที

 “ย้าากก!!…ฉึก!!”

 หมูป่าที่อยู่กลับแน่นิ่งไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาได้ยกมันขึ้นบ่าและค่อยๆเดินกลับไปที่หน้าผา 

  “ฮ่า..ฮ่า..ได้อาหารแล้ว”

เขายิ้มหัวเราะอย่างสำราญใจก่อนจะจับมันย่างทั้งตัว กลิ่นหอมโชยเข้าไปในป่า หมาป่าเขี้ยวเงินที่ได้กลิ่นก็ตาแดงก่ำเตรียมจะเข้ามาขย่ำเขาทันที 

   ฉึก!!..

  แต่ก็ไม่เป็นผล เขาได้ใช้ไม้แทงเข้าไปที่หน้าท้องของมันจนแน่นิ่งไป สัตว์ป่าตัวอื่นที่เห็นก็ผลันถอยย่นกันไปหมด

  “ฮ่า..ฮ่า..ข้าแค่อยู่เฉยๆก็มีอาหารมาเพิ่ม”

 จากนั้นเขาค่อยๆกินหมูป่าตัวนั้นภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง ดวงดาราสาดแสงทั่วท้องนภา งดงามจนมิอาจจะบรรยาย..



  หลังจากกินเสร็จนั่งขัดสมาธิอย่างช้าๆ ค่ำคืนวันพ้นผ่านยาวนานถึง 5 วัน

  แสงตะวันเริ่มสาดส่องวันใหม่ได้สาดแสงเงามืดค่อยๆลางหาย

หยางเซินที่นั่งสมาธิอยู่ อยู่ๆรอบข้างก็เริ่มสั่นไหว คลื่นพลังงานสีเหลืองทองกระแทกออกเป็นละลอกๆอย่างรุนแรงก่อนจะพลันเปลี่ยนค่อยๆเข้าหาตัวเขาช้าๆ ดวงตาที่ปิดสนิทได้เบิกกว้างแสงสีเหลืองทองประทุออกอย่างรุนแรง

  “อ๊ากกก!!….”

 แสงสีทองค่อยๆเบาบางลง หยางเซินค่อยคลายพลังลงเล็กน้อย

  “ในที่สุด!! ข้าก็บรรลุอีกขั้น การได้กินเนื้อสัตว์อสูรตัวเล็กตัวน้อยนั้นก็พอมีพลังอยู่บ้างช่วยทำให้ข้าบรรลุได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าพึ่งเลื่อนเข้าสู่ขั้นนักจิต 9 ดาว วันนี้กลับบรรลุขั้นแก่นจิตดีเกินไปแล้วจริงๆ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..”

 เขาหัวเราะออกมาก่อนค่อยๆลุกขึ้นจากการนั่งสมาธิอย่างช้าๆ

  “หยางเซิน!!…หยางเซิน!…”

เสียงสายหนึ่งเรียกหาเขา เงาร่างใต้ร่มไม้ค่อยๆปรากฎก่อนจะค่อยๆเดินออกมา

  “อยู่นี่จริงๆสินะ”

ชายวัยกลางคนผมขาวเหน็บกระบี่ไว้ข้างกายเบื้องหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

  “ท่านพ่อ!..”

  “เจ้าเด็กบ้าทำให้หยางเยี่ยหลงผู้นี่เป็นห่วง เจ้าแค่ระดับนักจิต กลับมาอยู่ในที่ที่อันตรายเช่นนี้ ห่างหายไปนานนับสัปดาห์ ข้าร้อนรนใจจนต้องออกมาหาเจ้ามาหลายวัน กลับมาซ่อนตัวอยู่นี่เองเหรอ!!”

 แม้น้ำเสียงจะกล่าวดุต่อว่าแต่ถ้อยคำพูดและกริยากลับเป็นห่วงบุตรชายคนนี้เป็นอย่างมาก

  “ข้า….”

  “ขอโทษครับ…”

 หยางเซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สำนึกก่อนจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง

  “แต่ข้า…”

  “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วกลับกันเถอะ”

หยางเยี่ยหลงกล่าวจบก่อนจะพากันเดินทางกลับ

 ระหว่างทางกลับท่ามกลางป่าไม้ใหญ่หนาทึบไปหมด แม้แต่แสงอาทิตย์กลับสาดส่องผ่านร่มเงาเพียงเล็กน้อย เงาทมิฬร่างนึงดวงตาสีแดงก่ำกลับจ้องมาที่พวกเขาสองพ่อลูก มันย่องตามอย่างไม่ลดละอยู่ห่างๆเหมือนกำลังรอเวลาที่เหมาะสม

   “ท่านพ่อ…”

หยางเซินกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง เงาร่างได้ปรากฏ สัตว์อสูรหมีปีศาจได้พุ่งกระโจนเข้าหาพวกเขา นัยตาสีแดงก่ำพร้อมขย้ำเหยือ ด้วยไวพริบของเขา หยางเซินได้ชักกระบี่ที่อยู่ในมือของบิดามาบั่นศีรษะของมันลงทันที หยางเยี่ยหลง เมื่อเห็นดังนั้นกลับตลึงในความสามารถของบุตรชาย ก่อนจะกล่าวถามออกไป

  “นี่เจ้า!.. ฆ่ามันได้ในดาบเดียวงั้นหรอ นี่เจ้าอยู่ระดับใดกัน”

 เมื่อเห็นบิดากล่าวเช่นนั้น หยางเซินก็ค่อยๆกล่าวตอบช้าๆ

  “ตอนนี้ข้าได้เลื่อนเป็น ระดับแก่นจิตขั้นต้น 1 ดาว”

  “ฮ๊ะ!!…กะ..แก่นจิต!!..”

เมื่อได้ยินดังนั้นเขาแทบไม่เชื่อในหูของตัวเองก่อนจะใช้มือจับไปที่ข้อมือเพื่อตรวจจุดลมปราณของหยางเซินเบาๆ

   “ระดับแก่นจิตจริงๆ!”

 ภายใต้สีหน้าที่ตกตลึง ในใจกลับรู้สึกดีใจเป็นอย่างที่ไม่เคยเป็น ก่อนเขาจะเข้าไปกอดหยางเซินด้วยความยินดี

   “ ฮ่า..ฮ่า..ลูกชายข้า..ถึงระดับแก่นจิตแล้วจริงๆ ฮ่า..ฮ่า..”

 พูดจบเขาค่อยๆคลายอ้อมกอดลงช้าๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความเป็นห่วง

  “เรารีบกลับตระกูลกันก่อนเถอะ”


 หลังจากที่กลับจากหุบเขาแห่งความตาย ทั้งคู่ก็ต่างเหนื่อยล้าจนไม่มีแรง

 “ลูกข้า..เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ! เดี๋ยวข้ามีเรื่องจะกล่าวเมื่อเจ้าพักฝื้นจนร่างกายสมบูรณ์”

 สิ้นเสียงดังนั้น หยางเซินก็รีบพุ่งไปที่ห้องในทันที 

  แอ่ด…

 เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างเบาๆ

เบื้องหน้าสตรีร่างเล็กคนนึงหน้าตางดงามกำลังนั่งอยู่บนเตียง สีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ดุไป

  “ท่านพี่!!…หลายวันมานี้ท่านไปอยู่ที่ใด!! กลับมาทั้งทีไม่คิดจะบอกข้าเลยงั้นเหรอ!!”

สิ้นเสียงที่กล่าว คล้ายมีไอเย็นจนถึงกระดูก ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

  “อะ..เอ่อ..หยางจือน้อย…ข้าแค่ออกไปฝึกฝนนิดหน่อยเอง…”

 น้ำเสียงที่สั่นเทาทำเอาสตรีน้อยที่เบื้องหน้าหลุดขำออกมาในทันที

  “อุ…ฮ่า..ฮ่า..ฮ่าา… ท่านพี่กลัวข้าจนตัวสั่นเลยเหรอ ฮ่า..ฮ่าา”

เมื่อเห็นดังนั้น หยางเซินก็ค่อยๆผ่อนคลายลงและกล่าวถามออกไป

  “แล้วเจ้า! เหตุถึงมาอยู่ในห้องข้ากัน”

  “ก็ข้า ได้ยินจากคนในตระกูลว่าท่านกลับมาแล้วก็เลยจะมาแกล้งท่านเล่นสักหน่อย ไม่คิดว่าท่านพี่จะสั่นกลัวได้ถึงขั้นนี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่าา”

สิ้นเสียง หยางเซินได้เดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะใช้นิ้วดีดเข้าไปที่หน้าผากของนาง จนหน้าผากแดงบวมเป่ง 

  “ฮือ..ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ ว่าท่านกลับมาแล้วทำร้ายน้องสาวที่น่ารักของท่านได้ลงคอ!”

พูดจบหยางจือก็ได้ หมัดเข้าไปที่ท้องของหยางเซินก่อนจะวิ่งหนีหายไป ปล่อยทิ้งไว้ให้หยางเซินอยู่กับความเจ็บปวด

  “โอ๊ย!!..หยางจือบ้าา”

  หลังจากที่สองพี่น้องทะเลาะกันเสร็จ หยางเซินก็ได้นั่งสมาธิฝึกอีกครั้ง สองมือผสาน ปราณแสงสีทองเริ่มปรากฏก่อนจะเคลื่อนที่ช้าๆและรวมเข้ามาบนฝ่ามือของเขา ค่อยๆหล่อหลอมจนกลายเป็นทรงกลมเท่าลูกแก้ว ปราณสีทองโอบล้อมรอบตัว ความรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็น ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ปราณลูกแก้วที่อยู่บนมือค่อยๆลอยขึ้น ก่อนจะไปลอยอยู่รอบตัว ปราณสีทองรอบกายก็ค่อยๆหล่อหลอมลูกแก้วสีทองขึ้นมาอีกบนฝ่ามือ

 แต่ครั้งนี้กลับยากกว่าเดิมมากกว่า ปราณสีทองที่ไหลเวียนอยู่รอบกาย กลับกระจายตัว ไม่รวมเป็นหนึ่งเดียว แม้หยางเซินจะเค้นปราณมาเพียงใดก็ไม่สำเร็จ ใบหน้าเริ่มกัดฟัน   

สุดท้ายปราณสีทองก็ได้ระเบิดออก กลายเป็นละลอกฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง หยางเซินค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ พลางกล่าวขึ้น

  “บ้าเอ้ย!…แก่นจิตที่สอง เกือบจะหล่อหลอมสำเร็จอยู่แล้วเชียว!”

.

.

.