"พิชิตรักดินแดนล่มสลาย" เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและท้าทายที่สามารถสะท้อนถึงความรักที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เรื่องราวนี้อาจเกี่ยวกับการต่อสู้และความพยายามของคู่รักที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางชนชั้น การเมือง หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งพวกเขาต้องใช้ความรักและความสามัคคีเพื่อเอาชนะความยากลำบากเหล่านั้น การสร้างเรื่องราวที่มีพื้นหลังในดินแดนที่ล่มสลายยังเปิดโอกาสให้สำรวจธีมของการฟื้นฟูและการเริ่มต้นใหม่ ทำให้ผู้อ่านสามารถเห็นคุณค่าของความรักในฐานะพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงและเยียวยาได้
ชาย-หญิง,รัก,ผจญภัย,แฟนตาซี,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พิชิตรักดินแดนล่มสลาย"พิชิตรักดินแดนล่มสลาย" เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและท้าทายที่สามารถสะท้อนถึงความรักที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เรื่องราวนี้อาจเกี่ยวกับการต่อสู้และความพยายามของคู่รักที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางชนชั้น การเมือง หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งพวกเขาต้องใช้ความรักและความสามัคคีเพื่อเอาชนะความยากลำบากเหล่านั้น การสร้างเรื่องราวที่มีพื้นหลังในดินแดนที่ล่มสลายยังเปิดโอกาสให้สำรวจธีมของการฟื้นฟูและการเริ่มต้นใหม่ ทำให้ผู้อ่านสามารถเห็นคุณค่าของความรักในฐานะพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงและเยียวยาได้
"เรื่องราวเริ่มจากดินแดนที่มีมนุษย์และเอลฟ์นั้นอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติภาพ แต่ด้วยความโลภของพระราชาที่ต้องการจะปกครองดินแดนนี้แต่เพียงผู้เดียวแล้ว นั่นจึงทำให้พระองค์ได้แบ่งอาณาเขตระหว่างมนุษย์และเอลฟ์ ฝ่ายเอลฟ์ที่ไม่ต้องการให้เกิดสงครามอีกจึงน้อมรับคำสั่งของพระราชาอย่างจำยอม เจ้าหญิงเอลฟ์จึงพาราษฎรของตนไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในป่าเมือนที่บรรพบุรุษเคยอยู่พวกเขาอาศัยอยู่กันอย่างสงบในที่ที่ห่างไกลและมนุษย์ไม่สามาถเข้าถึงได้ แต่แล้วก็มีสิ่งที่ทำให้เจ้าหญิงเอลฟ์กังวลจึงทำให้เธอและผู้ช่วยของเธอออกมาตรวจอาณาเขตทั้งที่ความเป็นจริงแล้วการตรวจอาณานั้นจะทำทุกๆอาทิตย์"
เจ้าหญิงคริสตัล-เจ้ารู้สึกเหมือนข้าไหมเซนิต
เซนิต-รู้สึกอะไรเพคะเจ้าหญิงคริสตัล
เจ้าหญิงคริสตัล-ข้ารู้สึกแปลกๆเหมือนว่ามีอะไรกำลังมองมาที่พวกเรา
เซนิต-มนุษย์หรอ
เจ้าหญิงคริสตัล-ข้าว่าไม่ใช่มนุษย์หรอก พวกเขาไม่รู้ที่อยู่พวกเรา
เซนิต-แล้วจะเป็นใครกัน
เจ้าหญิงคริสตัล-เซนิตระวัง!!
"เซนิตและเจ้าหญิงคริสตัลหลบลูกธนูที่ยิงมาด้วยความเร็วก่อนจะยิงตอบโต้ไปยังฝั่งตรงข้ามโดยที่ไม่รู้เลยว่าฝั่งนั้นที่ยิงมาหลบอยู่ตรงไหนกันแน่ แต่แล้วเจ้าหญิงเอลฟ์ก็ยิงถูกจุดที่ศรัตรูอยู่"
เจ้าหญิงเมริน่า-รู้ทั้งรู้ว่าฝีมือเทียบข้าไม่ได้ ทำไมถึงยังพยายาม
เจ้าหญิงคริสตัล-เมริน่า...
เซนิต-ฮะ เจ้าหญิงเมรินา หาเราเจอได้ยังไง
เจ้าหญิงเมริน่า-หึ การหาพวกเจ้าเป็นเรื่องที่ง่ายมาก หยุดต่อต้านแล้วมาร่วมมือกับข้าดีกว่านะ
เจ้าหญิงคริสตัล-เมรินา เจ้าต้องการอะไร
เจ้าหญิงเมริน่า-555 คริสตัลทัพมังกรดำเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว มาร่วมกับข้าแล้วข้าจะให้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ
เจ้าหญิงคริสตัล-เซนิตอย่าไปฟังนาง
เซนิต-ถอยไปนะเจ้าหญิงเมริน่า
เจ้าหญิงเมริน่า-5555เตรียมตัวไว้เถอะคริสตัล
"เมริน่าหายไปในอากาศอย่างกับว่าไม่เคยมีอะไรมาก่อน หลังจากนั้นเจ้าหญิงคริสตัลจึงตัดสินใจเดินทางไปพระราชวังของพระราชาเพื่อเจรจาขอเป็นพันธมิตรกับมนุษย์เพื่อปกป้องดินแดนแห่งนี้ ในระหว่างที่เจ้าหญิงคริสตัลและเซนิตกำลังเดินทางไปยังพระราชวังของมนุษย์นั้นเธอทั้งสองได้บังเอิญเจอกับเรือเหาะของบลาตั้นที่กำลังจะไปเมื่องมนุษย์เช่นกัน พวกเธอจึงขอขึ้นเรื่อมาด้วยบลาตั้นไม่ได้ปฏิเสธและยินดีจะให้พวกเธอร่วมเดินทางไปกับพวกเขาด้วย"
เจ้าหญิงคริสตัล-ขอบคุณท่านมากที่ให้เราขึ้นมาร่วมเดินทางด้วย
บลาตั้น-ไม่ต้องคิดมากเรื่องนั้นหรอก เรือข้าใหญ่ขนาดนี้มีแค่พวกข้าสามคนคงจะเบื่อแย่ แล้วท่านทั้งสองจะไปที่ใดกัน
เจ้าหญิงคริสตัล-เราจะไปเข้าเฝ้าพระราชา
บลาตั้น-พระราชาหรอแล้วพวกท่านจะไปเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเหตุอันใดกัน
"เจ้าหญิงคริสตัลถอนหายใจก่อนจะเปิดเสื้อคลุมของพระองค์ออกทำให้บลาตั้นรวมถึงหยาจื้อ ซาฟิร่าที่อยู่ด้านหลังนั้นถึงกับแปลกใจมากเพราะเอลฟ์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในดินแดนของมนุษย์ และเมื่อมนุษย์คนใดที่ให้ความช่วยเหลือเอลฟ์คนผู้นั้นมักจะจบไม่สวยเสมอไป..."
บลาตั้น-ข้าคงถามท่านมากเกินไป ขอประทานอภัย
เจ้าหญิงคริสตัล-ไม่หรอก ข้าเพียงแค่คิดเรื่องพวกนั้นมากเกินไป
บลาตั้น-ไม่ต้องห่วงข้าเชื่อว่าพระราชาคงเตรียมรับมือกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ
เจ้าหญิงคริสตัล-ข้าก็หวังว่าให้เป็นเช่นนั้น
ซาฟิร่า-พวกท่านอย่าได้กงวลไปเลย มาเล่นสนุกกับข้าดีกว่านะ
หยาจื้อ-ซาฟิร่าทำไมเจ้าไม่ไปหาของว่างมารับแขกของเราหน่อยล่ะ ขอโทษแทนน้องสาวข้าด้วย
เจ้าหญิงคริสตัล-ไม่เป็นไรแค่นี้พวกเราก็แกรงใจพวกท่านมากแล้ว
เซนิต-เจ้าหญิงคริสตัล ดูนั่นสิ
เจ้าหญิงคริสตัล-มีอะไรหรือเซนิส...
"เซนิสชี้ไปที่กองทัพมอสเตอร์ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาหมู่บ้านทางทิศตะวันตกอย่างรวดเร็ว แต่แล้วสิ่งที่พวกเขาได้เห็นต่อจากนั้นคือมีชายหนุ่มกำลังเตือนภัยให้ชาวบ้านนั้นรีบอพยพออกจากหมู่บ้านโดยเร็วก่อนจะใช้ตัวเองนั้นเป็นเหยื่อล่อเพื่อล่อเหล่ามอสเตอร์ไปทางอื่น"
เซนิต-หมอนั่นอยากตายหรือไง
ซาฟิร่า-ท่านพี่ ช่วยเขาเถอะ
หยาจื้อ-บลาตั้น ตาเจ้าแล้วล่ะ
บลาตั้น-ข้ายินดีเสมอ
"ไม่ทันที่บลาตั้นนั้นจะลงไปช่วยชายหนุ่มผู้นั้น ก็มีลำแสงพลาสม่าปริศนายิงลงมาที่เหล่ามอนเตอร์ที่กำลังไล่เขาอยู่ก่อนจะปรากฏเป็นหญิงสาวรูปร่างคล่องแคล่วมีผมสีเงินบริสุทธ์ สวมผ้าปิดใบหน้า สวมใส่ชุดเหมือนกับอัศวินแต่ชุดนั้นที่สวมใส่กลับเป็นสีขาวและมีสีรุ้งประกายเล็กน้อย ทำให้ทั้งห้าคนที่ตั้งใจจะลงไปจะไปช่วยต้องยืนมองด้วยความแปลกในและความทึ่งของนาง"
เซเร่ซ่า-หวัดดี...
ชิงมู่-อ-เอ่อ หวัดดี
เซเรซ่า-เจ้าไปทำอะไรให้พวกมันตามเจ้ามาขนาดนี้เนี่ย
ชิงมู่-ข้าเปล่านะ เนื้อข้ามันคงหอมเกินไป
"เซเรซ่าได้แต่มองเขาแล้วกรอกตาเพราะความหลงตัวเองของเขา เซเรซ่าใช้ดาบของเธอนั้นฆ่าฟันเหล่ามอสเตอร์ที่กรูเข้ามาเรื่อยๆจนเซเรซ่าเห็นว่ายิ่งสู้ไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะตอนนี้พวกเธอมีเพียงแค่สองคน เซเรซ่าจจึงใช้การควบคุมดาบของเธอให้ออกเป็นหลายเล่มเพื่อถ่วงเวลาให้เธอและเขานั้นได้มีโอกาสหนี เพียงช่วงครู่ที่เซเรซ่านั้นได้ใช้การควบคุมดาบของเธอแล้วก็มีมังกรเพลิงเมฆามารับเธอแต่มันกลับไปให้เขานั้นขึ้นนั่งกลับใช้เท้าของมันนั้นจับเขาแทน มันพาเธอและเขานั้นขึ้นมาบนเรือเหอะของบลาตั้นก่อนจะปล่อยเขาลงอย่าไม่ใยดี"
ชิงมู่-นี่เจ้า!!
บลาตั้น-นั่นมันมังกรหรอ
เซเรซ่า-ข้าแนะนำให้ท่านถอยไป นางไม่ค่อยชอบให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้มากเท่าไหร่หรอกนะ
บลาตั้น-แล้วท่านมาจากที่ใดกัน
เซเรซ่า-ข้ามาจากที่ที่ไกลมากๆ
หยาจื้อ-ขอบคุณที่ช่วยเขาไว้
ซาฟิร่า-ข้าขอจับมันได้หรือไม่
เซเรซ่า-เจ้าไม่กลัวหรือ ปกติมนุษย์จะเห็นมังกรเป็น....
ซาฟอร่า-เป็นศรัตรู...ข้ารู้...
เซเรซ่า-เราแค่ผ่านทางมาเท่านั้นไม่ได้เป็นภัยแก่พวกท่านแน่นอน
ซาฟิร่า-ท่านพี่ ดูสิ ข้าอยากมีสักตัว
หยาจื้อ-ซาฟิร่า เจ้านี่จะอยากเลี้ยงทุกอย่างไม่ได้ แล้วท่านจะไปที่ใดต่อ
เซเรซ่า-เรื่องนี้ข้าไม่สามารถบอกท่านได้
หยาจื้อ-ข้าก็หวังว่าพวกเราจะได้พบท่านอีก...
"เซเรซ่าเพียงแต่พยักหน้าก่อนจะขึ้นขี่บนหลังของมังกรเพลิงเมฆาแล้วบินหายไปในเมฆ พวกเขาทั้งหกเองก็มุ่งหน้าสู้พระราชวังเมืองหลวงของมนุษย์ ใช้เวลาไม่นานพวกเขานั้นก็ได้มาถึงพระราชวัง เจ้าหญิงเอลฟ์ไม่รอใช้ที่จะไปเข้าเฝ้าพระราชาเพื่อขอสงบศึกและร่วมมือกันกำจัดสิ่งชั่วร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทีแรกนั้นพระราชานั้นมีท่าทีที่ไม่ยอมง่ายๆจนกะทั่งบลาตั้น แรมเบิส ซาฟิร่า แม่มด นักบวช ต้องคุกเข่าขอร้องพระองค์ถึงแม้กระนั้นพระองค์เองก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยอม แต่สุดท้ายแล้วด้วยคำพูดที่ทุกคนนั้นช่วยกันเกลี้ยกล่อมนพระราชายอมเป็นพันธมิตรได้สำเร็จ พระราชวังจึงจัดงานเฉลิมฉลองขึ้น"
เซเรซ่า-ว้าว...มันสวยเหมือนกันนะเนี่ย
หยาจื้อ-ข้าว่าแล้วว่าต้องได้เจอเจ้าอีก...
เซเรซ่า-ทำไมท่านถึงคิดว่าจะได้เจอข้าอีก?
หยาจื้อ-ข้าก็ไม่รู้ แต่ความรู้สึกของข้ามันบอกข้าแบบนั้น ข้าขอนั่งด้วยได้หรือไม่
เซเรซ่า-ข้าไม่ได้ตัวใหญ่ขาดที่ท่านจะนั่งไม่ได้หรอกนะ
"เซเรซ่าเพียงแค่ขยับเล็กนั้นบนหลังคาของพระราชวังก่อนที่หยาจื้อจะนั่งลงดูพลุข้างๆเธออย่างตั้งใจ ไม่แค่นั้นหยาจื้อยังเนียนขยับเข้าใกล้เซเรซ่าเรื่อยๆ ก่อนที่เขานั้นจะถูกเรียกโดยบลาตั้น ทำเอาหยาจื้อถึงกับถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วกันมายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน"
บลาตั้น-หยาจื้อ!!พระราชาเรียกแล้ว
หยาจื้อ-เดี๋ยวข้าตามไป ข้าคงต้องไปแล้ว ยินดีที่ได้พบเจ้าอีก
เซเรซ่า-ท่านรีบไปเถอะ
หยาจื้อ-ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ หลังจากคุยกับราชาเสร็จแล้วจะขอพาเจ้าเที่ยวชมงานเสียหน่อย
เซเรซ่า-ได้แน่นอน :)
"เซเรซ่าส่งยิ้มให้หยาจื้อ ก่อนที่เขาจะเข้าไปที่ห้องโถงเพื่อรวมตัวปรึกษาหารือกัน ในระหว่างนั้นเซเรซ่าที่นั่งอยู่ข้างบน็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่ปกติเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา เซเรซ่าด้วยความอยากรู้จึงถือวสาสะสำรวจรอบนอกของพระราชวัง เซเรซ่าเดินตามทางระเบียงรอบนอกของพระราชวังจนมาเจอกับเซนิตและชิงมู่ที่ทำลังแอบฟังแผนการกำจัดมังกรดำอยู่"
เซเรซ่า-พวกเจ้ากำลังอะไรอยู่...
เซนิต-เปล่าๆเราไม่ได้ทำอะไรนะ
เซเรซ่า-เฮ้ ใจเย็นข้าไม่ได้จะว่าอะไรพวกเจ้า ข้าเองก็อยากรู้ว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน
ชิงมู่-ถ้าอยากรู้ เราก็ต้องเข้าไปฟังใกล้ๆ
เซนิต-เจ้า!!!
"ยังไม่ทันที่เซนิตจะพูดจบชิงมู่ก็จับมือของเธอลากเข้าไปข้างใต้โต๊ะอาหารใกล้ๆบลาตั้น บลาตั้นเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เซเรซ่าเธอเพียงแค่ยืนมองอยู่ด้านนอกเช่นเดิม พลางคิดตามในสิ่งที่พวกเขานั้นเสนอแก่พระราชาผู้โลภมากและกระหายอำนาจ"
พระราชา-ข้าเป็นกษัตร์ พวกเจ้าทุกคนต้องทำตามคำสั่งของข้าเท่านั้น!!
นักบวช-แต่ข้าว่า...
พระราชา-ทำตามที่ข้าสั่ง ให้กองทัพบุกไปสังหารมันเลย มันไม่เก่งไปกว่ากองทัพของข้าหรอก
"ทุกคนในที่ตรงนั้นไม่สามารถขัดพระบัญชาของราชาได้ทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับคำสั่งของพระองค์ แล้วจึงกลับมาวางแผนกันเองภายหลัง หลังจากนั้นไม่นานนั้นก็ตกลงกันว่าพวกเขานั้นจะทำตามแผนของพวกเขาเองที่จะอ้อมไปด้านหลังแล้วสังหารมังกรดำ ส่วนแผนของพระราชาคือยกทัพไปที่ด้านหน้ารังของมังกรดำและสังหารมัน "
"เซเรซ่ามองจากข้างบนกำแพงของราชวังลงไปยังด้านล่างงานฉลองที่มีร้านต่างๆเปิดขายของกินและของต่างๆ แล้วยังเห็นว่าชิงมู่นั้นกำลังตามจับเซนิตอยู่ เซเรซ่ามองภาพเหล่านั้นเหมือนกับว่าภาพเหล่านั้นจะเป็นภาพความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับตัวเธอ..."
หยาจื้อ-เจ้าอยู่นี่เอง ข้านึกว่าเจ้าจะ...
เซเรซ่า-คิดว่าข้าจะเบี้ยวนัดท่านอย่างนั้นรึ
หยาจื้อ-ก็....
เซเรซ่า-ท่านคิดไปเอง
หยาจื้อ-ข้าคงจะคิดมากเหมือนที่เจ้าพูด งั้นพร้อมเที่ยวงานฉลองหรือยัง
เซเรซ่า-แน่นอน
"ระหว่างที่เซเรซ่าและหยาจื้อกำลังเดินชมงานฉลองนั้นพวกเขาก็ถามถึงเรื่องทั่วไปของคนที่พึ่งจะรู้จักกัน "
หยาจื้อ-แล้วเจ้ามาจากที่ใดกัน
เซเรซ่า-ข้าหรอ ข้ามาจากที่ที่ไกลมากๆ
หยาจื้อ-ไกลขนาดไหนกันเชียว
เซเรซ่า-ขนาดที่ว่าไม่มีใครเคยก้าวเข้าไปในดินแดนนั้น
ซาฟิร่า-ท่านพี่ ข้าท่านซะทั่วเลย
ซาฟิร่า-ท่าน ท่านที่เจออกันเมื่อตอนนั้นนี่ ยินดีที่ได้พบท่านอีก
เซเรซ่า-เช่นกัน
ซาฟิร่า-งั้นข้าขอลักพาตัวนางไปก่อนนะท่านพี่
หยาจื้อ-เดี๋ยวสิ...
หยาจื้อ-เจ้านี่จริงๆเลยนะ
ซาฟิร่า-แล้วท่านจะเดินทางไปกับเราหรือไม่
เซเรซ่า-ไปไหน
ซาฟิร่า-ไปยังรังของมังกรดำยังไงละ
เซเรซ่า-ข้า คือว่า
หยาจื้อ-ไปกับเราเถอะ เจ้ามีฝีมือ ถ้ามีเจ้าช่วยอีกแรงเราคงชนะมังกระดำได้ไม่ยาก
เซเรซ่า-ถ้าท่านยืนยันอย่างนั้นก็ย่อมได้
หยาจื้อ-ดี เราจะเดินทางด้วยเรือเหอะของบลาตั้นพรุ่งนี้เช้า
เซเรซ่า-งั้นข้าคงต้องขอไปเตรียมตัวก่อน ขอบคุณที่พาเที่ยวงานฉลอง
"เซเรซ่าเมื่อพูดจบเธอนั้นก็เดินหายไปภายในฝูงชนที่กำลังพลุพลานโดยมีสายตาของหยาจื้อและซาฟิร่ามองตามไป......"