ชายปริศนาที่มาพร้อมกับความลับ และกลายมาเป็นกุนซือที่อยู่เบื้องหลังประธานบริษัท สู่แผนการช่วงชิงอำนาจ และการแก้แค้น
แอคชั่น,จิตวิทยา,ไทย,สืบสวนสอบสวน,วางแผน,ธุรกิจ,แก้แค้น,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Mr.สเตอร์ชายปริศนาที่มาพร้อมกับความลับ และกลายมาเป็นกุนซือที่อยู่เบื้องหลังประธานบริษัท สู่แผนการช่วงชิงอำนาจ และการแก้แค้น
ประธานบริษัทเตวิชญ์กรุ๊ปเสียชีวิตลงกะทันหันจากเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เชนน์ ชายปริศนาได้เข้ามาเป็นกุนซือให้กับเตชินลูกชายแท้ๆของประธานผู้ล่วงลับ ได้ขึ้นเป็นประธานฯบริษัท แต่เตชินมีอุปนิสัยเป็นเป็นคนเจ้าอารมณ์ เลือดร้อนที่กำลังถูกโค่นล้มจากกลุ่มผู้บริหารในบริษัท ทั้งยังมีปริศนาการตายอย่างมีเงื่อนงำของอดีตประธาน และเรื่องราวในอดีตที่รอการสะสาง ในขณะที่บริษัทได้รับพนักงานรุ่นใหม่เข้ามาในแผนกการตลาด ซึ่งได้เรนาสาวร่าเริง ซึ่งเต็มไปด้วยพลังบวกและความมุ่งมั่นมาเป็นหนึ่งในทีมหลักของบริษัท แต่เตชินหวาดระแวงกลัวจะเสียอำนาจจึงวางแผนกำจัดเชนน์ โดยใช้เรนาเป็นเครื่องมือ
ความวุ่นวายได้ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่อาจควบคุมได้ภายในบริษัท Chin EX จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขนส่งรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ภัยพิบัติทางการบริหารนี้เกิดขึ้นจากการที่ประธานบริษัท ผู้เป็นศูนย์กลางอำนาจ ได้เสียชีวิตลงอย่างไม่คาดฝัน
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ บังคับให้ฝ่ายบริหารต้องเร่งจัดการประชุมด่วนเพื่อประกาศแต่งตั้งประธานคนใหม่ในทันทีที่รุ่งสางของวันถัดมา
คืนนั้น... ในขณะที่แสงไฟจากชั้นผู้บริหารยังคงสว่างจ้า การเตรียมเอกสารวาระประชุมกรรมการให้ทันก่อนอรุณรุ่ง ได้กลายเป็นชนวนสำคัญคลื่นใต้น้ำแห่งการช่วงชิงอำนาจได้ก่อตัวและเริ่มซัดสาดภายในบริษัท Chin EX ในคืนเดียวกันนั้นเอง
“คืนนี้เราต้องเร่งดำเนินการเพื่อขัดขวางไม่ให้เหล่ากรรมการฝ่ายประธานคนเก่าเลือกเตชินขึ้นเป็นประธานคนใหม่ได้เป็นอันขาด”
เสียงที่ทรงอำนาจและเยือกเย็นดังขึ้นจากหญิงวัยกลางคนในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งตัดกับความมืดมิดภายนอก รองเท้าส้นสูงของเธอส่งเสียงกระทบพื้นหินอ่อนอย่างหนักแน่น ราวกับนางพญาที่กำลังบัญชาการรบ เธอออกคำสั่งพลางก้าวเท้าเร็วจนแทบจะวิ่งขึ้นบันไดอันสูงชันด้านหน้าตึงสูงเสียดฟ้า
ด้านหลังคือชายร่างเตี้ย สวมแว่นตาหนาเตอะ เขาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วจนศีรษะโยกคลอน พยายามสาวเท้าตามติดเจ้านายให้ทัน ในขณะที่สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมากลืนกินความมืดมิดของช่วงเวลาตีหนึ่งให้หนาแน่นและกดดันยิ่งกว่าเดิม
“คนของเราส่งข่าวมาว่า คุณวาทีไปรออยู่ที่หน้าห้องประชุมแล้วครับ” ชายสวมแว่นรายงานด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อยจากการวิ่งตาม
คำพูดนั้นทำให้ร่างสง่างามในชุดสูทสีขาวหยุดนิ่งกลางขั้นบันไดที่สูงชัน มุมปากของนางพญาผู้นั้นกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้มหยัน
“ดมกลิ่นไวเหมือนกันสินะ” น้ำเสียงค่อนแคะทอดออกมาอย่างชัดเจนในเชิงประชดประชัน เธอไม่สนใจที่จะตอบกลับลูกน้อง แต่กลับเบนสายตาไปยังถนนด้านหน้าบริษัท รถหรูแล่นมาจอดท่ามกลางความมืดมิด
“หึ! คงรีบแจ้นมาจัดการแทนลูกชายแล้วสินะ” หล่อนสบถเบาๆ พร้อมหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เมื่อได้เห็นภาพของบุคคลที่พุ่งตรงมาที่บริษัทอย่างรวดเร็วในค่ำคืนอันแสนเร่งด่วนนี้
หญิงสาวผมสั้นกุด ร่างผอมบางจนแก้มตอบลึก ในชุดสูทสีดำ ก้าวเท้าลงมาอย่างสง่างามตามด้วยชายหนุ่มร่างสูง วัยราวสามสิบกว่า สวมสูทสีกรมท่าที่ดูเนี้ยบ ใบหน้าเยือกเย็นและดวงตาแหลมคมดุจเหยี่ยว ทั้งสองก้าวลงจากรถและเดินตรงเข้าสู่ขั้นบันไดอันสูงชันทางขึ้นบริษัทอย่างรีบร้อน จนกระทั่งต้องหยุดฝีเท้าเมื่อได้พบกับนางพญาที่ยืนรออยู่ด้านบน ราวกับนัดหมายเพื่อเปิดฉากการต่อสู้ชิงอำนาจในทันที
“สวัสดีค่ะ เสียใจกับการจากไปของคุณเตวิชญ์ด้วยนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะกะทันหันขนาดนี้”
เสียงที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงความไม่จริงใจดังขึ้นจาก นีรนาช นางพญาในชุดสูทสีขาว ซึ่งก้าวลงมาจากบันไดเพียงสองสามขั้นเพื่อทักทายกับคู่ปรับที่เพิ่งมาถึง คำพูดดังกล่าวถูกส่งตรงไปยัง รันศร ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องล่าง
หญิงสาวผมสั้นกุด ร่างผอมบาง คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ของเตวิชญ์ ประธานผู้ล่วงลับ เธอคือตัวแทนสำคัญที่จะเข้าดำเนินการและตัดสินใจทุกอย่างนับจากวินาทีนี้
เคียงข้างรันศรคือ ธรรม์ ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีดวงตาแหลมคม เลขานุการของประธานเตวิชญ์ เขาคือผู้ที่รู้ระบบงานทุกซอกมุมของ Chin EX ไม่ต่างจากประธานผู้จากไปเลยแม้แต่น้อย
ส่วนนีรนาชผู้ซึ่งยืนหยัดด้วยความสง่างามบนบันไดสูง คืออดีตคู่หมั้นของเตวิชญ์ผู้ล่วงลับ นอกจากนี้ เธอยังเป็นหุ้นส่วนใหญ่ และถือครองสัดส่วนหุ้นที่ทรงพลังที่สุดคนหนึ่งในบริษัท รวมถึงมีอำนาจในการบริหารงานอย่างเด็ดขาด
และด้วยฐานะดังกล่าว นีรนาชจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญที่ถูกหมายตา ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทคนใหม่แทนที่เตวิชญ์ในอนาคตอันใกล้นี้
“ขอบคุณที่คุณเสียใจกับเรื่องนี้นะคะ แต่น่าแปลกที่คุณกลับมาถึงที่นี่ได้เร็วกว่าฉัน ซึ่งเป็นภรรยาเสียอีก”รันศรตอบกลับทันควัน ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทแต่แฝงความไม่พอใจอย่างจงใจ พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ค่ะ น่าแปลกจริงๆ” นีรนาชรับคำอย่างไม่สะทกสะท้าน “แต่... ในความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งนี้ ฉันก็ยังคงต้อง ทำหน้าที่สำคัญในการเฟ้นหาผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานให้ได้ก่อนรุ่งสาง”
หล่อนกล่าวพลางทำสีหน้าสลดหดหู่ลง แม้จะเป็นการเสแสร้งที่ไม่สามารถปิดบังความทะเยอทะยานได้เลยแม้แต่น้อย
“เราต้องรีบดำเนินการก่อนที่ความเชื่อมั่นของบริษัท Chin EX ที่คุณเตวิชญ์สร้างมาด้วยมือจะถูกสั่นคลอนเพราะข่าวการเสียชีวิตโดยปราศจากประธานรับช่วงต่อ”นีรนาชกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่มุมปาก
รันศรหรี่ตาลงแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
“ประธานคนใหม่ที่เหมาะสมที่สุดก็คงไม่พ้น เตชิน หรอกค่ะ” ภรรยาประธานผู้ล่วงลับตอบกลับโดยไว พร้อมกับยกสิทธิ์ขาดให้กับลูกชายผู้เป็นทายาทโดยตรงของเตวิชญ์
นีรนาช ยิ้มบางๆ ชำเลืองมองคู่สนทนาราวกับเยาะเย้ยในคำบอกกล่าวที่ความมั่นใจเกินเหตุนั้น
“ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาเข้าที่ประชุม... คุณรันศรก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจนะคะ” น้ำเสียงของนีรนาชเปลี่ยนเป็นจริงจังแต่ยังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็น “อีกอย่าง… ก็เตชินยังอ่อนประสบการณ์เกินกว่าจะมาบริหารงานใหญ่ขนาดนี้ ทางกรรมการอาจไม่เห็นด้วยที่จะคัดเลือกเขาขึ้นมาเป็นประธานในตอนนี้”
นีรนาชยิ้มกว้าง เผยความมั่นใจเต็มเปี่ยมในผลงานของตนเองที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นแต้มต่อต่อคะแนนในที่ประชุม
รันศรก้าวเข้าประชิด ประจันหน้ากับอีกฝ่ายด้วยแววตา แข็งกระด้าง
“แต่เตชินคือทายาทที่สมควรได้สืบต่อตำแหน่งนี้จากพ่อของเขา” หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ทว่า... แรงกดดันจากคำพูดของเธอก็ไม่อาจทำให้นีรนาชรู้สึกเกรงกลัวไปได้เลย
“ก็คอยดูสิคะ…ว่าเดชินจะได้รับความไว้วางใจจริงหรือไม่” นีรนาชเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะจบการปะทะด้วยประโยคที่เด็ดขาดนั้น รันศรสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจที่ไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้ด้วยเพียงวาทะ
หล่อนเร่งฝีเท้าขึ้นไปในอาคารด้วย สีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยมี ธรรมณ์ เลขานุการผู้เงียบขรึม เดินตามติดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้นีรนาช ยืนอยู่ ณ จุดนั้นหัวเราะเยาะเย้ยราวกับเป็นผู้ชนะในศึกแรกที่เพิ่งเริ่มต้น