"พี่หมิงเจ๋อครับ...ผมรักพี่นะผมให้อภัยพี่แล้ว...พี่ตื่น..ขึ้นมา...คุยกับผมก่อนสิครับ ตื่นมาตอบคำถามผมก่อนสิพี่..."

พี่ครับผมให้อภัยแล้ว|countryhumans - บทที่1 .. โดย คนแต่งไม่เคยปกติสักวัน @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-ชาย,อื่นๆ,ยุคปัจจุบัน,รัก,countryhumans,แฟนฟิค,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พี่ครับผมให้อภัยแล้ว|countryhumans

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-ชาย,อื่นๆ,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

countryhumans,แฟนฟิค

รายละเอียด

พี่ครับผมให้อภัยแล้ว|countryhumans โดย คนแต่งไม่เคยปกติสักวัน @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

"พี่หมิงเจ๋อครับ...ผมรักพี่นะผมให้อภัยพี่แล้ว...พี่ตื่น..ขึ้นมา...คุยกับผมก่อนสิครับ ตื่นมาตอบคำถามผมก่อนสิพี่..."

ผู้แต่ง

คนแต่งไม่เคยปกติสักวัน

เรื่องย่อ

⚠️คำเตือน⚠️:เนื้อหาภายในเรื่องมีความรุนแรงไม่เหมาะกับเด็กอายุตํ่ากว่า18ปี มีการกล่าวถึงเพศ มีฉากร่วมรักทางเพศ มีการฆาตกรรม การฆ่าล้าง รวมไปถึงเลือด การทรมาน ความรุนแรงต่างๆ และภายในเรื่องจะใช้ชื่อสมมุติของทุกตัวละครครับ


ขอให้ผู้อ่านสุดที่รักทุกท่าน


โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ







รายชื่อตัวละคร


ซาร์=รัสเซีย(พระเอก)


เซี่ยหมิงเจ๋อ=จีน(แฝดน้อง/นายเอก) 


เอเดรียน=คาซัคสถาน                 


นิโคไล=โซเวียต ทรินส์=นาซี


เชนส์=เยอรมัน เอดริก=ยูเครน


เชเวลส์=เบลารุส            


เซี่ยหมิงเยว่=จีน(แฝดพี่) เซี่ยตงหยาง=ไต้หวัน


เซี่ยหยงเอ๋อร์=มาเก๋า เซี่ยหลิน=ฮ่องกง


เร็น=เจแปน ฮารุโตะ=จักรวรรดิญี่ปุ่น   


อาคาริ=ญี่ปุ่น โอลิเวอร์=อเมริกา


ลีโอ=อังกฤษ คีสตอฟ=ฝรั่งเศส


เนล=จักรวรรดิอิตาลี่ เครัส=อิตาลี


เอกและซัน=ไทยและเสรีไทย


ส่วนรายชื่อตัวละครอื่นทางผมจะขอใช้ชื่อของประเทศนั้นๆแต่เป็นชื่อย่อครับ เช่น ฟินแลนด์=ฟิน เนเธอร์แลนด์=เธอร์ นิวซีแลนด์=นิว/ซี






อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปทั้งเวลา มนุษย์ รสนิยม สมัย รวมถึงความรู้สึก ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นได้ตามวัฏจักรแต่สิ่งเดียวที่เปลี่ยนมันไม่ได้คือ"ความรัก"ต่อให้ใครสักคน..จะเกลียดมากขนาดไหนแต่เชื่อสิยิ่งเกลียดยิ่งทำให้รู้สึกรัก อ่า...ชักอยากรู้แล้วสิว่าการเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักอันแสนละมุนได้เนี่ยมันจะเป็นยังไง




"พี่หมิงเจ๋อครับ...ผมรักพี่นะผมให้อภัยพี่แล้ว...พี่ตื่น..ขึ้นมา...คุยกับผมก่อนสิครับ ตื่นมาตอบคำถามผมก่อนสิพี่..."






















#พี่ครับผมให้อภัยแล้ว|countryhuman


โดย:คนแต่งไม่เคยปกติสักวัน












เจอกันตอนแรกวันที่ 10/11/2025









สารบัญ

พี่ครับผมให้อภัยแล้ว|countryhumans-บทที่1 ..

เนื้อหา

บทที่1 ..

“ตั้งแต่ผมเสียคนที่รักที่สุดในครั้งนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอยากจะแก้แค้นให้พ่อเลย”


หลาย ๆ คนคงจะเข้าใจนะครับว่าการเสียคนที่เรารักไปน่ะมันรู้สึกยังไงโดยเฉพาะการที่เห็นคนที่รักล้มลงไปนอนจมกองเลือดต่อหน้าต่อตา โดยที่เราทำอะไรไม่ได้น่ะมันเจ็บมากเลยล่ะ ผมจำได้แม่นเลยว่าคนที่ทำให้ผู้เป็นดั่งเสาหลักของครอบครัวเพียงคนเดียวตายลงไปคือ……..เขา

และใช่ผมต้องการ “ล้างแค้น”


มิถุนายน ค.ศ 2030


“พี่ซาร์!อีกไม่นานจะมีงานเลี้ยงรวมหุ้นของบริษัทใหญ่ในแต่ละประเทศแกจะไปไหม”


เสียงของเอเดรียนลูกน้องและพี่น้องคนสนิทพูดถามขึ้นพร้อมวางกองเอกสารไว้ตรงหน้ากับร่างสูงที่มีทีท่าว่าตอนนี้อารมณ์จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่


“เป็นไรวะพี่เห็นทำหน้าไม่พอใจมาตั้งแต่อยู่บ้านละ”


บุคคลที่เปรียบเสมือนเป็นน้องเล็กสุดของบ้านอย่างเอเดรียน คงเป็นเพียงคนเดียวในครอบครัวที่ไว้วางใจมากที่สุด อาจมาจากนิสัยส่วนตัวของเขาที่ช่างสังเกตุ เก็บรายละเอียดในแต่ละสถานการณ์ได้ดีสุด ๆ 


“ปล่าวหรอกแค่คิดเรื่องพ่อนิดหน่อยแล้วมึงไม่ทำงานส่วนของตัวเองอะเอเดรียน”


ซาร์ตอบน้องไปก่อนจะสวนคำถามของตนกลับบ้างพร้อมมือหนาเริ่มจับปากกาและเซ็นเอกสารต่างๆเกี่ยวกับบริษัทและเเลกเปลี่ยนบทสนทนากับเอเดรียนบ้างเป็นครั้งคราว


กาลเวลาแล่นผ่านมาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงเวลาบ่ายแก่ ๆ เป็นเวลาพักของซาร์ ร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้จิบชาร้อนๆพร้อมขนมปังสุขแสนอร่อยจากร้านเพื่อนรักอย่างร้านเบเกอร์รี่ของโอลิเวอร์ ที่เป็นร้านโปรดของซาร์เนื่องด้วยบริษัทมีกฎห้ามนำสุราหรือของมึนเมาเข้ามาได้จึงจำใจต้องกินชาแทนวอดก้าแสนอร่อยของเขาทั้งๆที่เวลานี้เวลาอยู่บ้านเขาชอบหยิบวอดก้าในตู้เย็นมาดื่มจนเอเดรียนบ่น


“พี่จะเอายังไงครับรอบนี้พี่จะไปเองหรือจะส่งคนไปแทนครับ”


“เดี๋ยวกูไปเองและมึงต้องไปกับกูด้วยไอเอเดรียน”


ซาร์ตอบน้องไปแบบนั้นพร้อมทอดสายตามองไปหารูปภาพที่ตั้งเด่นสง่าไว้กลางห้องทำงานของเขาไม่สิต้องของพ่อมากกว่า


“พี่ไม่คิดจะปรับแต่งห้องทำงานหน่อยเลยหรอพี่ซาร์ในเมื่อห้องนี้เป็นของพี่แล้วนะ”


เอเดรียนถามขึ้นพร้อมเอียงคอทำหน้าสงสัยใส่พี่ก่อนคำตอบที่ได้นั้นจะเป็นคำตอบที่เขาคาดเดาไว้อยู่แล้ว “ไม่ล่ะไว้แบบนี้แหละ” คำตอบซํ้า ๆ เดิม ๆ ที่เขาได้รับมาตลอดเวลาถาม


“เอาล่ะหลังจากนี้ช่วยเคลียร์งานให้หน่อยนะว่าจะไปที่บริษัทพี่เยว่แกหน่อย”


“หนีเที่ยวอีกละไรวะเอะอะขี้เกียจทำก็โยนมาหาผมอ่าพี่”


“หุบปากไปถ้ายังอยากได้เงินไอ้เดรียน”


“เออๆ”


ว่าจบซาร์ก็วางแก้วชาไว้บนโต๊ะทำงานก่อนจะหยิบเสื้อเจ็คเก็ตตัวโปรดของตนพร้อมกุญแจรถเดินออกไปก่อนตรงไปที่โรงจอดรถพร้อมD-maxคันสีขาวสะอาดแล้วขับออกไป



อีกฝั่งของทางเซี่ยหมิงเยว่บุตรสาวคนโตของตระกูลเซี่ยตระกูลที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการขนส่งของประเทศโดยเฉพาะ


“พี่หมิงครับ”เสียงของเด็กหนุ่มวัยรเสียงของเด็กหนุ่มวัยราวๆ15-16ปีได้เอ่ยเรียกพี่สาวที่กำลังหลับไหลบนโต๊ะทำงานของตน


“พี่หมิงครับมีคนมาหาพี่ครับพี่หมิง!”เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นนิดหน่อยช่วงท้ายทำให้หญิงสาวตรงหน้าค่อยๆลืมตาตื่นมามองคนตรงหน้า


“อ่า…พี่หลับไปตอนไหนเนี่ยอาตง”


“ไม่รู้ครับเห็นเข้ามาแล้วเจอพี่หลับน่ะ”


“อ่ออืม”หมิงเยว่ตอบไปสั้นๆพร้อมยืดเส้นยืดสายหน่อยๆก่อนที่เซี่ยตงหยางผู้เป็นน้องจะบอกว่ามีคนมาหาพี่


“อืมให้เขาเข้ามา”เซี่ยหมิงเยว่พูดไปแบบนั้นก่อนจะลุกนั่งและจัดทรงผมและเสื้อผ้าให้เรียบร้อย


เอี้ยดดดดด


ทราบอย่างนั่นตงหยางก็เดินออกไปเรียกบุคคลที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาหา 


สองเท้าย่างก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงทักทายขอฃชายร่างสูงตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่สดใสอย่างเช่นเคย


“สวัสดีครับพี่หมิง” เสียงของซาร์พูดขึ้นและเดินมานั่งที่โซฟาในห้องของเธอพร้อมมองรอบ ๆ ห้อง ๆ พลางเอ่ยปากชมไปต่าง ๆ นานา


“ซาร์มาหาพี่ถึงที่นี่มีอะไรหรอ”หมิงเยว่ถามออกไปด้วยความสงสัยพลางมองมาที่ซาร์ส่วนมือนั้นกำลังเซ็นเอกสารไปด้วย


“ไม่มีอะไรหรอกครับพี่แค่อยากจะชวนไปไหว้หลุมศพของพ่อน่ะ”


“งั้นสินะ…..อีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้วนิ”หมิงเยว่พูดขึ้นพร้อมวางปากกาในมือของตนลง ก่อนจะตอบตกลงไป


“ส่วนอีกเรื่องอีกไม่กี่สัปดาห์จะมีงานเลี้ยงของแต่ละบริษัทดังของแต่ละประเทศพี่จะไปไหม”ซาร์เปลี่ยนเรื่องถามพร้อมเดินมาชงชาที่มีในห้อง


“ไม่รู้สิอาจจะส่งตัวแทนไปน่ะพี่อาจจะไม่ว่าง”


“แล้วพี่จะส่งใครไปครับ”


“ตอนนี้ยังคิดไม่ออกต้องดูก่อนน่ะ”หมิงเย่วตอบไปแบบนั้นแต่ในหัวกลับคิดออกขึ้นมาคนนึง


“อ่อครับงั้นวันนี้ผมไม่มีอะไรแล้วผมกลับล่ะครับ”ซาร์พูดเอ่ยลาก่อนจะทำความเคารพหมิงเยว่แล้วจึงเดินออกไป



เวลาล่วงเลยจนตกเย็น มือเรียวของหญิงสาวบางคนกำลังเอื้อมมือไปจับรูปภาพหนึ่งมาดู


“สักวัน…แกก็จะตามเพื่อนสุดที่รักแกไปเหมือนกัน”เธอเอ่ยเช่นนั้นพร้อมแสยะยิ้มออกมาก่อนจะมีเสียงหนึ่งเรียกขึ้น


“แม่ครับ…คือ…พี่ซาร์กลับมาแล้วนะครับ”เชนส์พูดขึ้นพร้อมเดินมาอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นมารดาของตน


“อื้ม!แม่เข้าใจแล้วจ่ะเชนส์ไปบอกพี่ซาร์ว่าอีกสักพักแม่จะลงไปจ่ะ”ทรินส์หันไปตอบพร้อมรอยยิ้มอันแสนหวาน


“แม่คิดถึงพ่อหรอครับ”เชนส์ถามไปพร้อมมองรูปในมือของผู้เป็นแม่


“อืม…นิดหน่อยจ่ะก็นะพ่อเล่นจากไปไม่ลาสักคำเลยนิเนอะ”เธอพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เศร้าอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะปรับอารมณ์ของตนแล้ววางรูปไว้ที่เดิมก่อนจะพาเชนส์เดินออกจากห้องแล้วเดินลงไปหาซาร์ที่อยู่ด้านล่าง


“กลับมาแล้วหรอซาร์ เอเดรียนวันนี้เป็นไงเหนื่อยไหมลูก”เสียงใสของสาวผมดำถามขึ้น ซาร์และเอเดรียนที่เห็นอย่างนั้นจึงวิ่งเข้ามากอดพร้อมงอแงใส่นิดหน่อยส่วนเชนส์ที่เห็นแบบนั้นก็แอบยืนขำ


“อะไรกันโตกันจนหมาเลียตูดไม่ถึงละยังทำตัวงอแงเป็นเด็กอีกนะ55555”เชนส์พูดขึ้นพร้อมยืนขำส่วนซาร์และเอเดรียนที่ได้ยินแบบนั้นก็มีหันมามองแรงใส่


“แหมก็พี่ออกไปทำงานนิไม่เหมือนแกที่อยู่บ้านกับแม่”ซาร์พูดขึ้นพร้อมมองแรงใส่เชนส์ก่อนทั้งคู่จะมองกันแต่กลับรู้สึกว่ามีสายฟ้าบางอย่างสถิตกันไปมา


“พอเลยทั้งสองกันโต ๆ กันแล้วนะซาร์เชนส์อย่าทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปสิ ไป ๆ ไปอาบนํ้าอาบท่ากันได้แล้วแม่ทำอาหารไว้ให้แล้ว”ทรินส์พุดขึ้นห้ามลูกชายทั้งสองก่อนจะไล่ไปอาบนํ้าส่วนตนก็เดินมาจัดโต๊ะอาหารรอเด็ก ๆ มาทานกันพร้อมหน้าพร้อมตา


ผ่านไปไม่นานเด็ก ๆ ก็ต่างพากันเดินมาโต๊ะอาหารทั้งซาร์ เชนส์ เอดริก เชเวลส์ เอเดรียน ค่อย ๆ พากันทยอยมาทีละคนสองคน 


“กูว่าพรุ่งนี้นํ้าท่วมบ้านแน่”ซาร์พูดขึ้นพร้อมมองมาที่เอดริกและเชเวลส์ 

“ทำไมอะพี่”

“ไม่รู้จริงดิเอเดรียน…ก็เชเวลส์กับเอดริกยอมมากินข้าวพร้อมกันไงร้อยวันพันปีจะออกมาเลยนะ”เชนส์พูดขึ้น


“อ่อ”


“เอาล่ะพอ ๆ กันได้แล้วมากินข้าวได้แล้วส่วนซาร์กินเสร็จแล้วไปหาแม่ที่ห้องทำงานนะ”ทรินส์พูดขึ้นพร้อมกวักมือเรียกเด็ก ๆ ส่วนเธอหลังจากพูดจบก็ขึ้นไปบนห้องทำงานของตน



ตื้ด ตื้ด


เสียงเรียกเข้าจากใครสักคนดังขึ้นทำเอาชายหนุ่มที่กำลังเก็บร้านทำความสะอาดร้านขนมของตนอยู่ถึงกับต้องวางงานตรงหน้าลงก่อนจะเดินมารับสาย



“สวัสดีครับหมิงเจ๋อรับครับ”


“หมิงเจ๋อแกจะกลับบ้านไหม”เสียงของหญิงสาวดังมาจากปลายสาย


“ไม่ครับเจียเจียมีอะไรหรอ”


“ฉันว่าจะวานแกไปงานเลี้ยงสักหน่อยพอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง”


“เอ้าแล้วคนอื่นล่ะ”


“อาตงก็ติดงานส่วนอาหยงกับอาหลินก็ติดเรียนอีก”


“อ่า..งั้นหรอแต่ผมก็ติดงานนะ”


“หุบปากแล้วทำให้อั้วะซะถ้ายังอยากรอด”


“...ครับ”


“พรุ่งนี้กลับบ้านมาซะมีเรื่องจะคุย”


“ครับเจียเจีย”


ชายหนุ่มตอบไปก่อนจะวางสายนั้นพร้อมค่อย ๆ นั่งลงไปกับพื้นในใจกลับคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่ย้อนเข้ามาให้หัวของเขา


“อั้วะไม่ได้ทำ…ทำไมไม่มีใครเชื่อ”เขาพูดแบบนั้นก่อนจะนั่งกอดเข่าอยู่แบบนั้น



ฮ่าๆจบแล้วครับบทที่1เป็นยังไงกันบ้างติชมกันได้นะครับพอดีผมหัดกำลังหัดแต่งน่ะ! หวังว่าทุกท่านจะชอบนะครับ!





ขอให้โชคดีและเจอกันในตอนถัดไป