เมื่อคนหนึ่งขอพรจากพระจันทร์ และอีกคนถูกส่งมาทำให้พรนั้นเป็นจริง ทว่าคำสั่งห้ามตกหลุมรัก…กลับกลายเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในโลก

คำขอพรจากพระจันทร์ - ตอนเดียวจบ คำขอพรจาก…พระจันทร์ โดย ravekak30 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ไทย,เรื่องสั้น,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

คำขอพรจากพระจันทร์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ไทย,เรื่องสั้น

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

คำขอพรจากพระจันทร์ โดย ravekak30 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อคนหนึ่งขอพรจากพระจันทร์ และอีกคนถูกส่งมาทำให้พรนั้นเป็นจริง ทว่าคำสั่งห้ามตกหลุมรัก…กลับกลายเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในโลก

ผู้แต่ง

ravekak30

เรื่องย่อ

สารบัญ

คำขอพรจากพระจันทร์-ตอนเดียวจบ คำขอพรจาก…พระจันทร์

เนื้อหา

ตอนเดียวจบ คำขอพรจาก…พระจันทร์

เสียงหัวเราะของผู้คนยังคงดังลอดออกมาจากร้านกาแฟริมทาง แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ยามค่ำคืน ภาคินยืนมองผ่านกระจกบานใหญ่ พลางกระชับแก้วกาแฟเย็นในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย

วันนี้…เป็นวันที่เขาโดนบอกเลิกอีกครั้ง

"ขอโทษนะพี่คิน เราว่าเราเข้ากันไม่ได้…"

คำพูดสั้น ๆ ของคนตรงหน้าเมื่อตอนเย็นยังดังก้องในหัว แม้จะพยายามยิ้มตอบกลับไปอย่างไม่เป็นไร แต่ในใจกลับปวดหนึบเหมือนมีบางอย่างแตกสลาย

ภาคินหัวเราะเบา ๆ ให้กับตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่คืนนี้สว่างด้วยแสงของพระจันทร์เต็มดวง

"ขอพรจากพระจันทร์ดูสิ เพื่อนกูเคยทำแล้วสมหวังนะ!"

เสียงแนะนำของเพื่อนสายมูคนหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองอย่างไม่แน่ใจนัก

"ถึงขั้นต้องพึ่งพระจันทร์เลยเหรอวะ…แต่เอาวะ ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว"

เขาเดินไปยังสวนสาธารณะใกล้หอพัก ที่นั่นเป็นจุดชมพระจันทร์ที่คนในละแวกนั้นชอบมานั่งเล่นยามค่ำ ท้องฟ้าคืนนี้เปิดโล่ง ไม่มีเมฆบดบัง ดวงจันทร์กลมโตทอแสงสีเงินส่องทั่วพื้นน้ำในสระกลางสวน

ภาคินหยุดยืนกลางลานหญ้า ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกโมกที่ปลิวมาตามสายลม เขายกมือประสานกัน หลับตาลงช้า ๆ แล้วพูดออกมาเสียงเบา

"ถ้ามีจริง…ขอให้ผมได้เจอคนที่รักผมจริง ๆ สักทีเถอะ"

เงียบ…มีเพียงเสียงลมหวิวที่พัดผ่านกับแสงจันทร์ที่ส่องกระทบแก้มของเขา ภาคินหัวเราะเบา ๆ กับตัวเองอีกครั้ง

"บ้าชะมัด อยู่ดี ๆ มาพูดคนเดียวกลางสวน…" 

แต่ก่อนจะได้หมุนตัวกลับ เสียงแปลกประหลาดบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลัง เหมือนเสียงระฆังใส ๆ ดังในอากาศพร้อมกับแสงสีเงินที่ระยิบระยับ

แสงนั้นขยายตัวเป็นวงกว้างกลางอากาศ ก่อนจะก่อตัวเป็นเงาร่างของใครบางคนที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นใต้แสงจันทร์

ภาคินเบิกตากว้าง

 "เฮ้ย…อะไร" 

ชายหนุ่มอีกคนในชุดสีขาวสะอาดล้มลงตรงหน้าเขาอย่างแผ่วเบา ผมสีอ่อนพลิ้วตามแรงลม ราวกับสะท้อนแสงจันทร์ทั้งดวงไว้ในเส้นผมนั้น

"คุณ…เป็นใคร?"

ภาคินถามเสียงสั่น อีกฝ่ายค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเทาอมเงินจ้องมองมาอย่างสับสน ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบา

"ที่นี่…โลกมนุษย์ใช่ไหม?" 

"เอ่อ…ใช่นะสิ แล้วคุณ"

"ขอบคุณพระจันทร์…"

เสียงนั้นเบาราวกับเสียงลมหายใจ

"ในที่สุดภารกิจสุดท้ายก็เริ่มต้นแล้ว"

ภาคินขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ก่อนที่ชายหนุ่มปริศนาจะหมดสติล้มลงอีกครั้งในอ้อมแขนของเขา แสงจันทร์สาดลงมาทาบทั้งสองเอาไว้ด้วยกัน

ในคืนนั้น…พระจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงพยานของคำขอ แต่ยังเป็นผู้ส่งคำตอบมาให้ด้วยเช่นกัน

...🌙

เสียงลมหายใจแผ่วเบาดังสม่ำเสมอในห้องเล็ก ๆ ของภาคิน

ชายหนุ่มมองคนแปลกหน้าที่เขาอุ้มกลับมาจากสวนสาธารณะอย่างลังเล ใบหน้าของอีกฝ่ายดูสงบจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเพิ่งตกลงมาจากฟ้า

ผมสีอ่อนขาวอมเงินส่องประกายเมื่อกระทบแสงไฟในห้อง ผิวของเขาขาวราวกับเรืองแสงเองได้

เสื้อคลุมสีขาวที่ใส่ไว้ดูแปลกตา คล้ายชุดพิธีการของนักบวชในหนังแฟนตาซีเสียมากกว่า

"ตกลงกูนี่…เก็บมนุษย์ต่างดาวมาหรือเปล่าวะ"

 ภาคินบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเหงื่อให้อีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

เมื่อมือสัมผัสผิวของอีกคน ความเย็นเฉียบแปลกประหลาดแล่นเข้าสู่ปลายนิ้ว

"ตัวเย็นชะมัด…" 

ไม่กี่วินาทีต่อมา เปลือกตาของชายปริศนาก็ขยับ ก่อนที่ดวงตาสีเทาอมเงินจะค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ

แววตานั้นสงบ ลึก และสะท้อนแสงไฟในห้องราวกับผิวน้ำ

"…คุณคือคนที่ขอพรใช่ไหม" 

ภาคินชะงัก

"หะ? พรอะไร?"

อีกฝ่ายยันตัวขึ้นนั่งอย่างงง ๆ แล้วมองไปรอบห้อง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

"ที่นี่คือโลกมนุษย์สินะ… แปลว่า คำขอพรลำดับที่หนึ่งร้อย ได้เริ่มขึ้นแล้ว"

"เดี๋ยวก่อนนะ  คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ"

"ผมชื่อ  ลูมิ"

เขาพูดพลางวางมือลงบนหน้าอกตัวเอง 

"เป็นผู้รับใช้แห่งจันทรา  หน้าที่ของผมคือช่วยให้ผู้ที่ขอพรจากพระจันทร์สมหวังในความรัก"

ภาคินนิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

"โอเค…นี่มันฝันแน่ ๆ ใช่ไหม หรือผมโดนหลอนจากคาเฟอีนเกินขนาด"

"ไม่ใช่ฝันครับ"

 ลูมิตอบเรียบ ๆ พร้อมกับยื่นมือมาด้านหน้า

ทันใดนั้น แสงสีเงินจาง ๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ราวกับละอองจันทร์กำลังลอยอยู่ในอากาศ

ภาคินอ้าปากค้าง

"เดี๋ยวนะ…คุณเล่นกลยังไงเนี่ย" 

"นี่ไม่ใช่กลครับ เป็นพลังของพระจันทร์"

 ลูมิพูดพลางหลุบตาลงเล็กน้อย 

"คุณคือผู้ขอพรคนที่หนึ่งร้อย  และ…น่าจะเป็นภารกิจสุดท้ายของผม ก่อนจะได้กลับบ้าน"

คำว่ากลับบ้านนั้นฟังดูเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ภาคินไม่เข้าใจ แต่ในน้ำเสียงของลูมิกลับมีความเศร้าแผ่วบางแฝงอยู่

"งั้นคุณจะช่วยให้ผมสมหวังในความรักเหรอ?"

 ภาคินถามอย่างแปลกใจ 

"แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าคนที่ใช่ของผมคือใคร"

ลูมิเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสีเทาอมเงินหรี่ลงเหมือนกำลังมองหาบางสิ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แปลกจัง…" 

"อะไรแปลก?" 

"โดยปกติแล้ว…ผมจะมองเห็นแสงของคู่แท้ส่องออกมาจากหัวใจของคนที่ขอพร แต่ของคุณ...ไม่มีเลย"

ภาคินเลิกคิ้ว 

"ไม่มีแสง ? หมายความว่าไง ผมไม่มีคู่แท้เหรอ?"

ลูมิไม่ตอบ เขาเพียงแค่มองจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

"อาจจะต้องใช้เวลา… ผมจะช่วยคุณหาคำตอบให้ได้"

ภาคินถอนหายใจ พลางยกมือเกาหัวอย่างมึน ๆ

"สรุปผมต้องให้คนที่มาจากพระจันทร์ช่วยหาคู่ให้เนี่ยนะ… โลกนี้มันบ้าไปแล้วจริง ๆ"

แต่ในความบ้าคลั่งนั้น ดวงตาของเขากลับมองคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

ลูมิยิ้มบาง ๆ ให้ ยิ้มแรกที่อ่อนโยนจนเหมือนแสงจันทร์ที่ละลายอยู่ในหัวใจ

และในคืนนั้น…แสงจันทร์ยังคงส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เงาของทั้งสองทาบลงบนพื้นไม้พอดี

ราวกับพระจันทร์ได้เลือกแล้วว่า ภารกิจสุดท้ายของลูมิ จะไม่ง่ายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

🌙...

กลิ่นไข่เจียวกับข้าวสวยร้อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็ก ๆ

ภาคินยืนอยู่หน้าเตาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น มือถือทัพพีพลิกไข่ไปมา พลางเหลือบตามองชายแปลกหน้าที่นั่งอยู่โต๊ะกินข้าวอย่างสงบนิ่ง

"คุณไม่ต้องจ้องขนาดนั้นก็ได้ ผมไม่ได้ทำของแปลกอะไรหรอก แค่ไข่เจียวธรรมดาเอง" ภาคินพูดติดตลก

ลูมิมองหน้าเขา ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย 

"แปลกดี…กลิ่นของอาหารมนุษย์มันมีชีวิตในตัวเอง"

"กลิ่นมีชีวิตเหรอ ?"

"มัน …อุ่นเหมือนความรู้สึกของคนที่ทำให้อีกคน" 

ภาคินชะงักนิดหนึ่ง แต่ก็หัวเราะออกมา 

"พูดเหมือนบทกลอนเลยนะคุณเนี่ย" 

เขาตักไข่เจียวใส่จานแล้วยื่นให้ ลูมิมองช้อนส้อมอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะลองตักชิ้นเล็ก ๆ เข้าปาก

ไม่นานนัก รอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวสะอาดนั้น

"อร่อย…"

เสียงเบา  ๆ หลุดออกมา ราวกับเขาเพิ่งได้ลิ้มรสชาติของโลกมนุษย์ครั้งแรก

"ดีใจที่ชอบ" ภาคินยิ้ม  

"แต่ถ้าจะอยู่ช่วยหาคู่แท้ให้ผมจริง ๆ คุณก็คงต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้อีกเยอะนะ”

ลูมิเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเทาอมเงินสะท้อนแสงแดดยามเช้าอย่างสวยงาม

 "คุณพูดเหมือนจะให้ผมอยู่ที่นี่…" 

"ก็คุณไม่มีที่ไปนี่ครับ จะให้นอนที่สวนสาธารณะเหรอ?"

ลูมิชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

"งั้น…ผมจะอยู่จนกว่าคุณจะสมหวัง"

คืนนั้น...ภาคินพาลูมิออกไปเดินเล่นในเมือง ด้วยข้ออ้างว่า...อาจจะได้เห็นคู่แท้ของผมเดินผ่านก็ได้...

แต่ในความจริง เขาแค่อยากให้คนจากพระจันทร์ได้เห็นโลกมนุษย์มากขึ้น

แสงไฟจากร้านรวงสะท้อนในดวงตาของลูมิอย่างตื่นตะลึง

"สวยจัง…ที่โลกของผมไม่มีแบบนี้หรอก มีแต่แสงจากดวงดาว กับเงาของพระจันทร์"

ภาคินหัวเราะเบา ๆ

"ฟังดูเหงาเหมือนกันนะ"

"เหงา…"

ลูมิพึมพำราวกับลองออกเสียงคำนี้เป็นครั้งแรก

"ผมไม่รู้ว่าความเหงาคืออะไร…แต่ถ้ามันเหมือนการอยู่คนเดียวในที่เงียบ ๆ นาน ๆ จนอยากได้ยินเสียงใครสักคน…ก็คงใช่"

ภาคินเงียบไป เขาหันมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟริมถนน แสงเหลืองอุ่นทำให้ใบหน้าของลูมิดูอ่อนโยนราวกับละลายได้ในอากาศ

"คุณจะต้องไม่เหงาอีกต่อไปหรอก" เขาพูดโดยไม่ทันคิด

ลูมิเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงจันทร์ที่เริ่มลอยขึ้นจากขอบฟ้า

"ไม่เหงา…"

เขาย้ำเสียงเบา แล้วสายตาก็ฉายแววบางอย่างที่ทำให้ภาคินใจเต้นแปลก ๆ

คืนนั้นหลังจากกลับถึงห้อง ลูมินั่งอยู่ตรงระเบียง มองพระจันทร์ที่เต็มดวงอีกครั้ง

เขายกมือขึ้น วาดวงกลมเล็ก ๆ ในอากาศ แสงเงินบาง ๆ ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ แต่ไม่มีประกายใดสะท้อนจากร่างของภาคินที่หลับอยู่ในห้อง

ไม่มีแสงของคู่แท้

ไม่มีสัญญาณของพรที่ควรเกิด

ลูมิหลุบตาลง ชายหนุ่มเงียบงันอยู่นาน ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

"ทำไมกัน…ทำไมฉันถึงมองไม่เห็นแสงของเขาเลย"

แสงจันทร์ทาบผ่านระเบียง ส่องให้เห็นรอยยิ้มเศร้า ๆ บนใบหน้าใสของผู้มาจากแสงจันทร์

"หรือว่า…เพราะแสงนั้น เริ่มส่องมาจากฉันเอง"

🌙...

แสงแดดยามเช้าเล็ดลอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้อง ภาคินสะดุ้งตื่นเพราะเสียงจานกระทบกันดังแผ่ว ๆ

เมื่อหันไป เขาเห็นลูมิกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนของเขาเอง แววตาตั้งใจจนแทบจะดูตลก

"คุณทำอะไรอยู่ครับ?"

 ภาคินถามพลางขยี้ตา

"พยายามเรียนรู้สิ่งที่มนุษย์เรียกว่า  ทำอาหารเช้า"

ลูมิตอบเสียงเรียบแต่จริงจัง 

"เพราะถ้าจะช่วยให้คุณสมหวัง  ผมต้องเข้าใจโลกของคุณให้มากกว่านี้"

ภาคินหัวเราะเบา ๆ 

"ถ้าจะเริ่มขนาดนี้  ก็คงหาคู่แท้ได้เร็วแน่เลย"

เขาเดินไปยืนข้าง ๆ แล้วมองไข่ดาวไหม้ในกระทะก่อนจะพูดติดขำ

"หรือไม่...ก็เผาครัวผมก่อนนั่นแหละ" 

ลูมิขมวดคิ้วนิด ๆ แต่สุดท้ายก็หลุดยิ้มบาง ๆ

"ผมอาจยังไม่เก่ง…แต่จะพยายาม" 

หลังมื้อเช้าที่ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบนัก ทั้งสองคนออกเดินทางไปในเมือง

ลูมิพกสมุดเล่มเล็กไว้ในมือ บันทึกสิ่งที่เขาเห็นทุกอย่าง ทั้งผู้คนที่ยิ้มให้กัน คู่รักที่เดินจูงมือ และเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ

"มนุษย์แสดงความรักได้หลายแบบจริง ๆ"

 เขาพึมพำขณะเดินเคียงข้างภาคิน

"บางคนพูดด้วยคำ บางคนแค่ยื่นมือให้… แต่ทุกอย่างมีแสงอบอุ่นเหมือนกันหมด"

"แสงแบบที่คุณเห็นจากคู่แท้น่ะเหรอ ?"  ภาคินถาม

"ไม่เหมือนกัน  แสงของคู่แท้จะลึกกว่า มันส่องออกมาจากหัวใจ และสะท้อนถึงกัน"

 ลูมิตอบพร้อมยิ้มจาง ๆ

 "แต่คุณยังไม่มีเลย"

ภาคินยักไหล่ 

"คงเพราะผมไม่มีใครจริง ๆ ล่ะมั้ง" 

ลูมิเงียบไป ก่อนจะพูดเบา ๆ

"หรือบางที…แสงของคุณอาจจะยังไม่ตื่น" 

ช่วงบ่าย ทั้งคู่แวะคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีกระจกใสเปิดรับแสงอาทิตย์

ระหว่างรอเครื่องดื่ม ลูมิกวาดสายตามองรอบ ๆ แล้วพูดขึ้น

"คนนั้นมีแสงคู่แท้สีชมพูอ่อน ๆ"

 เขาชี้ไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งกับชายข้าง ๆ 

"ส่วนคู่นั้น…สีฟ้าสว่าง" 

"เห็นหมดเลยเหรอ?"

 ภาคินถามด้วยความทึ่ง

"ครับ" ลูมิตอบเรียบ 

"แต่ของคุณ…ผมยังมองไม่เห็นแม้แต่ประกายเดียว"

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของภาคินแปลบเล็ก ๆ

ไม่รู้เพราะความหมายของมัน หรือเพราะสายตาเศร้า ๆ ของลูมิในตอนพูดกันแน่เขาเลยเปลี่ยนเรื่องคุย

"แล้วภารกิจของคุณ ถ้าช่วยผมสมหวังได้ คุณจะกลับไปที่โลกของคุณเลยเหรอ?"

ลูมินิ่งไป 

"ครับ…ผมจะได้กลับไปหาดวงจันทร์ แต่ถ้าผม…ตกหลุมรักใครก่อนภารกิจจบ"

เขาหยุดพูด เสียงเบาจนแทบกลืนหาย

"ผมจะไม่สามารถกลับไปได้อีกเลย"

ภาคินเงียบ หัวใจของเขาเต้นช้าลงอย่างประหลาด

"แปลว่าคุณจะติดอยู่ที่นี่ตลอด?" 

"ครับ" 

"งั้นคุณจะไม่อยากรักใครเลยเหรอ ?" 

ลูมิมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสะท้อนแสงแดดจนดูราวเหมือนแสงจันทร์

"ผมเกิดมาเพื่อทำให้คนอื่นสมหวัง ไม่ใช่เพื่อตัวเอง"

คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศในคาเฟ่เงียบไปชั่วขณะ

ภาคินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แต่รสขมกลับเข้มกว่าทุกครั้ง เหมือนคำพูดของอีกฝ่ายที่ขมในใจโดยไม่รู้ตัว

คืนนั้น ภาคินนั่งอยู่ที่ระเบียงเช่นเคย ส่วนลูมินั่งห่างออกไปเล็กน้อย มองดวงจันทร์บนฟ้า

แสงสีเงินส่องผ่านราวเหล็กลงมาทาบใบหน้าของเขาอย่างงดงาม

"ผมสัญญา…"

 ลูมิพูดเบา ๆ ราวกับกล่าวกับใครบางคนบนฟ้า

"จะทำให้คำขอสุดท้ายนี้สมหวังให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้หัวใจมากแค่ไหนก็ตาม"

ภาคินมองอีกฝ่ายเงียบ ๆไม่รู้ว่าทำไม…แต่ในใจกลับรู้สึกว่า ไม่อยากให้ภารกิจนี้จบลงเร็วเลย

🌙...

เสียงฝนโปรยลงมาเบา ๆ ยามบ่าย เม็ดฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างดังเปาะแปะ ภาคินนั่งพิงโซฟา มือถือแก้วโกโก้อุ่น ๆ ในขณะที่ลูมินั่งอยู่บนพื้น ใกล้ระเบียงที่มองเห็นม่านฝนบาง ๆ ข้างนอก

"ฝนตกอีกแล้ว…" ภาคินพึมพำ 

"ช่วงนี้ฝนชอบตกตอนที่ผมอยู่บ้านแฮะ" 

"บางที พระจันทร์อาจอยากให้คุณอยู่กับตัวเอง" ลูมิตอบเสียงนุ่ม

เขายื่นมือออกไปนอกระเบียง ปลายนิ้วสัมผัสหยาดฝนที่เย็นเฉียบ แต่กลับมีแววตาอบอุ่นในตอนที่มองมัน

"ที่โลกของผม...ไม่มีฝนหรอก มีแต่แสงสว่างจากดาว…เย็นและนิ่ง"

ภาคินมองภาพนั้นเงียบ ๆ แสงจากหน้าต่างสะท้อนกับหยดน้ำที่ไหลผ่านปลายนิ้วของลูมิ มันสวยจนเกินจริง สวยจนเขาเผลอคิดว่า คนตรงหน้าอาจไม่ได้เป็นของโลกใบนี้จริง ๆ

"คุณไม่เบื่อเหรอ อยู่กับผมทุกวันแบบนี้ ไม่มีอะไรสนุกหรอก"

"ผมไม่ได้รู้สึกเบื่อเลย"  ลูมิตอบทันที 

"ตรงกันข้าม…ผมรู้สึกว่าที่นี่มีชีวิตมากกว่าที่เคยอยู่มา"

"ชีวิตงั้นเหรอ ?" 

"ใช่ครับ  คุณหัวเราะ คุณเศร้า คุณพยายาม ทั้งหมดนั่น…คือสิ่งที่ผมไม่มี"

ภาคินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

"คุณพูดเหมือนผมเป็นตัวอย่างทดลองเลยนะ" 

"ถ้าอย่างนั้นก็คงจริงครับ"

ลูมิตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ และยิ้มมุมปากเล็กน้อย

คืนนั้นฝนยังตกไม่หยุด ไฟในห้องดับเพราะฟ้าผ่าอย่างกะทันหัน ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านม่านเข้ามา

ภาคินคว้าไฟฉายจากโต๊ะ แต่ก่อนจะเปิด แสงสีเงินบาง ๆ ก็เริ่มเปล่งออกมาจากร่างของลูมิแทน

มันไม่สว่างมาก แต่พอให้เห็นรอบ ๆ ห้องได้ชัดเจน

"คุณ…เรืองแสงเหรอ?"  ภาคินถามตาโต

"เป็นพลังจากพระจันทร์ครับ ปกติจะไม่ส่องออกมาเอง ถ้าไม่ใช่ตอนรู้สึก…อบอุ่นเกินไป"

"อบอุ่นเกินไป ?" ภาคินเลิกคิ้ว

"ตอนเห็นคุณยิ้ม…แสงมันก็ออกมาเอง"

ลูมิตอบเสียงแผ่วแต่ชัดเจน พอจะทำให้หัวใจอีกฝ่ายเต้นผิดจังหวะได้

ทั้งคู่เงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคา

ภาคินยกมือเกาหัว พลางพึมพำ

"อย่าพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยวผมเขิน…" 

ลูมิมองเขาเงียบ ๆ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นใสและอบอุ่นจนเหมือนฝนหยุดตกไปชั่วขณะ

วันต่อมา ภาคินพาลูมิออกไปช่วยงานที่ร้านกาแฟของเพื่อน

เจ้าของร้านหัวเราะจนแก้มปวดเมื่อเห็นลูมิสวมผ้ากันเปื้อนถือถาดเสิร์ฟ

"หน้าแบบนี้ ไม่ต้องขายกาแฟก็มีคนเข้าแน่ ๆ"

"ผมไม่ได้ตั้งใจให้ใครมองครับ"

 ลูมิตอบสุภาพ แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเขินแทน

ตลอดทั้งวัน ลูมิคอยช่วยเสิร์ฟ ยิ้มให้ลูกค้าแบบไม่ตั้งใจ และบางครั้งก็แอบจ้องภาคินเวลาที่อีกฝ่ายกำลังหัวเราะกับเพื่อน

หัวใจเขาเต้นแรงอย่างประหลาด  เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ตอนเย็นหลังร้านปิด ภาคินยื่นน้ำเย็นให้ 

"ขอบคุณที่ช่วยนะ วันนี้คุณทำได้ดีมาก" 

ลูมิรับมา ดวงตาเปล่งประกายเบา ๆ

"เพราะคุณอยู่ข้าง ๆ ผมเลยทำได้" 

ภาคินหัวเราะ 

"พูดแบบนี้อีกแล้ว  เดี๋ยวผมหลงนะ" 

"ถ้าหลงแล้ว…จะเสียใจไหม"

"ไม่รู้สิ"

 ภาคินตอบพร้อมรอยยิ้ม

"แต่ตอนนี้  ผมไม่รู้สึกอยากให้คุณไปไหนเลย"

คำพูดนั้นทำให้ลูมิชะงัก แสงจันทร์ในดวงตาเริ่มสั่นไหว

เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนรอยยิ้มที่ไม่ควรเกิดขึ้นไว้ในเงา

ห้ามตกหลุมรักใครเด็ดขาด!...

เสียงคำเตือนเก่าจากจันทราดังก้องในหัว

แต่หัวใจของลูมิกำลังเถียงเสียงนั้นทุกวัน เถียงด้วยความรู้สึกที่เรียกว่า...รัก

🌙... 

แสงพระจันทร์คืนนี้สว่างกว่าทุกคืนที่ผ่านมา ภาคินนั่งอยู่ตรงระเบียงเหมือนเคย มือถือแก้วชาอุ่น ๆ ไว้ในมือ ส่วนลูมินั่งข้างๆ เงียบๆ

ช่วงหลังๆ นี้ทั้งคู่แทบจะอยู่ด้วยกันทุกวัน กินข้าวด้วยกัน เดินเล่นด้วยกัน และหัวเราะกับเรื่องเล็กๆ เหมือนคนรู้จักกันมานาน

แต่ในความอบอุ่นนั้น…ก็มีบางอย่างแปลกไป

"คุณเคยคิดไหม"  ภาคินเอ่ยขึ้นเบา ๆ 

"ว่าถ้าไม่มีภารกิจนั่น คุณจะอยากอยู่ที่นี่ต่อไหม"

ลูมิชะงัก มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ

"ไม่ควรถามแบบนั้นครับ"

"ทำไมล่ะ?"

"เพราะถ้าผมตอบตามใจ…พระจันทร์จะได้ยิน"

ภาคินหัวเราะเบาๆ 

"พระจันทร์นี่น่ากลัวจังนะ คอยฟังไปหมดทุกอย่างเลยเหรอ?"

"ใช่ครับ พระจันทร์ฟังทุกคำของคนที่ขอพร แต่ไม่ใช่ทุกคำจะได้พรตอบกลับ"

"งั้นถ้าผมขอว่าอยากให้คุณอยู่กับผมตลอดไปล่ะ…"

คำพูดนั้นทำให้ลูมิหันมามองทันที แววตาเขาสั่นไหวชั่ววินาที ก่อนที่จะแสร้งยิ้มบาง ๆ

"นั่นไม่ใช่พรที่พระจันทร์จะยอมให้เป็นจริงหรอกครับ"

วันต่อมาทั้งสองคนเดินเล่นในตลาดยามเย็น เสียงผู้คนจอแจ เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า เสียงหัวเราะของเด็กๆ

ทุกอย่างเต็มไปด้วยชีวิต ลูมิหยุดอยู่หน้าร้านขายสร้อยข้อมือ เขามองเส้นไหมที่ร้อยลูกปัดเล็กๆ สีฟ้าอมเงินด้วยสายตาสนใจ

"สวยดี"  ภาคินพูดพร้อมหยิบขึ้นมาส่องกับแสงแดด

"คุณอยากได้ไหม?"

ลูมิส่ายหน้า 

"ผมไม่ควรรับของจากมนุษย์"

"แต่คุณก็อยู่กับผมนะ ถือว่าเป็นของขอบคุณ แทนข้าวที่คุณทำให้กินทุกเช้าก็ได้"

คำพูดนั้นทำให้ลูมิยิ้มออกมาอย่างจนใจ

"งั้น…ผมจะรับไว้ แต่จะถือว่าเป็นของจากเพื่อน"

ภาคินหัวเราะ

"ครับ จากเพื่อนก็ได้"

แต่ตอนที่เขาเอื้อมมือไปผูกสร้อยข้อมือให้ลูมิ ปลายนิ้วสัมผัสกันเพียงเสี้ยววินาที ทว่าไฟแผ่วบางกลับแล่นผ่านหัวใจทั้งคู่

ดวงตาสีเทาอมเงินของลูมิสั่นไหวอีกครัง ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้…

คืนนั้นลูมิกลับไปนั่งบนเตียง มองสร้อยข้อมือที่สวมอยู่บนข้อมือขาวของตน มันสะท้อนแสงจันทร์อย่างอ่อนโยน

แต่แทนที่เขาจะรู้สึกดี กลับรู้สึกกลัว กลัวว่าทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจะทำให้เขาสูญเสียสิ่งที่เหลืออยู่

"ลูมิ"  เสียงของภาคินดังขึ้นจากหน้าประตู

 "ยังไม่นอนอีกเหรอ?"

"ยังครับ ผม…คิดอะไรนิดหน่อย"

"คิดเรื่องภารกิจเหรอ?"

ลูมิยิ้มบาง ๆ 

"ก็คงใช่ครับ ผมต้องรีบทำให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นจะกลับไปไม่ได้"

"กลับไปแล้ว…คุณจะลืมผมไหม"

คำถามนั้นทำให้ลูมิใจเต้นแรงอย่างที่ไม่ควรจะเป็น เขาเงียบไปนาน ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว

"ถ้าผมลืมได้ ก็คงดีนะครับ…"

ภาคินหัวเราะเบา ๆ

"คุณนี่พูดเหมือนคนเศร้าเลย"

ภาคินเดินเข้ามาใกล้ มองใบหน้าที่สะท้อนแสงจันทร์ของลูมิอย่างแน่นิ่ง

"ผมไม่รู้หรอกว่าพระจันทร์จะให้ผมสมหวังไหม แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผม…ไม่อยากขอพรอะไรอีกแล้ว"

"ทำไมล่ะครับ?"

"เพราะสิ่งที่ผมอยากได้ที่สุด มันอยู่ตรงหน้าแล้ว"

ลูมิเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากหน้าอก คำเตือนของพระจันทร์ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

ห้ามตกหลุมรักใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น เจ้าจะไม่มีวันได้กลับไป

แต่ยิ่งพยายามหลีกหนี แสงจันทร์ในหัวใจเขากลับยิ่งสว่างจ้า

คืนนั้นลูมินอนไม่หลับ เขาเดินออกไปที่ระเบียง มองพระจันทร์ที่กลมโตเต็มฟ้า

"ข้า…ขอโทษ"  เขาพูดเสียงสั่น 

"ข้าพยายามแล้ว แต่หัวใจข้า…มันไม่เชื่อฟังอีกต่อไป"

และในวินาทีนั้น แสงสีเงินบาง ๆ ก็เปล่งออกมาจากอกของลูมิเอง แสงของคู่แท้ ที่เขาไม่เคยเห็นในตัวของภาคิน

แต่กลับปรากฏขึ้น…จากหัวใจของเขาเอง

🌙...

ลมยามค่ำพัดผ่านม่านบางๆ ในห้อง แสงจันทร์ส่องลงมาทาบพื้นเป็นลวดลายสีเงิน ภาคินสะดุ้งตื่นกลางดึก 

เพราะรู้สึกเหมือนห้องสว่างกว่าปกติ เขาหันไปเห็นลูมิยืนอยู่ตรงระเบียง

แสงจากร่างของอีกฝ่ายเปล่งออกมาแรงกว่าทุกครั้ง อย่างงดงามแต่ดูเศร้า

ดวงตาสีเทาอมเงินสะท้อนแสงจันทร์ราวกับกำลังร้องไห้อย่างเงียบงัน

"ลูมิ…"  ภาคินเรียกเบา ๆ 

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"

ลูมิหันกลับมา แสงในมือยังคงส่องอยู่

"ผม…เห็นแล้วครับ"

"เห็นอะไร?"

"แสงของคู่แท้คุณ"  ลูมิพูดเสียงสั่น

ดวงตานั้นเต็มไปด้วยทั้งความโล่งใจและความหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ภาคินก้าวเข้าไปใกล้ 

"แล้วคือใคร?"

ลูมิเงียบไปนาน ความเงียบแทบกลืนเสียงฝนที่เริ่มตกเบา ๆ นอกหน้าต่าง

สุดท้ายเขาก็พูดออกมาแผ่วเบาราวกับไม่อยากให้ใครได้ยิน

"…คือผมเอง"

ภาคินนิ่งไป ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในอก ราวกับทุกอย่างในโลกหยุดหมุน

"หมายความว่ายังไง…คุณคือคู่แท้ของผมเหรอ?"

"ไม่ควรเป็นแบบนั้น" ลูมิส่ายหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ 

"ผู้รับใช้แห่งจันทราไม่มีสิทธิ์เป็นคู่แท้ของมนุษย์ มันผิดกฎ ผิดทั้งหมด"

"แล้วทำไมถึงเกิดขึ้นได้?"

"ผมไม่รู้"  ลูมิหลุบตา น้ำตาใสหยดหนึ่งร่วงลงบนพื้น 

"บางทีเพราะหัวใจของผม…มันตอบสนองต่อคุณก่อนที่พระจันทร์จะอนุญาต"

ภาคินเดินเข้าไปใกล้อีกก้าว

"แล้วคุณจะทำยังไงต่อ?"

"ผมต้อง…กลับไปแจ้งต่อพระจันทร์ เพื่อให้ลบคำผูกพันนี้ออก"

คำว่าลบคำผูกพันทำให้หัวใจภาคินบีบรัด

"หมายความว่าคุณจะลืมผม?"

ลูมิพยักหน้าเบา ๆ 

"และคุณก็จะลืมผมเหมือนกัน"

"ผมไม่ยอม" ภาคินพูดทันที น้ำเสียงเขาหนักแน่น

"คุณคิดว่าผมจะให้คุณหายไปเฉย ๆ เหรอ? หลังจากทุกอย่างที่เราเจอกัน?"

ลูมิพยายามฝืนยิ้ม แต่ริมฝีปากสั่น

"มันไม่ใช่การเลือกของผม ภาคิน…ผมแค่ชั่วคราว คุณต้องสมหวังในความรัก แล้วผมก็จะหายไป"

"แต่ผมสมหวังแล้ว!"  ภาคินเผลอตะโกนออกมา

"คุณไม่เข้าใจเหรอ ลูมิ! ผมไม่ต้องการใครอีก ผมต้องการแค่คุณ!"

แสงจากร่างของลูมิพลันสว่างวาบจนแสบตา เขาก้าวถอยหลัง มือกุมหน้าอกตัวเองด้วยความเจ็บปวด

"อย่าพูดแบบนั้น…คุณจะทำให้ข้อลงทัณฑ์เริ่มทำงาน!"

"ลงทัณฑ์?"

"ถ้าผู้รับใช้จันทราตอบรับความรู้สึกของมนุษย์ แสงของเราจะดับลงเราจะถูกลบจากทุกมิติ"

ภาคินพุ่งเข้าไปคว้ามืออีกฝ่ายไว้แน่น

"งั้นก็ไม่ต้องห้ามมันสิ! ไม่ต้องสนใจพระจันทร์นั่นอีกต่อไป! อยู่กับผมเถอะ!"

ลูมิพยายามส่ายหน้า แต่ดวงตานั้นมีน้ำใสๆอยู่ขอบตา

"คุณไม่เข้าใจ…ผมอาจจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าฝืนกฎ"

"งั้นผมจะขอพรใหม่ ขอให้พระจันทร์เอาชีวิตผมไปแทนคุณก็ได้!"

คำพูดนั้นทำให้ลูมิตาโต เขารีบปิดปากภาคินไว้ 

"อย่าพูดแบบนั้นเด็ดขาด! พระจันทร์ได้ยินทุกคำ!"

ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงเงินที่ส่องรอบตัว ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของลูมิ เห็นทั้งความกลัว ความรัก และการต่อสู้ในเวลาเดียวกัน

"ผมไม่รู้ว่าพรของพระจันทร์มันสำคัญแค่ไหน"  ภาคินพูดเสียงสั่น 

"แต่ถ้ารักคุณคือการผิดกฎ…งั้นผมก็ยอมผิด"

แสงที่เปล่งออกมารอบตัวลูมิสั่นแรงขึ้น ร่างของเขาส่องสว่างจนเกือบโปร่งใส

"หยุดนะ ภาคิน…ลูมิพูดทั้งน้ำตา"

"อย่าทำให้ผมต้องหายไปเพราะคุณเลย"

แต่ภาคินกลับยกมือแตะที่แก้มเขาเบา ๆ

"ถ้าคุณหายไปจริง ๆ ผมก็จะขอพรอีกพันครั้ง เพื่อให้เราได้เจอกันอีก"

ทันใดนั้นแสงเงินสว่างจ้าทั่วทั้งห้อง แสงของคู่แท้ทั้งสองผสานเข้าหากันอย่างสมบูรณ์

และเสียงระฆังแผ่วบางดังขึ้นในอากาศ เสียงเดียวกับคืนที่คำขอพรเริ่มต้น

เมื่อแสงค่อยๆ จางลง ภาคินมองไปรอบตัว ลูมิยังอยู่ตรงหน้า แต่ร่างของเขาโปร่งแสงกว่าก่อนหน้า ดวงตาสีเทาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

"พระจันทร์…รับรู้แล้ว" เขาพูดเสียงสั่น 

"พรข้อสุดท้ายของคุณ…สำเร็จ"

"หมายความว่ายังไง?"

"คุณสมหวังในความรักแล้ว ภาคิน"

"แต่ผมไม่ได้อยากให้คุณหายไป…"

"นั่นแหละคือสิ่งที่พระจันทร์ต้องการพิสูจน์ ว่าความรักแท้ไม่ใช่การครอบครอง แต่คือการยอมให้คนที่เรารักได้กลับบ้านของเขา"

ภาคินจับมืออีกฝ่ายแน่น 

"ผมไม่ยอม! ผมขอพรใหม่ได้ไหม ขอให้คุณอยู่ต่อ!"

ลูมิยิ้มทั้งน้ำตา

"ครั้งนี้…พระจันทร์ไม่ได้เป็นคนฟังอีกต่อไปแล้ว ภาคิน"

"แล้วใครล่ะ?"

"หัวใจของคุณต่างหาก"

แสงสุดท้ายจากร่างของลูมิส่องออกมาอย่างสงบ ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อยๆ ละลายหายไปในอากาศ 

ทิ้งไว้เพียงสร้อยข้อมือสีฟ้าอมเงินที่ตกลงบนมือภาคิน ภาคินทรุดตัวลงกับพื้น เสียงฝนยังคงตกพรำๆ

เขาเงยหน้ามองพระจันทร์ที่ส่องอยู่กลางฟ้า ดวงจันทร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพยานของคำขอ และวันนี้…เป็นพยานของการจากลา

"ถ้าพระจันทร์ยังฟังอยู่…"  เขาพูดเสียงแผ่ว 

"ผมขอพรอีกข้อได้ไหม ช่วยคืนเขามาให้ผม...ได้ไหมครับ"

แสงจันทร์ไม่ตอบ มีเพียงความเงียบที่อบอุ่นราวกับอ้อมกอดสุดท้าย

🌙...

ฝนหยุดตกแล้ว…แต่บนพื้นระเบียงยังคงชุ่มด้วยหยาดน้ำค้าง ที่สะท้อนแสงพระจันทร์อ่อน ๆ

ภาคินนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างกายเย็นเฉียบ มือกำสร้อยข้อมือสีฟ้าอมเงินแน่น ราวกับกลัวว่ามันจะหายไปอีก

ลูมิ…ชื่อที่เขาไม่กล้าเอ่ยออกมาเสียงดัง เพราะกลัวเหลือเกินว่าหากพูดขึ้นมาเมื่อ

มันจะกลายเป็นเพียงความฝัน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

เช้าวันถัดมา ภาคินตื่นขึ้นมาพร้อมความว่างเปล่าที่แปลกประหลาด เตียงอีกฝั่งว่างเปล่า 

เหมือนมันไม่เคยมีใครนอนอยู่ตรงนั้นมาก่อนในห้อง ไม่มีร่องรอยของใครอีกคน ไม่มีผ้าห่มพับไว้

ไม่มีแก้วน้ำที่วางค้างบนโต๊ะ ไม่มีแม้แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่ที่เขาคุ้นเคย

แต่สร้อยข้อมือเส้นนั้น…ยังอยู่บนมือของเขา เขามองมันอยู่นาน

ความรู้สึกหนักแน่นในอกเริ่มตีขึ้นจนต้องสูดหายใจลึก

"ผมต้องฝันแน่ ๆ"  เขาพึมพำกับตัวเอง

"ใช่สิ…ทั้งหมดคงเป็นแค่ฝัน"

แต่ไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นยังไง ทำไมทุกครั้งที่เขามองพระจันทร์ หัวใจถึงปวดหนึบอย่างไม่มีเหตุผล?

วันต่อมา เขาไปทำงานที่ร้านกาแฟของเพื่อนเหมือนเดิม

"คิน! วันนี้หน้าโทรมจัง ไปทำอะไรมาวะ?"

"นอนไม่ค่อยหลับน่ะ"  ภาคินตอบยิ้ม ๆ 

"ฝันแปลก ๆ ทั้งคืนเลย"

เพื่อนๆหัวเราะเขาเบาๆ

"ฝันถึงแฟนเหรอ หรือใคร?"

คำถามนั้นทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับสมองกำลังพยายามขุดบางสิ่งที่จางหายไป

"แฟน…เหรอ?"  

เขาทวนเสียงเบา แต่คิดเท่าไรก็นึกหน้าใครไม่ออก ในหัวมีเพียงภาพเลือนรางของใครบางคน ที่ยิ้มให้ท่ามกลางแสงสีเงิน

แต่พอพยายามจับภาพนั้นให้ชัด มันกลับสลายเหมือนหมอกยามเช้า

คืนนั้น ภาคินกลับมานั่งที่ระเบียงอีกครั้ง ดวงจันทร์คืนนี้เต็มดวง สวยจนแทบละสายตาไม่ได้

"คุณ…"

เขาเผลอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่ประโยคที่ตามมา…กลับไม่มีชื่อใดหลุดออกจากปาก

เขาหัวเราะแผ่วเบา ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองหัวเราะทำไม ในอกมีความรู้สึกว่างเปล่าที่ไม่สามารถอธิบายได้

เหมือนบางสิ่งขาดหายไปจากชีวิต ไม่รู้ว่าคือ...ใคร แต่รู้แน่ๆ ว่าคือ...สิ่งสำคัญที่สุด

กลางดึกคืนนั้นเสียงระฆังแผ่วเบาดังขึ้นจากท้องฟ้า เสียงเดียวกับคืนนั้น ภาคินเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง

ก่อนจะเห็นแสงบางอย่างตกลงมาจากดวงจันทร์ มันไม่ใช่แสงแรงเหมือนตอนแรก แต่เป็นเพียงเศษละอองเรือง ๆ 

ที่ลอยร่วงลงมาอย่างช้า ๆ หนึ่งในนั้นตกลงบนสร้อยข้อมือของเขา

ทันใดนั้นเขาเห็นภาพวาบในหัว ชายคนหนึ่งในชุดขาว ยืนยิ้มอ่อน ๆ ใต้แสงจันทร์

เสียงใสพูดเบา ๆ ว่า

"ครั้งนี้…พระจันทร์ไม่ได้ฟังอีกต่อไปแล้ว ภาคิน แต่หัวใจของคุณยังฟังอยู่เสมอ"

ภาพนั้นเลือนหายไปเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่ แต่ภาคินกลับยกมือขึ้นจับสร้อยไว้แน่น น้ำตาไหลโดยไม่รู้เหตุผล

"ผม…เคยมีใครอยู่ตรงนี้ใช่ไหม" เขาพึมพำกับท้องฟ้า 

"คนที่ยิ้มให้ผมแบบนั้น…"

พระจันทร์ยังคงนิ่งเงียบ แต่ลมอุ่น ๆ จากที่ไหนไม่รู้พัดผ่านผมของเขาอย่างอ่อนโยน ราวกับคำตอบที่ไม่ต้องการเสียง

ในอีกมิติหนึ่ง ใต้แสงจันทร์ที่เย็นและนิ่ง ลูมิยืนอยู่บนระเบียงของปราสาทจันทรา

ร่างของเขาเลือนลาง บางลงกว่าครั้งสุดท้ายที่อยู่กับภาคิน แต่ในมือกลับกำสร้อยข้อมืออีกเส้น เส้นที่เหมือนกันทุกประการ

เขามองมันด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ

"พระจันทร์…ผมลบความทรงจำของเขาแล้วตามกฎ"

เสียงของจันทราแว่วกลับมา

"แต่เจ้าก็ยังจำเขาได้…เจ้าทำลายข้อตกลงแล้ว ลูมิ"

ลูมิหลุบตา 

"ถ้าการจำใครสักคนได้ คือความผิด…ข้าก็ยอม"

พระจันทร์เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวเสียงอ่อนลง

"เจ้ารู้หรือไม่ ว่าพรของเขายังไม่สิ้นสุด"

"หมายความว่าอย่างไร?"

"เขาขอให้เจ้าได้อยู่…ตลอดไป"

แสงสีเงินเริ่มแผ่วลงทั่วห้องโถง ลูมิชะงัก หัวใจสั่นไหว ราวกับว่าคำขอของภาคินกำลังแทรกซึมข้ามมิติ ข้ามคำสาปแห่งจันทรา

"ถ้าอย่างนั้น…ข้าจะรอ"  ลูมิพูดเสียงแผ่ว แต่มั่นคง

"จนกว่าพระจันทร์จะเมตตาให้เราพบกันอีกครั้ง"

แสงจันทร์สาดลงบนใบหน้าของเขา รอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนคืนแรกที่เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ 

แม้ความทรงจำจะหายไป…แต่หัวใจยังจำได้เสมอ เพราะความรักแท้ ไม่เคยถูกลบเลือน แม้โดยพระจันทร์เองก็ตาม...

🌙...

เสียงระฆังของเมืองดังขึ้นยามหัวค่ำ

เดือนนี้เป็นเดือนที่พระจันทร์เต็มดวงสวยที่สุดในรอบปี งานเทศกาลชมจันทร์จัดขึ้นทั่วเมือง 

ผู้คนพากันออกมาถ่ายรูป ยิ้มแย้ม และอธิษฐานใต้แสงสีเงิน

ภาคินยืนอยู่ริมทางเท้า ท่ามกลางแสงไฟหลากสี และกลิ่นขนมหวานลอยฟุ้งในอากาศ 

ในมือของเขายังคงสวมสร้อยข้อมือสีฟ้าอมเงินเส้นนั้น เส้นที่เขาไม่รู้ว่ามันมาจากไหน…แต่ไม่เคยถอดออกเลยสักครั้ง

"คุณคิน จะถ่ายรูปคู่กับพระจันทร์ไหม?"  เพื่อนร่วมงานที่มาด้วยถามยิ้ม ๆ

"ไม่ดีกว่า เดี๋ยวผมขอพรแป๊บนึง"  

ภาคินตอบพร้อมยกมือขึ้นพนม เขาหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก

"ผมไม่รู้ว่าพระจันทร์ยังฟังอยู่ไหม…แต่ถ้ามีใครบางคนที่ผมลืมไป ขอให้ผมได้เจอเขาอีกครั้ง"

ทันใดนั้น ลมเย็นวูบหนึ่งพัดแรงจนสายไฟเหนือหัวสั่น เสียงระฆังเบา ๆ ดังขึ้นในหู เสียงนั้นคุ้นเคยเหลือเกิน

ภาพในหัวแล่นผ่านราวกับความฝันที่แตกกระจาย แสงสีเงิน…รอยยิ้มอ่อนโยน…มือที่แตะบนแก้มเขา…เสียงกระซิบที่บอกว่า

"หัวใจของคุณยังฟังอยู่เสมอ…"

ภาคินลืมตาขึ้นทันที หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล เขาหันมองรอบตัว แต่ในฝูงชนกลับไม่มีใครคุ้นหน้า

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกบางอย่างในอกกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีเสียงเรียกจากที่ไกลแสนไกล

ค่ำนั้น ภาคินเดินกลับคนเดียว ท้องฟ้าสว่างด้วยแสงจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง เหมือนคืนที่เขาเคยขอพร แม้เขาไม่จำว่าขออะไร

ขณะเดินผ่านสวนสาธารณะเก่า แสงสีเงินบางอย่างสะท้อนจากสระน้ำกลางสวน เขาหยุดเท้าโดยไม่รู้ตัว 

ราวกับแรงบางอย่างดึงให้เดินเข้าไป ที่ริมสระน้ำ มีร่างของชายคนหนึ่งในชุดขาวยืนอยู่ใต้แสงจันทร์

ผมสีอ่อนปลิวตามแรงลม ใบหน้านั้นนิ่งสงบจนหัวใจภาคินแทบหยุดเต้น

"คุณ…" ภาคินพูดออกมาแผ่วเบา 

"ผม…รู้สึกเหมือนเคยเจอคุณมาก่อน"

ชายคนนั้นหันกลับมา ดวงตาสีเทาอมเงินฉายแววเศร้า และอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน

"คุณจำผมไม่ได้สินะ" เขาพูดเสียงเบา

"แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว…ที่คุณยังมาเจอผม"

"...ผมควรจะจำคุณได้เหรอ?" ภาคินถามเสียงสั่น มือกำสร้อยข้อมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

"ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมมองคุณแล้ว หัวใจผม…เจ็บแปลก ๆ"

ลูมิมองสร้อยเส้นนั้น แสงจันทร์สะท้อนจากลูกปัดสีฟ้า เขาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า

"นั่นเป็นคำตอบแล้วครับ ภาคิน"

"คำตอบของอะไร?"

"ของพรที่คุณขอจากพระจันทร์"

"พร…ของผมเหรอ?"

"ใช่ครับ" ลูมิก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ดวงตาเขาสั่นไหว

"คุณขอให้ผม…ได้อยู่ตลอดไป"

ภาคินเบิกตากว้าง ราวกับทุกสิ่งเริ่มปะติดปะต่อกัน ภาพในหัวพรั่งพรูเข้ามา คืนที่ฝนตก เสียงหัวเราะของใครบางคน

กลิ่นโกโก้อุ่นๆ บนโซฟา เสียงกระซิบใต้แสงจันทร์

"ผมจำได้…" เขาพึมพำ น้ำใสๆ ไหลอาบแก้ม 

"คุณคือ…ลูมิ"

ลูมิมองเขานิ่ง รอยยิ้มเศร้าแต่เต็มไปด้วยความรัก

"คุณจำได้แล้ว"

"ผมขอโทษ…ผมทำให้คุณต้องหายไป"

"ไม่ครับ" ลูมิส่ายหน้าเบา ๆ 

"คุณทำให้ผมได้รู้ว่าความรักคืออะไร และนั่นเพียงพอแล้วสำหรับผม"

ภาคินส่ายหน้า

"ไม่พอ ผมไม่ยอมให้คุณหายไปอีก"

เขาคว้ามือของลูมิไว้แน่น แต่ร่างนั้นกลับโปร่งแสง แสงสีเงินเริ่มไหวอีกครั้ง

"อย่าทำแบบนั้น…" ลูมิพูดเสียงแผ่ว 

"ผมอยู่ได้เพราะพรของคุณ แต่ถ้าพระจันทร์รู้ว่าผมกลับมาที่โลกนี้อีก…"

"ผมไม่สนแล้ว!"  ภาคินพูดทั้งน้ำตา

"ผมจะขอพรอีกครั้ง ถ้ามันต้องแลกทุกอย่าง ผมก็จะยอม!"

ทันใดนั้น เสียงระฆังแห่งจันทราดังขึ้นทั่วฟ้าอีกครั้ง ดวงจันทร์เปล่งแสงสว่างจ้า ปกคลุมทั้งสวนไว้ในแสงสีเงิน

ลูมิหันมามองเขา รอยยิ้มที่มีทั้งความสุขและความเศร้าในเวลาเดียวกัน

"ครั้งนี้…ถ้าพระจันทร์ยอมให้เราอยู่ด้วยกันได้จริง ผมจะเชื่อว่าปาฏิหาริย์มีอยู่จริง"

ภาคินจับมือเขาแน่น 

"ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรอก มันคือพรที่เราจะสร้างด้วยกัน"

แสงจันทร์ทอประกายรอบตัวทั้งคู่ เสียงกระซิบของลมดังแผ่ว

"เมื่อหัวใจสองดวงขอพรเดียวกัน พระจันทร์จะไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป"

ในคืนนั้น แสงของจันทร์เปลี่ยนเป็นสีเงินอมฟ้าเป็นครั้งแรกในรอบพันปี ผู้คนในเมืองต่างพูดถึง 

...แสงจันทร์ประหลาด โดยไม่รู้ว่า ที่ใต้สระน้ำในสวนแห่งนั้น

สองร่างกำลังสวมกอดกันท่ามกลางแสงสว่างของพรที่พระจันทร์ไม่อาจลบล้างได้อีก

เพราะเมื่อความรักเวียนกลับมาพร้อมกับพระจันทร์เต็มดวง ไม่มีคำว่าคำสาป มีเพียงปาฏิหาริย์ของหัวใจเท่านั้น...

🌙...

แสงสีเงินอมฟ้าปกคลุมไปทั่วสวน ราวกับเวลาทั้งหมดหยุดนิ่ง ภาคินยังคงกุมมือของลูมิไว้แน่น

ดวงตาของทั้งคู่สะท้อนแสงของกันและกัน แต่แล้ว...เสียงระฆังแผ่วบางก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า 

เสียงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญญาณของการเริ่มต้น ครั้งนี้กลับกลายเป็นเสียงแห่งการพิพากษา

ท้องฟ้าเหนือหัวค่อยๆ แยกออก ดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏชัดเจนจนส่องแสงเจิดจ้า

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทุกทิศ เสียงของพระจันทร์ ที่พวกเขาทั้งสองรู้จักดี

"ผู้รับใช้แห่งจันทรา…เจ้าผิดกฎของข้าอีกครั้ง"

ลูมิชะงัก เขาก้าวออกมาข้างหน้าอย่างสงบ

"ข้ารู้" เสียงของเขาสั่น แต่ไม่สั่นไหวด้วยความกลัว 

"แต่ครั้งนี้ ข้าไม่ได้ขอพรเพื่อข้าเอง"

"เจ้าใช้พลังแห่งจันทราเพื่อกลับไปยังโลกมนุษย์ ทั้งที่เจ้าควรถูกลบจากทุกมิติ เจ้าทำไปเพื่อสิ่งใด?"

"เพื่อความรัก"

เสียงนั้นเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้ง

"เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ว่าความรักของเจ้า คือสิ่งที่ทำให้เขา ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธะของจันทราได้"

ภาคินเงยหน้าขึ้น

"หมายความว่าไงครับ?"

"เจ้าคือผู้ขอพรที่สมหวังในความรัก ความสมหวังนั้นผูกวิญญาณของเจ้าไว้กับผู้ให้พร 

และตราบใดที่ลูมิยังคงอยู่ เจ้าจะไม่สามารถใช้ชีวิตแบบมนุษย์ได้เต็มที่อีก"

"ไม่จริง…" ภาคินพึมพำ 

"ผมไม่ต้องการพรอะไรแล้ว ผมต้องการแค่เขา!"

พระจันทร์ตอบด้วยเสียงแผ่ว

"นั่นแหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด ความรักที่ไม่ยอมปล่อย…คือคำสาปที่แท้จริง"

ลูมิหันกลับมาหาภาคิน ดวงตาเต็มไปด้วยแสงสะท้อนของจันทร์

"คิน…"  เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายเบา ๆ 

"ครั้งนี้…ให้ผมขอพรบ้างนะ"

"ไม่! คุณขอพรไม่ได้ พระจันทร์จะลงโทษคุณอีก!"

" ผมรู้ "  ลูมิยิ้ม รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนเหมือนคืนแรกที่เขาตกลงมาบนโลก 

"แต่ถ้าพรของผมทำให้คุณเป็นอิสระ…ผมก็ยอม"

แสงสีเงินเริ่มห่อหุ้มร่างของเขาช้า ๆ ภาคินรีบคว้ามือไว้แน่น 

"อย่า...ลูมิอย่าทำแบบนี้อีกเลย ผมไม่อยากให้คุณต้องหายไปอีกแล้ว!"

"ผมจะไม่หายไปครับ" ลูมิตอบอย่างอ่อนโยน 

"เพียงแต่คุณอาจจะมองไม่เห็นผมในแบบเดิมอีก"

"คุณหมายความว่าไง?"

ลูมิยื่นมือไปแตะหน้าผากของเขา สัมผัสอุ่นไหววาบแผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจ 

ภาพของพวกเขาทั้งคู่ ตั้งแต่แรกพบจนถึงค่ำคืนนี้ฉายซ้ำในหัวภาคินอย่างช้า ๆ

"พรสุดท้ายของข้า…ขอให้ภาคินได้ใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างอิสระ ขอให้เขารักได้ เจ็บได้ ยิ้มได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังของจันทราอีกต่อไป

และขอให้หัวใจของข้า…ได้กลายเป็นแสงที่เฝ้ามองเขาตลอดไป"

"ไม่!...ลูมิ อย่าทำแบบนี้!"

ภาคินร้องสุดเสียง พยายามดึงเขาเข้ามากอด แต่ร่างของลูมิค่อย ๆ โปร่งแสงขึ้นเรื่อย ๆ 

แสงจากพระจันทร์ห้อมล้อมทั้งคู่ไว้ในอ้อมแขนแห่งแสงสีเงิน

ลูมิพูดเสียงเบา

"อย่าร้องไห้เลยครับ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าความรักที่แท้จริง…ไม่ใช่การครอบครอง"

"แต่ผมไม่อยากสูญเสียคุณอีก…"

"คุณไม่มีวันสูญเสียผมหรอก" ลูมิเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ 

"เพราะผม…จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแสงนั้น"

เมื่อแสงจันทร์ค่อย ๆ จางลง ภาคินทรุดลงกับพื้น มือของเขายังยื่นไปข้างหน้า แต่ในอากาศไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

บนพื้นเหลือเพียงเศษละอองแสงสีเงินที่ลอยระยิบระยับ ก่อนจะรวมตัวกันเป็นสัญลักษณ์รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวกลางฝ่ามือของเขา

เสียงของพระจันทร์ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

"พรของเขาได้เปลี่ยนกฎแห่งข้าแล้ว จากนี้ไปมนุษย์ที่กล้ารักแม้ต้องสูญเสีย จะไม่ถูกลืมอีก"

ภาคินมองสัญลักษณ์ในมือ น้ำตาไหลเงียบ ๆ

"ลูมิ…คุณยังอยู่ใช่ไหม"

ลมเย็นพัดผ่านแก้ม เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นข้างหู

"ผมอยู่ตรงนี้เสมอ…ในแสงของพระจันทร์ทุกคืนที่คุณมองขึ้นไป"

เขาเงยหน้ามองฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงเงินอมฟ้า ในแสงนั้นเขามองเห็นเงาบางๆ 

ของคนคนหนึ่งกำลังยิ้มให้ รอยยิ้มที่ไม่เลือนหายแม้เวลาจะผ่านไป

พรสุดท้ายของพระจันทร์…ไม่ใช่การสมหวัง แต่คือการได้รักอย่างไม่สิ้นสุด

เพราะแม้ร่างจะหายไป แสงของความรักจะยังส่องทางให้หัวใจพบกันอีกครั้ง...

🌕...

ห้าปีผ่านไปหลังจากคืนแห่งพรสุดท้าย ชีวิตของภาคินกลับมาเป็นปกติ เขาเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ใกล้สวนเก่า

สวนเดียวกับที่เคยพบเขา ทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เขาจะปิดร้านเร็วกว่าปกติ

แล้วเดินกลับไปที่สระน้ำกลางสวนเงียบ ๆ พร้อมโกโก้อุ่นหนึ่งแก้ว วางแก้วนั้นไว้ตรงขอบสระเสมอ

"คืนนี้ก็สวยเหมือนเดิมนะลูมิ"

เขามักพูดแบบนั้นทุกครั้ง ราวกับอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนั้น…เพียงแต่ในรูปของแสง

แต่ในคืนนั้น...คืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกของปี มีบางสิ่งเปลี่ยนไป

ขณะที่เขาวางแก้วโกโก้ลง เสียงกระซิบของลมที่คุ้นเคยดังแผ่วเบา และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น 

เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ตรงข้ามสระ ผมสีอ่อนสะท้อนแสงจันทร์ ดวงตาสีเทาอมฟ้าคุ้นตาเหลือเกิน

ชุดนักศึกษาธรรมดา แต่รอยยิ้มที่ส่งมา…ทำให้หัวใจของภาคินแทบหยุดเต้น

"ขอโทษครับ ผมเห็นคุณมาทุกคืนเลย เลยอยากทัก…" เด็กหนุ่มพูดเสียงนุ่ม

"คุณมองพระจันทร์แบบนี้เพราะคิดถึงใครรึเปล่าครับ?"

ภาคินนิ่ง เผลอยิ้มจาง ๆ 

"ใช่ครับ…คนที่ผมไม่มีวันลืม"

เด็กหนุ่มพยักหน้า 

"งั้นเราก็เหมือนกัน ผมก็ฝันถึงใครบางคนทุกคืน ทั้งที่ไม่รู้จักชื่อเขาเลย"

คำพูดนั้นทำให้หัวใจภาคินเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าแสงจันทร์รอบตัวสว่างขึ้นอย่างประหลาด

"คุณชื่ออะไรครับ?"  ภาคินถามเสียงเบา

"ลิน…" เด็กหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มบาง 

"ชื่อผมคือลินครับ"

ชื่อที่ออกเสียงเบา ๆ นั้น คล้ายกับชื่อที่เขาเคยเรียกทุกคืน ภาคินเผลอหลุบตาลง น้ำตารื้นโดยไม่รู้ตัว

...

วันต่อมา เด็กหนุ่มชื่อ ลิน แวะมาที่ร้านกาแฟของภาคิน เขาบอกว่าเพิ่งย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยใกล้ ๆ และอยากหางานพิเศษ

ภาคินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง จากนั้นลินก็กลายเป็นผู้ช่วยประจำร้าน

เขาเรียนรู้งานไวเกินคาด และมักมีความสามารถแปลก ๆ ที่ทำให้ภาคินแปลกใจ

เช่น จำสูตรกาแฟจากกลิ่นได้ หรือพูดชื่อเพลงที่ภาคินเปิดทิ้งไว้ในร้านโดยไม่เคยได้ยินมาก่อน

หรือแม้แต่…รู้ว่าโกโก้อุ่นของเขาชอบรสเข้มแค่ไหน ทั้งที่ภาคินไม่เคยบอกใครเลย

"คุณคินครับ"

เสียงเรียกนั้นอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

"คืนนี้พระจันทร์จะเต็มดวงอีกครั้ง ไปดูด้วยกันไหมครับ?"

ภาคินชะงัก มือที่กำลังเช็ดแก้วหยุดลง หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่เข้าใจเหตุผล เขาเหลือบมองลินที่ยิ้มให้ใต้แสงโคมไฟร้าน

รอยยิ้มนั้น…เหมือนกับรอยยิ้มที่เขาฝันถึงมาตลอดห้าปี

คืนนั้น ทั้งคู่เดินไปที่สวนสาธารณะด้วยกัน พระจันทร์ลอยขึ้นสูงเหนือสระน้ำ แสงสีเงินส่องลงมาทาบบนผืนน้ำใส

ลินยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ภาคิน ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า

"คุณเคยขอพรกับพระจันทร์ไหมครับ?"

ภาคินหัวเราะเบา ๆ 

"ผมเคยขอ…แล้วก็เสียใจที่สุดในชีวิตด้วย"

"เสียใจเหรอครับ?"

"เพราะผมขอให้คนที่ผมรักอยู่ตลอดไป"  เขาพูดเสียงแผ่ว 

"แต่สุดท้าย เขาต้องหายไปเพราะพรนั้นเอง"

ลินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงสั่น

"งั้นครั้งนี้…ให้ผมขอพรแทนนะครับ"

"พรอะไรเหรอ?"

"ขอให้คุณยิ้มได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องเจ็บเหมือนในอดีต"

เมื่อพูดจบ แสงจันทร์เหนือศีรษะทั้งคู่พลันสว่างขึ้นชั่วขณะ

ลมพัดผ่านเบา ๆ และในแววตาของลิน…แสงสีฟ้าอมเงินปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที

ภาคินเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น ภาพในอดีตผุดขึ้นมา คำพูด เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มเดียวกัน

"ลูมิ…?"  เขาเรียกชื่อออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา

ลินชะงัก ดวงตาสั่นไหวก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว

"คุณ…ยังจำได้งั้นเหรอ"

ภาคินก้าวเข้าไปหา เขายื่นมือแตะที่แก้มของลิน สัมผัสนั้นอุ่น…มีเลือดเนื้อ มีชีพจร ไม่ใช่เพียงแสงอีกต่อไป

"ครั้งนี้…คุณกลับมาในร่างมนุษย์จริง ๆ ใช่ไหม"

"ใช่ครับ" ลินยิ้มทั้งน้ำตา 

"พรสุดท้ายของพระจันทร์…คือการให้ผมได้ลงมาที่นี่ เพื่อเรียนรู้ความรักในแบบของมนุษย์"

ภาคินหัวเราะทั้งน้ำตา 

"งั้นก็แปลว่าพระจันทร์ใจดีขึ้นสินะ"

ลินพยักหน้าเบา ๆ 

"เพราะพระจันทร์เห็นแล้ว ว่าความรักของคุณ…ไม่เคยจางหายเลย"

🌕...

เช้าวันใหม่ในร้านกาแฟ ภาคินตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไป มีความรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ อยู่รอบตัว

ลินยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ กำลังรินกาแฟใส่แก้วให้ลูกค้าประจำ เขายิ้มให้ภาคินเมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมา

"คุณคินครับ วันนี้อยากลองเมนูใหม่ไหม ผมปรับสูตรโกโก้ให้หวานน้อยลงเหมือนที่คุณชอบ"

ภาคินพยักหน้า แม้จะยังอึ้งกับความรู้สึกที่หัวใจเต้นแรงเกินไป หลังจากร้านเงียบ ภาคินนั่งลงที่มุมประจำ

มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นลินกำลังจัดต้นไม้เล็ก ๆ ไว้ที่ชั้นวาง

แสงแดดสะท้อนบนเส้นผมสีอ่อนของลิน ทำให้ภาพนั้นเหมือนเป็นฉากในความฝัน

"ลิน…"  ภาคินเรียกเสียงเบา

"ครับ?"

"คุณรู้สึกถึงอะไรบ้างไหม…พรที่พระจันทร์มอบให้เรา?"

ลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มอ่อน

"รู้สึกครับ…เหมือนว่าเราสองคนถูกโยงเข้าด้วยกันด้วยแสงบางอย่าง ผมเรียกมันว่า…แสงของหัวใจ"

คำพูดนั้นทำให้ภาคินหัวใจพองโต เขาเอื้อมมือไปแตะมือของลินเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้เขารู้สึกถึงพลังบางอย่าง อุ่นแต่ไม่หนักหน่วง

เหมือนพระจันทร์กำลังส่งเสียงเตือนเบา ๆ ให้เขารับรู้ว่า...ครั้งนี้แสงจะไม่พรากไปไหน

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ทั้งคู่ช่วยกันทำงานในร้าน พูดคุยเรื่องชีวิตเรื่องเรียน เรื่องกาแฟ

แต่หัวใจของภาคินกลับเต้นแรงกว่าปกติทุกครั้งที่ลินหัวเราะ หรือเอียงหน้าเข้ามาใกล้

ตอนบ่าย ลินถือแก้วน้ำเย็นมาให้ภาคิน

"คุณคินครับ ระวังจะหงุดหงิดนะ ถ้าเจอผมแกะสูตรกาแฟคุณซ้ำบ่อย ๆ"

"ไม่หงุดหงิดเลย"

"ผมชอบที่คุณใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้"

สายตาของทั้งคู่สบตากัน รู้สึกได้ถึงแสงสีเงินบาง ๆ รอบ ๆ ตัว ภาคินกลืนน้ำลายหนักหน่วง 

นี่ไม่ใช่แค่ความรักธรรมดา แต่เหมือนพรเก่าของพระจันทร์กำลังทำงานอีกครั้ง

แสงที่เคยพรากลูมิไป ได้กลับมาในร่างมนุษย์ชื่อ ลิน

เย็นวันนั้นหลังร้านปิด ภาคินและลินพากันมาเดินเล่นรอบสวน พระจันทร์เต็มดวงสูงเด่นในท้องฟ้า

ลินหยุดเดินและเงยหน้ามองฟ้า

"คุณคินครับ…คุณเคยฝันถึงใครสักคนแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนพรใช่ไหมครับ?"

ภาคินพยักหน้า

"เหมือนกับตอนที่ผมขอพรกับพระจันทร์"

"ผมก็เหมือนกัน" ลินพูดเสียงเบา 

"และครั้งนี้ ผมอยากใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกนั้นจริง ๆ"

ภาคินยิ้มและค่อย ๆ เอื้อมมือไปสัมผัสแก้มลิน

"งั้นเราก็เริ่มใหม่กันนะ…ครั้งนี้ในโลกของเราเอง"

ร่างทั้งสองถูกห้อมล้อมด้วยแสงสีเงินอ่อนจากพระจันทร์ แสงนั้นไม่ได้พรากใครไปอีกต่อไป

แต่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของพวกเขา เป็นสัญญาณของความรักครั้งใหม่ ที่เริ่มเต้นอีกครั้ง

 🌙💞...

เช้าวันใหม่ในร้านกาแฟ ลินตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวัน เขาเริ่มเรียนรู้การชงกาแฟแบบมืออาชีพมากขึ้น

และภาคินก็เฝ้ามองเขาอย่างเงียบ ๆ หัวใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น

"คุณคินครับ วันนี้เราจะลองทำเค้กสูตรใหม่ด้วยกันไหม?"

"อืม ดีเลย"  ภาคินตอบด้วยรอยยิ้ม

สายตาของทั้งคู่จ้องมองกัน เหมือนแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง ทำให้ทุกอย่างราวกับหยุดชั่วคราว

บ่ายวันนั้น ลินช่วยภาคินจัดร้านใหม่ เขาจัดทุกอย่างอย่างระมัดระวัง แต่กลับมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นในใจ

"คุณคินครับ ผมรู้สึกว่าตัวเองมีแสงบางอย่าง…แต่ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร"

ภาคินหยุดมือครู่หนึ่ง

"แสง? หมายถึง…?"

"เหมือนพลังจากอะไรสักอย่าง ผมรู้สึกว่ามันเต้นอยู่ในหัวใจผม แต่ยังไม่เต็มที่"

ภาคินยิ้มเบา ๆ

"นั่นแหละ คือความรักที่แท้จริงของเรา มันไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ แต่จะค่อย ๆ เติบโต"

ลินพยักหน้า แม้ใจยังสงสัย

"แล้วถ้า…ผมรู้สึกถึงใครบางคนอีกคน?"

"ใครอีกคน?"

"ใช่ครับ…เหมือนแสงที่ผมยังไม่เห็นเต็ม ๆ แต่บางครั้งผุดขึ้นในใจ"

ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นเขาแรงอย่างผิดปกติ เขามองลินที่ยิ้มอ่อนและเอียงหัวไปข้างหนึ่ง

"คุณลิน…บางทีแสงนั้น…อาจเป็นผม"

ลินมองเขา แต่ก็ยิ้มอย่างนุ่มนวล

"อาจเป็นคุณก็ได้นะครับ…"

ค่ำวันนั้น ทั้งคู่เดินเล่นในสวน พระจันทร์เต็มดวงสูงเด่นในท้องฟ้า แสงสีเงินสะท้อนบนผืนน้ำในสระ

ภาคินเอื้อมมือไปสัมผัสมือของลินเบา ๆ

"คุณคินครับ…"  ลินพูดเสียงเบา

"ครับ?"

"ไม่ว่าพรครั้งก่อนหรือครั้งนี้…ผมอยากให้เราสองคนอยู่ด้วยกันจริง ๆ"

ภาคินยิ้ม

"ครั้งนี้ ผมสัญญา…จะไม่ปล่อยคุณไปไหน"

แสงจากพระจันทร์สะท้อนบนใบหน้าของพวกเขา เหมือนทั้งสองหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและครั้งนี้…ไม่มีพรใด ๆ จะพรากพวกเขาไปอีก

 

 

 

...จบบริบูรณ์...🌙🌕