หากปฏิบัติต่อการเมืองดั่งเกมกระดาน ฝ่ายได้เปรียบไม่ใช่คนที่เริ่มก่อนเสมอไป แต่เป็นคนวางแผนดีกว่าต่างหาก
ดราม่า,ระทึกขวัญ,อาชญากรรม,จิตวิทยา,ดาร์ค,ราเฟลxกัญญ์,อาชญากรรม,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
นายหญิงจำเป็นแห่งเวเลสทรี THE DARKEST HOURS VOL.1 (DEMO)หากปฏิบัติต่อการเมืองดั่งเกมกระดาน ฝ่ายได้เปรียบไม่ใช่คนที่เริ่มก่อนเสมอไป แต่เป็นคนวางแผนดีกว่าต่างหาก
กัญญารัตน์ ติณณ์ธนดลยอมเป็น “นายหญิงจำเป็น” ของบอสมาเฟียแห่งเวเลสทรีอย่าง ราเฟล เพื่อต่อรองชีวิตครอบครัว แต่เมื่อเธอค้นพบหีบความลับในคฤหาสน์ที่เก็บ “บัญชี” ที่โยงไปยังเครือข่ายระดับโลกอย่าง เดอะซิตี้ 2044 เธอถูกลากเข้าเกมอำนาจ ระหว่างการโกหกและความจริง หัวใจกับศักดิ์ศรีต้องเลือก
กัญญ์กลับจากเลิกงานประจำที่บริษัทแมนพาวเวอร์โซลูชั่นแต่งตัวธรรมดามิดชิด เสื้อเชิ้ต กระโปรงทรงเอผ่าข้างยาวถึงเข่า รองเท้าผ้าใบพื้นสูง ขณะกำลังเดินขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านก็มีโทรศัพท์จากพ่อโทรมาบอกว่า รีบกลับบ้าน วันนี้มีแขก ซึ่งผิดวิสัยสุด ๆ เมื่อกลับถึงบ้านเห็นรถตู้สีดำจอดเต็มซอยหน้าบ้านถึง 3 คัน มีรถสปอร์ตหรูอีกคันซึ่งไม่คุ้นตา
“กัญญ์ สวัสดีคุณราเฟลสิลูก”
“สวัสดีค่ะ ว่าแต่… มีธุระอะไรกันเหรอคะ”
พ่ออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เรื่องปัญหาในบ้านเกี่ยวกับหนี้สินจากธุรกิจ ตระกูลเวเลสทรีมีบุญคุณมากที่ช่วยชีวิตของพ่อไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้วทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ทำให้ธุรกิจของพ่อยังยืนระยะได้อยู่ แต่ครั้นจะขอให้พวกเขาช่วยเหลืออีกก็ต้องมีอะไรตอบแทนหรือแลกเปลี่ยน
“พ่อไม่ต้องอ้อมค้อมแล้วได้มั้ยคะ”
“งั้นผมขออนุญาตขัดนะครับ… พ่อคุณต้องการกู้ยืมเงินจากเราห้าสิบล้านบาท ส่วนผมต้องการภรรยาชั่วคราวมาตบตาพ่อแม่ เราจะแต่งงานกัน ครบห้าปีก็หย่า พ่อคุณจะต้องจ่ายเราครบด้วย… สำหรับคนสนิทของพ่อผม ผมใจดีไม่คิดดอกเบี้ย”
กัญญ์คว้าแก้วน้ำบนโต๊ะ สาดใส่หน้าบิดามารดาและราเฟลแบบไม่คิดเยอะ เพราะทำไมต้องคิด… พ่อกำลังจะขายเธอแลกกับหนี้บริษัท แทนที่พ่อจะติดตามทวงถามจากลูกหนี้กลับสร้างหนี้เพิ่ม ไม่ก็คุยกับธนาคารกลับเลือกทำแบบนี้ เธอไม่ฟังพ่อแม่อธิบาย เธอวิ่งขึ้นห้องนอนไปร้องไห้ ส่วนราเฟลแบมือขอผ้าเช็ดหน้าจากผู้ติดตาม เช็ดหน้าพลางเขียนเช็ค 50,000,000 บาทให้
“เดี๋ยวผมให้คนไปช่วยเธอเก็บข้าวของนะครับ”
“ขอโทษแทนลูกสาวด้วยครับ/ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ไว้ผมจะเรียกเก็บค่าสูททีหลัง”
บนรถตู้ ขณะเดินทางจากบ้านติณณ์ธนดลไปยังคฤหาสน์เวเลสทรี กัญญ์นั่งกอดอกเว้นระยะห่างจากราเฟลมาก ๆ ไม่แม้แต่สบตา สิ่งที่ทางเวเลสทรีเก็บขึ้นรถมาเป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องสำอางและเครื่องนอนต่าง ๆ ในห้องของกัญญ์ทั้งหมด
“ช่วยไม่ได้นะครับ พวกเราตกลงกันไว้แล้ว”
“ถ้าคุณหุบปากเงียบไปจะดีขึ้นมากเลย” กัญญ์ตอบโต้โดยที่ยังมองออกไปทางกระจกรถซึ่งมีเงาสะท้อนของราเฟลที่มองเธอ
“คุณก็เหมาะเป็นนายหญิงอยู่นะ… หน้าตา บุคลิก ความมั่นใจ โฉบเฉี่ยวและเด็ดขาด พ่อคุณเล่าให้ฟังหมดแล้วล่ะ ติดแค่ไลฟ์สไตล์การแต่งตัว”
“ฉันไม่รู้นะว่าพวกคุณคุยอะไรกันลับหลัง บอกตามตรงว่าฉันไม่ติดที่ต้องแต่งงานด้วย แต่ที่พวกคุณทำมันน่าเกลียด”
ราเฟลยักไหล่ ไม่ยี่หระ ไม่ขอโทษใด ๆ ทั้งนั้น ก่อนจะสั่งคนขับรถไปให้ร้านตัดชุดประจำตระกูลในย่านกลางเมือง
“ยังกลับบ้านเลยไม่ได้ คุณทำสูทของผมเปื้อน”
“ฉันต้องขอโทษรึเปล่าล่ะ”
ณ ร้านตัดเสื้อ Finery Bespoke
พนักงานเห็นรถสปอร์ตและรถตู้จอดเทียบก็โค้งให้ความต้อนรับอย่างดี เงียบกริบ ไม่ซุบซิบเหมือนเป็นระเบียบประเพณี หญิงสาววัยกลางคนยิ้มแย้มมาต้อนรับราเฟล
“วันนี้มาค่ำเชียวนะคะ”
“ติดธุระน่ะ ผมอยากให้คุณแปลงโฉมเธอคนนี้ ผมมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนไปต่อ” เขาเอ่ยปากสั่งพลางมองนาฬิกาข้อมือสีเงินเรือนโต
“ไปต่อเหรอ” กัญญ์หันไปค้อนใส่อีกฝ่าย
“อืม ถ้าอยากให้บอกก็ขอโทษที่ทำชุดผมเปื้อนก่อน”
“ไม่มีทาง ถ้างั้นคุณต้องลากคอพ่อฉันมาขอโทษด้วย—”
ไม่ทันขาดคำ พ่อโทรมาหาเพื่อขอโทษขอโพย บอกว่ามันไม่มีอะไรทดแทนได้ แต่มันเป็นทางเลือกที่ดีและเร็วสำหรับทุกคน กัญญ์พูดแค่ “ค่ะ” แล้ววางสาย
ทีนี้ก็เริ่มการแปลงโฉมของสาวสามัญชนให้เป็นผู้สูงศักดิ์ แบรนด์เนมทั้งตัว เปลี่ยนทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าตังค์ รองเท้าส้นสูง 4 นิ้วให้ยืนเคียงข้างราเฟลอย่างสง่าราศี เธอจึงได้สังเกตบางอย่างเกี่ยวกับราเฟล… เขาใช้สีดำ เขียวเข้มและทอง ชุดของเธอก็เช่นกัน สิบชุดที่กัญญ์ได้ลองวันนี้จ่ายเงินด้วยฟ่อนเงินสดใส่ซองของราเฟล พ่อฉันรู้จักกับคนพวกนี้ตอนไหนวะ กัญญ์ย่นคิัวไม่เก็บสีหน้าแม้แต่น้อย
“ขอโทษที่ทำสูทของคุณเปื้อนค่ะ” กัญญ์พูดหลังจากกลับขึ้นรถแล้ว เธออยู่ในชุดมินิเดรสสีเขียวเข้ม เสื้อเวสต์กระดุมสองเม็ดในสีเดียวกันและรองเท้าส้นสูง 4 นิ้วสีดำพื้นแดง
“แค่นั้นก็สิ้นเรื่อง คืนนี้พ่อแม่ผมไปร่วมงานกลางคืนของพาร์ทเนอร์ คุณรู้จัก… มหาจักร์อินทีเรีย มั้ย”
“เคยได้ยินค่ะ”
“มหาจักร์เป็นพันธมิตรที่ดีของเวเลสทรีมา 40 กว่าปีแล้วล่ะ ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด วันนี้เป็นวันเกิดลูกคนเล็กของเขา อายุครบ 18 ปี” ราเฟลส่งไอแพดให้ดูภาพครอบครัวมหาจักร์และบรรยากาศในงานซึ่งถ่ายไว้โดยบอดี้การ์ดของพ่อแม่ มหาจักรเป็นครอบครัวไฮโซชาวอินเดีย ประกอบธุรกิจค้าขายเพชรพลอยและธุรกิจออกแบบภายในซึ่งขยายไป 20 สาขาทั่วโลก “อีกไม่นานก็คงสานต่อธุรกิจครอบครัวด้วย”
“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“ทำให้พวกเขาเชื่อว่าเรารักกัน”
“ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้ พ่อแม่คุณจะเชื่อเหรอ ฉันเพิ่งรู้จักคุณนะ”
“งั้นคุณก็ต้องทำการบ้าน เพราะผมรู้จักคุณมาสิบปีได้แล้วมั้ง…” ราเฟลพูดกวนประสาท ทำตัวลึกลับไม่เข้าเรื่อง ซึ่งน่าหงุดหงิดสำหรับกัญญ์ เธอไม่เข้าใจว่าหมายความว่าไงที่รู้จักเธอมาสิบปี พ่อแม่ไม่เคยพูดถึงเวเลสทรีให้ฟังเลย รู้แค่มีเพื่อนเป็นไฮโซ
“เรามีเวลากี่นาทีคะ” กัญญ์ถาม มองหาราเฟล ราเฟลมองคนขับผ่านกระจกมองหลัง
“ถ้าผ่านแยกไฟแดงรถติดไปได้ ก็มีเวลาประมาณ 15 นาทีครับ คุณผู้หญิง” คนขับให้คำตอบ
“คุณแม่ง!” กัญญ์แทบจะปาไอแพดใส่ชายหนุ่ม แต่เขากลับยกยิ้ม หัวเราะมุมปาก พลางปลดกระดุมเสื้อออกเม็ดหนึ่ง คลายเนคไท
“ไม่ได้บอกว่าเสิร์ชอินเตอร์เน็ตหรือถามผมไม่ได้สักหน่อย อยากเรียนรู้เรื่องอะไรจากผมก่อนล่ะ…”
กัญญ์ไล้สายตามองชายตรงหน้า ศึกษาเรียนรู้ทีละส่วนโดยที่ยังกำหมัดด้วย มองภายนอกยังไงก็เป็นชายในอุดมคติสาว ๆ หลายคน รูปร่าง หน้าตาและบุคลิก แต่นิสัยชอบใช้เงินแก้ปัญหา ทำอะไรที่ตัวเองเข้าใจคนเดียว เขาไม่ใช่ team player เลยแต่เป็น lone wolf จอมลำพองมากกว่า เท่าที่เสิร์ชอินเตอร์เน็ตได้ เวเลสทรีไม่ใช่พวกหัวสูง อวดตัว ไม่ตะโกนโอ้อวดใครต่อใครว่าเป็นไฮโซเพราะแค่มองก็น่าจะรู้แล้ว มันมีสัญญาณบอก มักมีนามสกุลเวเลสทรีปรากฎในการร่วมสมทบทุนโครงการต่าง ๆ ของรัฐและเอกชนเสมอ รวมถึงร้านตัดชุดเมื่อครู่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจของพวกเขาด้วยซึ่งมีด้วยกัน 6 สาขาในกรุงเทพฯ
“คุณกินอาหารเผ็ด อาหารทะเลได้มั้ยคะ” กัญญ์ถอนหายใจเพราะไม่สามารถหาข้อมูลทางธุรกิจมากกว่านี้แล้ว เธออยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขามากกว่า
“ผมกินได้ทุกอย่าง ยกเว้นถั่ว ผมแพ้ถั่ว”
“ฉันชอบกินเผ็ดกับอาหารทะเล ฉันดื่มไวน์ไม่เป็น”
“เรื่องนั้นฝึกกันได้”
“เมนูสิ้นคิดของคุณคืออะไร”
“ถ้าเป็นของคาวก็ชีสเบอร์เกอร์ ส่วนขนมก็ขนมห่อโง่ ๆ อะไรก็ได้แต่มันฝรั่งทอดรสเกลือจะดีที่สุด คุณล่ะ”
“เวลาว่างชอบทำอะไรคะ”
“ยิงเป้า”
“ฉันยิงปืนไม่เป็น… เวลาว่างฉันไม่ทำอะไรนอกจากนอนด้วย”
“เรื่องนั้นผมรู้”
“ได้ไง”
“เรามีสายสืบคอยติดตามดูคู่ค้ากับลูกหนี้หมดนั่นแหละ”
กัญญ์ได้แต่ขมวดคิ้ว และสงสัยอีกครั้งว่า พ่อไปรู้จักคนพวกนี้ได้ยังไง
“แล้วที่บ้านฉันเป็นคู่ค้าหรือลูกหนี้ล่ะ”
“นับตั้งแต่วันนี้ก็… ทั้งคู่”
ติดตามเนื้อเรื่องเต็มในรูปแบบอีบุ๊ค
เร็ว ๆ นี้