ชีวิตของฉันควรจะโรยด้วยกลีบกุหลาบดั่งนิยายรักสุดหอมหวาน แต่จู่ๆ พอได้รู้จักนักเขียนคนหนึ่ง ทุกอย่างก็กลับกลายเป็นนิยายสยองขวัญ ที่ใครได้อ่านก็ต้องยกให้เป็น 'นิยายที่เกลียดที่สุดในชีวิต'

เกลียดนิยายเรื่องนี้ - Intro นักเขียน โดย RemyGravity @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ระทึกขวัญ,ลึกลับ,แฟนตาซี,อื่นๆ,ดราม่า,สยองขวัญ,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,เสียดสีสังคม,ระทึกขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เกลียดนิยายเรื่องนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ระทึกขวัญ,ลึกลับ,แฟนตาซี,อื่นๆ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,สยองขวัญ,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,เสียดสีสังคม,ระทึกขวัญ

รายละเอียด

เกลียดนิยายเรื่องนี้ โดย RemyGravity @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชีวิตของฉันควรจะโรยด้วยกลีบกุหลาบดั่งนิยายรักสุดหอมหวาน แต่จู่ๆ พอได้รู้จักนักเขียนคนหนึ่ง ทุกอย่างก็กลับกลายเป็นนิยายสยองขวัญ ที่ใครได้อ่านก็ต้องยกให้เป็น 'นิยายที่เกลียดที่สุดในชีวิต'

ผู้แต่ง

RemyGravity

เรื่องย่อ

 

เกลียดนิยายเรื่องนี้

Genres: Mystery ,Thriller, Social Satire, Philosophy, Fantasy, Horror

Novel Author: RemyGravity

 


 

เรื่องย่อ

ชีวิตของระริน ควรจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเฉกเช่นนิยายรักสุดหอมหวานที่เธอเคยแต่งไว้ แต่จู่ๆ เมื่อได้รู้จักกับนักเขียนคนหนึ่ง ชีวิตของเธอก็พลิกผัน

คนรักของเธอยังหายไป ราวกับโลกใบนี้ไม่เคยมีเขามาก่อน...และทุกอย่างก็กลายเป็นนิยายสยองขวัญ ที่ใครๆ ถ้าได้อ่านก็คงจะ เกลียดที่สุดในชีวิต 

 


 

สารบัญ

เกลียดนิยายเรื่องนี้-Intro นักเขียน

เนื้อหา

Intro นักเขียน

 แผ่นหลังบอบบางยังคงตั้งหน้าตั้งตาตวัดปากกา ไม่สิ ดินสอ… ท่ามกลางห้องอบรมที่ผู้คนต่างหันหน้าเข้าหาด้านหน้าห้อง วิทยากรสาวรูปร่างอ้วนท้วมจับไมค์โครโฟนมั่น พร้อมกับวาทศิลป์ปลุกใจ หว่านล้อมอย่างมีชั้นเชิง ดวงตานับสิบคู่จับจ้องมอง ราวกับมีประกายดาววิบวับ หญิงสาวในวัยสดใสที่อีกไม่นานก็จะเป็นเด็กปีสอง ช่วงรุ่งโรจน์ของผู้ตามล่าหาความฝัน ไปพร้อมกับได้รับอิสระพอประมาณ ฉีกยิ้มกว้างเมื่อพูดถึง ‘ความแมส’ ราวกับปากอวบอิ่มที่ทาลิปสีแดงด้านนั่นมีพลังวิเศษ เติมเต็มชีวิตให้ใครสักคน

แต่ไม่ใช่กับร่างผอมบางในชุดสีขาวยาว ฝั่งขวามีชายเสื้อยาวกว่าฝั่งซ้าย ตกแต่งด้วยเครื่องประดับสีเงินตรงปกเสื้อและสายหนังตรงแขนซ้ายและต้นขาซ้าย เรือนผมสีดำประกายม่วงราวกับไปย้อมด้วยสีพิเศษ ผู้ไม่คิดจะหันไปฟังบทบรรยายยาวเหยียด ในมือยังคงตวัดดินสอไปมา 

หญิงสาวใบหน้าหวานสวย ผู้นั่งตรงกลางห้องด้านหลัง ตำแหน่งพอดิบพอดีกับของคนประหลาดที่นั่งหันหลังให้กับเธอ หากไม่มีระยะห่างครึ่งไม้บรรทัดนั้น ก็คงจะหลังชนกันอย่างแน่นอน เธอด้อมๆ มองๆ เป็นระยะๆ นึกแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีใครว่าอะไร ไม่มีใครสังเกตเห็น ราวกับธาตุอากาศ ผีห่าซาตานที่เธอมองเห็นอยู่คนเดียว 

โต๊ะสีขาวรูปทรงวงรีถูกหันออกไปทางด้านหลัง แผ่นหลังในชุดขาวกลบบังจนมิด แต่ผู้อบรมที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างเธอก็พอนึกออกว่าเขาหรือเธอกำลังเขียนอะไรบางอย่างอย่างไม่หยุดมือ เสียงขีดเขียนดังปะปนกับเสียงพูดของวิทยากร จีบปากจีบคอ พร่ำสอนเรื่องการดีไซน์ตัวละครให้มีเสน่ห์ และ ‘จับกลุ่มการตลาดให้แน่น’

นาฬิกายังคงเดินต่อ เข็มยาวเลื่อนไปด้านบนดังติ๊ก อีกไม่นานเข็มสั้นกับยาวก็จะผสานกันตรงมุมบน ตรงกลางพอดิบพอดีราวกับรอยผ่าผลไม้ในหน้าร้อน แสงขาวจากหน้าต่างกรอบสีเงินด้านซ้ายมือย้อมให้ร่างของทั้งคู่ดูเปร่งแสง แต่ถึงอย่างนั้น คนประหลาดก็ยังไม่มีทีท่าจะหยุดเขียน เมื่อคลาสเรียนสิ้นสุดลง ผู้คนต่างหลั่งไหลออกจากห้องคล้ายน้ำทะลักออกจากกาน้ำที่ใครบางคนกดน้ำร้อนจากภาชนะทรงกระบอกสูงด้านล่าง เหม่อมองสายน้ำเข้าท่วมเส้นสีเหลืองขดเคี้ยว จับกันเป็นก้อนใหญ่ และด้านนอกกระป๋องกระดาษระบุชัดเจนว่านี่คือ ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’

นักเขียนสาวชะเง้อคอมองคนที่เดินขึ้นมารับจนถึงหน้าประตูห้อง ชายรูปงาม รูปร่างกำยำ สันจมูกโด่งเรียวเล็ก สันกรามเรียวคมพอๆ กับหางตาโฉบเฉียว ดูแล้วพาให้นึกถึงปกนิยายที่สาวๆ พากันกรี๊ดกร๊าดเป็นปกติ

“ที่รัก มารับแล้วววว”

เธอรีบรุดตัวออกจากโต๊ะ กระเป๋าสะพายถูกคว้าโดยไว เดินฝ่าสายตาร้อนผ่าวไปด้วยความอิจฉาปนความตื่นตาออกไปอย่างมั่นใจ ผมสีน้ำตาลอ่อนสะบัดพร้อมกับการขยับตัว กระโดดเข้าหาอ้อมแขนของคนรัก 

ระหว่างที่ซุกใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง รอยยิ้มจางๆ คลี่ออกอย่างไม่มีใครรู้ เสียงจากหูฟังของใครสักคนดังแว่วสอดแทรกความอื้ออึง ผสมกับจังหวะหนักเบาของรองเท้าที่มุ่งหน้าเดินออกไปยังโถงลิฟต์

“ในปี 2014 มีภาพยนตร์กว่า 6 ใน 9 ที่ได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลระดับโลก 1 ที่สร้างมาจากเรื่องจริง จินตนาการของมนุษย์เองก็สำคัญ แต่มันจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อถูกสร้างขึ้นมาจากประสบการณ์และมุมมองที่ถูกเจียระไน มุมมองที่เข้าใจโลกได้อย่างถ่องแท้ ลึกซึ้งและละเอียดลออมากพอจะรังสรรศิลปะที่มีความหมาย รางวัลนี้จึงมอบให้แก่ผลงานที่มีความคมคาย และสะท้อนซึ่งแนวคิดใหม่ๆ ที่น่าชื่น-”

ระรินทิพย์ได้ยินเสียงพอร์ดแคสต์ มันดังชัดแจ๋วเต็มสองข้างหู ตามด้วยประโยคอธิบายร่ายยาว ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจ เพราะเพียงแค่ได้ซุกตัวในอ้อมกอดอุ่น อะไรๆ ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

 

ทว่าราวกับโลกหยุดหมุน ทันทีที่ผิวเนื้อของเธอสัมผัสกับเสื้อเชิ้ตสีดำเข้ม เสียงกระทบกันของเรียวแขนที่สอดแทรกโอบล้อมแขนแกร่งของอีกฝ่าย กลับเบากว่าเสียงหนึ่งที่แล่นปาดเข้ามา แหวกว่ายสายลมดั่งลูกธนู ไม่เว้นระยะ ไม่ส่งสัญญาณให้ตั้งตัว…

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

ดวงตากลมโตกะพริบติดกันสองครั้ง สมองประมวลภาพตรงหน้าติดๆ ขัดๆ ปากกาแท่งยาว ยาวกว่าปากกาทั่วไปเกือบสองเท่าตัวกำลังปักอยู่บนตาซ้ายของคนรัก เลือดสาดกระเซ็นพุ่งออกจากเบ้า สะเปะสะปะจนกระเด็นมาเปื้อนกระโปรงเอี๊ยมผ้าฝ้ายของเธอ

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

เสียงหวีดร้องดังระงม ผู้เข้าอบรมต่างพากันแตกฮือ ขยายวงกว้างออกจากความน่าหลงใหล เหมือนหยดเลือดที่กระทบกับพื้นแข็ง ตีวงกว้างออกจากกันโดยไม่ต้องสาธยาย ว่าความหวาดกลัวมันแผ่กระจายได้ไวขนาดไหน

อาการหวาดผวาทำให้ร่างเล็กแข็งเกร็ง หรือว่าจะถูกสาปให้เป็นหิน? ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกจากลำคอ เธอค่อยๆ หันหน้าไปมองตามต้นทางของปากกา ไม่สนเสียงคร่ำครวญของแฟนหนุ่ม

“แต่ในปัจจุบันนั้นมนุษย์เราได้หลงลืมซึ่งศิลปะที่แท้จริง และหลงลืมจะชื่นชมไอเดีย คุณภาพของงานถูกวัดค่าด้วย-”

เสียงพอร์ดแคสต์ขาดห้วง แสงสว่างจ้าเข้าย้อมชุดขาวตัวยาว กายเนื้อขาวใส ผิวพรรณดูสุขภาพดีจนเหมือนนายแบบนางแบบ คนประหลาดในที่สุดก็หยุดเขียนและเธอก็ได้เห็นใบหน้าคมสวยอย่างเต็มตา แม้ระบุไม่ได้ว่าเป็นเพศใด

เขาหรือเธอยืนตรงอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างประนึงกำลังระบายความผาสุก

แสงสีขาวที่ห้อมย้อมห้องทั้งห้อง ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำทึบ มืดมัวจนมองไม่เห็นแม้ร่างกายตนเอง…