เกิดใหม่ทั้งที สาวน้อยอย่างฉันดันโผล่มาในนิยายเรื่อง ทีเด็ดเถ้าแก่เนี้ยแห่งคาเฟ่ในยุคต้าถัง ถึงจะไม่งามล่มเมืองเเต่ฝีมือการทำขนมเเละโกโก้ปั่นต้องเป็นหนึ่ง ส่วนบัณฑิตหลี่ผู้เย็นชาจะชอบฉันบ้างไหมนะ!

เมื่อโกโก้แก้วน้อยชนะใจนายเย็นชา - บทที่ 1 เถ้าเเก่เนี้ยมู่เข่อเข่อแห่งหอหมื่นมธุรส โดย Bluerainy49 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ข้ามเวลา,ย้อนยุค,จีน,รัก,รถแห่ชวนเขียน9 ,นักเขียนรถแห่มาเยือนพล็อตเทลเลอร์ ,นักเขียนรถแห่,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เมื่อโกโก้แก้วน้อยชนะใจนายเย็นชา

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ข้ามเวลา,ย้อนยุค,จีน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รถแห่ชวนเขียน9 ,นักเขียนรถแห่มาเยือนพล็อตเทลเลอร์ ,นักเขียนรถแห่

รายละเอียด

เมื่อโกโก้แก้วน้อยชนะใจนายเย็นชา โดย Bluerainy49  @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เกิดใหม่ทั้งที สาวน้อยอย่างฉันดันโผล่มาในนิยายเรื่อง ทีเด็ดเถ้าแก่เนี้ยแห่งคาเฟ่ในยุคต้าถัง ถึงจะไม่งามล่มเมืองเเต่ฝีมือการทำขนมเเละโกโก้ปั่นต้องเป็นหนึ่ง ส่วนบัณฑิตหลี่ผู้เย็นชาจะชอบฉันบ้างไหมนะ!

ผู้แต่ง

Bluerainy49

เรื่องย่อ

 

 ฉันคือโกโก้...บาริสต้าสาวไทยวัยยี่สิบที่เสพติดการดื่มชาไข่มุกเป็นชีวิตจิตใจ เเต่เกิดสำลักเม็ดไข่มุกในโกโก้ปั่นตอนที่กำลังอ่านนิยายจีนโบราณเรื่อง 'ทีเด็ดเถ้าแก่เนี้ยเเห่งคาเฟ่ยุคต้าถัง"...เเน่นอน วิญญาณของฉันคงเข้ามาอาศัยร่างของตัวละครในนิยายเหมือนคนอื่นๆ เเต่ทำไม เจ้าของร่างนี้คือคุณหนูหน้าจืดเป็นเต้าหู้เเถมตกกระอีกด้วย! 

เเล้วยังหลุดมาอยู่ในยุคสมัยต้าถังที่สตรีมีความงามเเละกิริยามารยาทประหนึ่งคุณสมบัติชิ้นเอก...ช่างมันเถอะ ไม่สวยเเล้วอย่างไร เเต่ฉันก็ร่ำรวยได้ด้วยฝีมือการชงเครื่องดื่มเเละขนมหวานสุดเริ่ดเเหละน่า 

เอ๊ะ...ฉันเพิ่งอ่านนิยายเรื่องนี้ได้เเค่สองสามบทเอง...เเล้วเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไรกันนะ เเต่เดิมที่คุณหนูมู่ได้รับมรดกเป็นร้านขนมหวานกลางเมืองฉางอันที่ใกล้เจ๊ง เชื่อมือฉันเถอะ...ด้วยฝีมืออดีตบาริสต้าสุดชิคผู้นี้จะรีโนเวทร้านเก่าๆให้เป็น หอหมื่นมธุรส ในตำนานแห่งนครฉางอานเลยล่ะ

เเต่ว่า พระเอกในนิยายเรื่องนี้น่ะ ดันเป็นบัณฑิตอาลักษณ์สำนักฮั่นหลินที่ชื่อหลี่ไป๋ น่ะสิ...นี่ฉันจะต้องลงเอยกับกวีเจ้าสำราญคนนั้นจริงๆเหรอ

 

ดีว่าฉันจำคำโปรยหลังปกหนังสือได้..

หญิงงามมักมีชะตาอาภัพเพราะความสวย

เเต่ หลี่ไป๋จะซวยเพราะ"ฝีมือ"ของฉัน เเละ "ปาก" ของเขาก็ทำให้ชะตาชีวิตเถ้าแก่เนี้ยหน้าเต้าหู้ต้องลำบากไปด้วยน่ะสิ

เพ้ย!...นี่มันนิยายรักจริงๆเหรอเนี่ย!!!!!

 

....

ยินดีต้อนรับสู่ผลงานนิยายจีนฉบับทดลองนะคะ...ตั้งใจว่าจะลองผลิตผลงานหลายๆเเนวออกมาเท่าที่จะทำได้ เเละนิยายจีนนี่เองที่เราคิดว่ามันน่าจะท้าทายความสามารถพอดูเลยทีเดียว ขอบอกก่อนเลยว่า นิยายเรื่องนี้เน้นสนุกสนานอ่านบันเทิง ไม่มีดราม่าเนื้อหาหนักๆอะไรทั้งสิ้น มีเเต่ลุ้นว่า บทต่อไปจะมาจากคีย์เวิร์ดตัวไหนบ้างเท่านั้นเองค่ะ 

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายจีนขนาดสั้นราวๆ 3-5 ตอนจบ ตามโจทย์ของกิจกรรมนักเขียนรถแห่เเต่ละเดือน เพราะฉะนั้นจะอัพเดทได้เดือนละตอน (รอได้มั้ยค้าาา) 

บทที่ 1 : มาจาก Keywords ไอติม, เย็นชา,เค้ก, โกโก้เย็นเพิ่มวิปครีม

เเล้วจะมาอัพkeywords ของบทที่2 ไวๆนะคะ

สารบัญ

เมื่อโกโก้แก้วน้อยชนะใจนายเย็นชา-บทที่ 1 เถ้าเเก่เนี้ยมู่เข่อเข่อแห่งหอหมื่นมธุรส

เนื้อหา

บทที่ 1 เถ้าเเก่เนี้ยมู่เข่อเข่อแห่งหอหมื่นมธุรส

 

1.

 

ดั่งคำโบราณว่า แผ่นดินจงหยวนกว้างใหญ่เพียงใด จำนวนของสำรับอาหารเลื่องชื่อนั้นยิ่งหลากหลายจนเเทบมิอาจนับได้ถ้วนทั่ว เเม้เเต่หมู่บ้านในชนบทห่างไกลยังมีของกินรสเลิศให้ลองลิ้มรส นับประสาอันใดกับนครฉางอาน เมืองหลวงแห่งต้าถังซึ่งถือเป็นต้นตำรับของอาหารคาวหวานนับพันชนิด มิว่าจะเป็น ไก่ต้มน้ำเต้า บะหมี่ฉีซาน หรือ แป้งนึ่งน้ำแกงเนื้อเเพะ ล้วนเป็นอาหารจานเด็ดที่มิควรพลาดอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่ว่ามาฉางอานเเล้วมิได้ชิม นั่นหมายความว่าท่านยังมิได้มาถึงฉางอาน!

ฉะนั้น หากเปรียบเทียบกิจการอาหารในนครฉางอานประหนึ่งยุทธจักรขนาดย่อม โรงเตี้ยมใหญ่น้อย หลายร้อยแห่งต่างเเขวนป้ายทำการค้าเพื่อดึงดูดบรรดาลูกค้านักชิมจากทุกสารทิศ ฝีมือของเหล่าพ่อครัวเเต่ละร้านนั้นก็เยี่ยมยอด ต่อให้ท่านคิดเอ่ยปากถามผู้คนที่นั่นว่าอาหารจากร้านใดนับว่ารสเลิศที่สุด ท่านคงต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือนในการเเวะชิมอาหารขึ้นชื่อของเเต่ละร้านจนครบทั้งเมือง

 

ทว่ากรณี "ของหวาน"นั้นช่างกลับกัน...

 

คำตอบจากชาวเมืองฉางอานกล่าวเป็นเอกฉันท์ว่า ขนมหวานอันดับหนึ่งของเมืองหลวงต้องมาจาก หอหมื่นมธุรส โดยไร้ข้อกังขา

 

เเละปรุงด้วยวิธีสุดพิสดารจากเถ้าเเก่เนี้ยเเซ่มู่เท่านั้น...สูตรลับที่มิอาจเเพร่งพรายได้ดังคำกล่าวที่ว่า "ของอร่อย อย่ารู้เบื้องหลัง"

 

เเม้เเต่กวีเอกแห่งยุคยังร่ายบทกลอนสรรเสริญถึงความหวานเลิศล้ำที่มิอาจหาผู้ใดหาญต่อกร

 

"...ช่วงเทศกาลเชงเม้ง ฝนตกปรอยสาย คนที่เดินอยู่บนถนน

 

คล้ายวิญญาณจะออกจากร่างไป เร่ร้องถามว่าที่ไหนมีขนมขายบ้างโว้ย! เด็กเลี้ยงควายชี้ไปข้างหน้า

 

บอกว่าให้เดินไปยังหอหมื่นมธุรสเถิดพี่ชาย..."

 

...

 

"นั่นเสียงเอะอะอันใดกัน"

 

ฉันวางมือจากโกโก้ปั่นในถ้วยกระเบื้องใบงามเเล้วเงยหนัา เอ่ยถามเสี่ยวเอ้อร์ผู้มีนามว่า อาสาม ที่เพิ่งจะตรงดิ่งเข้ามาในครัวด้วยหน้าตาเลิ่กลั่ก

 

"ก็ใต้เท้าเกาน่ะสิขอรับนายหญิง โวยวายใหญ่เลยว่าเครื่องดื่มที่สั่งทำไมช้านัก นี่ทำท่าหงุดหงิดใหญ่แล้ว"

 

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่ายสุดๆ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าหลุดเข้ามาในนิยายที่กำลังอ่านเรื่อง "ทีเด็ดเถ้าแก่เนี้ยแห่งคาเฟ่ยุคต้าถัง" ตอนที่สำลักชาไข่มุกจนสลบไป สาวไทยบ้านๆ ยุค2025 อย่างฉันคงไม่รู้หรอกว่า ตาขันทีอาวุโสขี้โอ่ เกาหลี่ซื่อ คือขันทีคนโปรดของพระสนมหยางกุ้ยเฟย...หญิงงามล่มเมืองแห่งราชสำนักถังที่เเท้ทรู

เเละเขาก็ยังเป็นลูกค้าขาประจำของหอหมื่นมธุรสนี่อีก จะว่าไปเเล้วก็เพราะปากของท่านกงกงนั่นเองที่ทำให้กิจการร้านของหวานของตระกูลมู่ที่ตอนนั้นเพิ่งจะฟื้นจากการขาดทุนย่อยยับให้เป็นที่รู้จักในวงสังคมชั้นสูงในราชสำนัก...เพราะเหตุนี้เเหละ ฉันจึงต้องเกรงใจใต้เท้าเกาเอาไว้บ้าง

ส่วนฉัน ชื่อเดิมก็คือ โกโก้ อดีตบาริสต้าประจำคาเฟ่ชิคๆ คูลๆ เเถวตรอกข้าวสารที่เคยฝันว่าอยากเปิดร้านของตนเองสักวัน เเต่ก็ไม่ได้คิดไกลถึงขนาดว่าจะมาเทคโอเว่อร์ร้านขนมที่ใกล้เจ๊งของตระกูลมู่ในร่างของคุณหนูหน้าจืด มู่เข่อเข่อ สมัยราชวงศ์ถังหรอกนะ

 

เเล้วบังเอิญจริงๆ ที่ เข่อเข่อ...แปลว่าโกโก้ในภาษาจีนด้วยล่ะ

 

"ช่างเถอะ ข้าชงเสร็จพอดี...เจ้ากับเสี่ยวเม่ย มาช่วยกันยกถาดพวกนี้ตามมาก็เเล้วกัน" ฉันครอบถาดด้วยฝาหยกเนื้อบางฉลุฉลายที่ใช้สำหรับเก็บรักษาอุณหภูมิ จากนั้นจึงหมุนตัวสวมเสื้อนอกไหมสามสีเดินกรุยกรายสมฐานะเถ้าแก่เนี้ยแห่งหอหมื่นมธุรส ร้านขนมหวานเเละเครื่องดื่มที่ฉันลงทุนรีโนเวทโดยใช้การตกแต่งสุดชิคเเบบคาเฟ่ร้านกาแฟนั่งสบายผสมผสานกับศิลปะเครื่องไม้จีนโบราณ

เมื่อม่านมุกกั้นห้องโถงรับรองถูกเปิดออก ใบหน้าจืดชืดของฉันก็พลันคลี่ยิ้มน้อยๆ รับคำทักทายจากบรรดาลูกค้าโดยอัตโนมัติ นี่ล่ะ"เซอร์วิสมายด์"ที่ฉันพกพามาจากยุคปัจจุบันอันไกลโพ้น ระหว่างทางเดินผ่านโถงรับรองซึ่งทอดยาวไปสู่ 'ศาลาพันโบตั๋น'...ห้องรับรองระดับหรูหราของลูกค้าพิเศษ ฉันต้องคำนับเหล่าผู้มีอุปการะคุณนับร้อยๆ ครั้ง ดีที่ปิ่นประดับมวยผมมีเเค่สองสามชิ้น (เเต่เป็นทองเเท้ทั้งหมดนะ) ไม่งั้นฉันน่าจะคอหักตายสักวัน

 

"ถือดีๆ ล่ะ อย่าให้หกเชียว ทั้งสามอย่างนี่ข้าใช้เวลาทำตั้งเกือบครึ่งชั่วยามเชียวนะ"

 

ฉันปรายตามองข้ามไหล่ด้วยมาดของเถ้าเเก่เนี้ยไปยังลูกน้องทั้งสองที่กำลังเดินประคองถาดฝาครอบหยกอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าเครื่องดื่มในถ้วยเกิดกระฉอกออกมาเเม้เพียงนิดเดียว ฉันต้องเสียเวลาลงมือทำใหม่อีกรอบ ส่วนพวกนั้นจะถูกหักเงินเดือนข้อหาสะเพร่าเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่นๆ

 

เสียงเอะอะโวยวายของใต้เท้าเกาเงียบลงไปบ้างเเล้ว เมื่อฉันเดินใกล้จะถึงศาลาพันโบตั๋นก็พบว่าเกากงกงพาสหายที่ฉันไม่คุ้นหน้ามาด้วย พวกเขากำลังเล่นไพ่นกกระจอกฆ่าเวลาขณะรอเครื่องดื่มเเละของหวานที่ฉันบรรจงสร้างสรรค์อย่างสุดอลังการด้วยตนเอง

 

หลังม่านใยบัวลายมงคล ฉันเห็นบุรุษร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมอย่างลำลองสีน้ำเงินเข้ม ผมด้านหลังเกล้าสูงสวมหมวกกำมะหยี่สีดำท่าทางเป็นนักปราชญ์ผู้คงแก่เรียน เเค่ได้ยินเสียงสนทนาของเขากับเกากงกงไม่กี่ประโยค ฉันก็สามารถอนุมานตามสัญชาตญาณของเถ้าเเก่เนี้ยได้ว่า นิสัยลูกค้าหนุ่มคนนี้น่าจะเยือกเย็นสุขุมยิ่งกว่าเกล็ดหิมะยามคิมหันต์เสียอีก

 

ถึงได้คบหากับใต้เท้าเกาได้กระมัง ขืนคนหัวร้อนเจอคนใจร้อนคงได้ระเบิดกันไปข้าง

 

"เกากงกง โปรดใจเย็นก่อน...โบราณว่าน้ำที่ร้อนจนเดือดพลุ่งพล่านก็มีเเต่จะระเหยเป็นไอเท่านั้น เรื่องของกิน ท่านสั่งเป็นมั่นเหมาะเเล้ว ทางร้านอย่างไรก็ต้องยกมาให้เเน่นอน เเถมยิ่งท่านโวยวายใส่คนพวกนี้ เขาย่อมทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนตัวสั่นงันงกเท่านั้นเอง"

 

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ พลางหยิบตัวไพ่ที่ทำจากงาช้างวางลงในรางอย่างไว้มารยาท

 

น่าสนใจจริงแฮะ ไว้เห็นใกล้ๆ จะหล่อขนาดไหนนะ...ฉันนึกชมในใจ

 

"บัณฑิตหลี่ ข้าสั่งอาหารไปเมื่อเกือบชั่วยามเเล้ว เเต่ตอนนี้ได้เเค่ดื่มกินเเค่ชาถ้วยหนึ่งกับถั่วทอดคลุกเกลือครึ่งชาม หากมัวใจเย็นอย่างที่ท่านว่า ข้ามิต้องรอกินพรุ่งนี้หรือ"ขันทีอาวุโสบ่นพึมพัม เเล้วกวาดสายตาขุ่นเคืองใส่เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ตัวเล็กตัวน้อยที่ก้มหน้ารับรองลูกค้าชั้นพิเศษ

 

"ท่านกงกง ดูนั่นพวกลูกค้าคนอื่นๆ ที่นั่งเเออัดหัวดำอยู่เต็มห้องโถงยังได้กินวันนี้ เเล้วไฉนท่านจึงคิดว่าเขาจะลืมเราเสียเล่า"

 

ปลายนิ้วเรียวสะบัดคลี่พัดคล่องเเคล่ว จังหวะที่ใบหน้าเข้มขรึมเบี่ยงสายตาหันมาทางโถงรับรอง ฉันจึงเห็นหน้าของขุนนางหนุ่มผู้นั้นชัดขึ้น...โอ้คุณพระช่วย! ฉันเเทบอยากยกมือทาบอกเเล้วเป็นลมตายซะตรงนั้น ถึงเขาจะมิได้หล่อเหลาราวหยกสลักจนสังหารศัตรูให้ตกตายกลางสนามรบเหมือนอ๋องหลานหลิง เเต่สายตาคมเยือกเย็นคู่นั้นทำให้หัวใจของฉันเต้นตึกตักประหนึ่งม้าศึกที่กำลังเข้าสู่สนามรัก คิ้วเข้มชัดปานหมึกวาด รับกับจมูกโด่งเป็นสันเชิดรั้นอย่างคนถือตัว เเวบเดียวที่ริมฝีปากบางใต้เคราบางยกมุมยิ้มเล็กน้อย บรรยากาศยามบ่ายอันอบอ้าวของศาลาพันโบตั๋นก็ดูน่ารื่นรมย์ขึ้นทันตา

 

เเล้วดวงตาสองเราก็ประสานกัน...วินาทีนั้นกระเเสความเย็นชาที่มาจากดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็ทำให้ฉันสะดุ้งตัว

เพราะระหว่างเรายังถือว่าเป็นคนเเปลกหน้าสินะ

"เข่อเข่อ ขออภัยที่ทำให้ใต้เท้าทั้งสองรอนาน" ฉันรีบดึงสติเเล้ววางมาดเถ้าเเก้เนี้ยผู้นอบน้อมทว่าไว้ตัว หอหมื่นมธุรสยังไงก็เป็นร้านของฉัน...ที่นี่ฉันจึงเป็นราชินีเพียงหนึ่งเดียว

 

เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ผู้รู้งานรีบเก็บสำรับไพ่นกกระจอกเเละเปลี่ยนผ้าปูโต๊ะอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวโต๊ะไม้เเปดเหลี่ยมจึงถูกคลุมด้วยผ้าสีกลีบโบตั๋นเนื้อบางเบา กลิ่นเครื่องหอมร้อยบุปผาจากเตาทองเหลืองกรุ่นกำจาย

 

"มาช้าเเล้วก็อย่าให้ข้าผิดหวังเชียว" เกาหลี่ซื่อพูดทีเล่นทีจริง ถึงจะไม่พอใจที่ทางร้านที่รับรองล่าช้า เเต่การหาเรื่องกับเถ้าเเก่เนี้ยผู้เนรมิตขนมหวานชั้นเลิศอันเป็นที่โปรดปรานของพระสนมเอกหยางกุ้ยเฟยย่อมมิใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่เเน่

 

"นี่คือ มุกดาท่องเมฆา ของใต้เท้าเกาเจ้าค่ะ ข้าชงเองจนสุดฝีมือ หวังว่ารสชาติจะถูกใจท่าน" ฉันตบมือเบาๆ ให้เด็กรับใช้วางถาดครอบฝาหยกลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงเปิดฝาออกอย่างชัดช้อยตามจริตของกุลสตรีที่เคยดูในซีรีส์จีนโบราณ

ฝาครอบหยกรักษาไอเย็นได้ดีเยี่ยม

ในโลกที่ฉันจากมา เครื่องดื่มปริศนานี้คือโกโก้เย็นใส่ไข่มุกเพิ่มวิปครีม เเต่ฉันจับมันมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยซักหน่อย โกโก้เย็นรสชาติเข้มข้นหวานมันในถ้วยกระเบื้องสามสี ใส่ไข่มุกเม็ดกลมที่บรรจงปั้นจากเเป้งมันสำปะหลังเคลือบวุ้นสีนวลให้สัมผัสนิ่มหยุ่นยามที่ถูกเคี้ยวพร้อมกับเกล็ดน้ำเเข็งใส เท่านั้นยังไม่พอ ฉันยังผสมน้ำหอมวนิลากลั่นเล็กน้อยพอให้กลิ่นเข้มขมของโกโก้จางลงไปสักสามส่วน จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยวิปครีมนมเนื้อบางเบาราวก้อนเมฆบนท้องฟ้า

 

"ฝีมือของเถ้าแก่มู่น่าประทับใจจริงๆ"

 

เขาบรรจงตักวิปครีมด้วยช้อนทองเหลืองด้ามยาวเเล้วสัมผัสความบางเบาของครีมที่ละลายในปาก ส่วนหลอดดูดชาไข่มุก ฉันใช้ไม้ไผ่เขียวขนาดพอเหมาะนำมาขัดผิวจนเป็นมันวาวคล้ายพลาสติก แล้วอบด้วยเครื่องหอมให้มีกลิ่นสดชื่น

 

"เครื่องดื่มถ้วยนี้รสชาติหอมกลมกล่อมสมดังร่ำลือ มิเสียงเเรงที่ข้ายอมนั่งคอยเกือบชั่วยาม" หลังจากดูดชิมโกโก้ครู่หนึ่ง ใต้เท้าเกาก็กล่าวชมไม่หยุด เพราะมัวเเต่เพลิดเพลินกับของหวานตรงหน้า จึงทำให้คราบวิปครีมบางเบาเลอะปากคล้ายเด็กน้อยกำลังกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย

"เห็นทีที่เขาว่า อาหารรสเลิศเป็นยาอายุวัฒนะ ความอร่อยสามารถทำให้ผู้ลิ้มลองรู้สึกเหมือนย้อนวัยได้หลายปีคงจะจริง" บัณฑิตหนุ่มหัวเราะร่วนเมื่อเห็นท่าทางน่าขันของใต้เท้าเกาเมื่อได้ชิมของอร่อย ฉันเเอบปรายตามองใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นเเล้วพยายามนึกให้ออกว่า พ่อบัณฑิตหนุ่มคนนี้เป็นตัวละครไหนในนิยายฉบับเดิมกันนะ

เฮ้อ...เเต่ถึงนึกออก ก็คงไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก เพราะอ่านไปแค่ไม่กี่หน้าเอง ยังไม่ถึงครึ่งเรื่องด้วยซ้ำ!

"เถ้าแก่มู่ ท่านนี้คือขุนนางใหม่แห่งสำนักฮั่นหลิน...บัณฑิตหลี่ นามว่าหลี่ไป๋"

หา...เนี่ยน่ะเหรอ หลี่ไป๋ ยังหนุ่มอยู่เลยนี่นา ท่าทางไม่เห็นเหมือนกวีขี้เมาเจ้าสำราญอย่างที่คนเขาร่ำลือกันเลย  

ฉันตกใจเเทบเก็บทรงไม่อยู่ พลางกวาดสายตามองบัณฑิตหนุ่มร่างสูงท่าทางสุขุมเเถมยังดูเย็นชาตรงหน้า เขาเพียงยกยิ้มน้อยๆเเล้วพยักหน้าเป็นเชิงสานไมตรีตามมารยาท

ภาพลักษณ์ของเขาที่นี่ช่างเเตกต่างจากหลี่ไป๋ที่ผู้คนในยุคพันปีข้างหน้ารู้จักจริงๆ เพราะหากพูดถึงหลี่ไป๋ ฉันคงนึกถึงกวีอาวุโสหนวดเครายาวผู้รักอิสระ    นืสัยเรียบง่าย เเวดล้อมด้วยมิตรสหายร่ำสุราทุกยามค่ำคืน

อาจเป็นคนชื่อซ้ำก็ได้มั้ง...เเต่ไม่น่านะเพราะคำโปรยหลังปกในนิยายผู้เขียนบอกไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นหลี่ไป๋ กวีเอกสำนักฮั่นหลิน

เเล้วฝีมือของฉันจะทำให้เขาซวย...ส่วนปากของเขาก็จะนำพาความยากลำบากมาให้ฉัน

เอาล่ะ เรื่องชักสนุกแล้วสิ โกโก้!

"อา...นี่คือ เกล็ดมธุรสกลีบมู่ตานหวานล้ำ ของหวานอันดับหนึ่งของหอหมื่นมธุรสเจ้าค่ะ" ฉันค้อมตัวเล็กน้อยอย่างนอบน้อม ก่อนที่จะยกชามเคลือบใบย่อมที่ครอบด้วยฝาหยกมาวางไว้ตรงหน้าของบัณฑิตหลี่ เเล้วเปิดฝาออกให้ไอเย็นบางเบาจากเกล็ดน้ำเเข็งลอยพุ่งขึ้นมา

"ขนมหวานเย็นชนิดนี้ เหมาะกับอากาศร้อนดีนักล่ะเจ้าค่ะ" 

ฉันลอบสังเกตุรอยยิ้มเเละสีหน้าที่บ่งบอกถึงความประทับใจฉายชัด อากาศร้อนอบอ้าวเเบบนี้ ใครเล่าจะไม่ชอบไอศกรีมหวานเย็นทำจากน้ำเเตงโมที่ปั่นจนเเข็งเป็นเกล็ดหิมะลอยอยู่บนผลไม้เเห้งฝานเป็นเเว่นบางๆ เชื่อมรวมกับรากบัวอ่อนกรุบกรอบ พุทราจีน เม็ดแปะก๊วย ลูกบัวเเละถั่วเเดง ซึ่งเป็นอาหารดับร้อนได้เป็นอย่างดี ชั้นบนสุดเป็นมันเทศสลักย้อมสีชมพูหวานลายดอกมู่ตานกลีบซ้อนห้าดอก นำไปเชื่อมให้น้ำตาลเกาะวาววับ จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยการเพิ่มกลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบเบาบาง

"รสชาติเยี่ยมยอดสมเป็นของหวานอันดับหนึ่ง" บัณฑิตหนุ่มกล่าวชมอย่างจริงใจ หลังจากตักชิมไปหลายช้อน

"เห็นไหมล่ะท่าน ฝึมือทำขนมหวานของเถ้าแก่มู่นับว่าเป็นยอดกว่าผู้ใดฉางอาน เเม้เเต่พระสนมเอกหยางอวี้หวนก็ยังพอพระทัยสั่งให้ข้าหาซื้อมาถวายบ่อยๆ หอหมื่นมธุรสโด่งดังในราชสำนักเพราะข้าเลยก็ว่าได้" เกาหลี่ซื่อได้ทีก็คุยโอ้อวด

"เป็นเพราะใต้เท้าเกาสนับสนุน ขนมจากร้านเล็กๆของข้าถึงได้มีวาสนาให้ตั้งร่วมกับเครื่องเสวย...นับเป็นเกียรติของข้ายิ่งนัก"

ฉันตอบรับคำชมด้วยท่าทางชดช้อยตามมารยาท จริงอยู่ที่เกากงกงเป็นผู้นำขนมไปถวายเจ้านาย ตัวเขาเองก็ได้รับความโปรดปรานจากเบื้องบน รวมทั้งสินน้ำใจคือของหวานทางร้านมอบเป็นของกำนัลบ่อยๆอีกด้วย

ถือว่าไม่ได้ช่วยเปล่าๆซักหน่อย 

"ส่วนขนมชิ้นนี้ ทางร้านทำพิเศษเพื่อให้ใต้เท้าเกาลองชิมดูเจ้าค่ะ" ฉันหยิบจานเค้กเรดเวลเวทที่เพื่งทำเสร็จใหม่ๆจากถาดของเสี่ยวเม่ย เเล้วบรรจงวางลงบนโต๊ะท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทั้งลูกค้ากิตติมศักดิ์เเละเหล่าเสี่ยวเอ้อร์ที่ไม่เคยเห็นขนมเค้กสีเเดงราวกับผลทับทิม ทว่าเนื้อข้างในละเอียดฉ่ำครีมนมสดเช่นนี้มาก่อน

"ขนมชนิดนีัข้ามิเคยเห็นมาก่อน" เกากงกงจ้องตาเเทบไม่กระพริบ

"ข้าตั้งชื่อให้ว่า 'กุหลาบกำมะหยี่' เจ้าค่ะ...ทำจากแป้งสาลีผสมไข่เนยนมผ่านการตีเข้ากันจนละเอียดเป็นเนื้อเดียว เพิ่มรสชาติด้วยการใส่ผงคาเคา มะนาว เเละน้ำส้มเพียงเล็กน้อย เติมสีเเดงจากน้ำหงช่ายโถว นำมาขึ้นรูปเเล้วคั่นด้วยชั้นครีมสดตามลำดับ จากนั้นจึงนำไปอบเจ้าค่ะ" 

ฉันว่าพลางใช้มีดทองเหลืองที่สั่งทำพิเศษให้เหมือนมีดปาดเค้กของฝรั่งกำลังจะตัดเเบ่งเค้กเป็นครึ่งตรงกลางที่เเต่งด้วยครีมบีบเป็นช่อกุหลาบเเดงบนหน้าเค้ก ทว่าต้องชะงักเพราะเสียงทุ้มนุ่มของอาลักษณ์หนุ่มขัดขึ้นมาก่อน

"ช้าก่อน ตัดตรงส่วนอื่นมิดีกว่าหรือ ถึงจะเป็นเพียงกุหลาบเเต่งขนม เเต่กว่าจะปั้นขึ้นมาได้นั้นย่อมใช้เวลาเเละฝีมือไม่น้อยทีเดียว หากจะต้องถูกทำลายเพียงชั่วพริบตาคงน่าเสียดาย มิสู้ปาดหน้าเอามันเก็บไว้ชมสักชั่วยามเป็นอาหารตา ยามชิมรสขนมหวานย่อมจะดีกว่า"

"ความใส่ใจของท่านบัณฑิตหลี่ ช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ ไว้คราวหน้าข้าจะพยายามฝึกฝนฝีมือให้ดียิ่งกว่านี้ จักได้ควรค่ากับคำชมของท่าน" 

ฉันเเอบยิ้มในใจ นี่เเหละหนาที่เขาบอกว่า กวีมักจะมีมุมที่อ่อนโยนกว่าคนอื่นๆ ถ้าอย่างนั้น เเล้วเขาจะกลายเป็นคนปากร้ายได้อย่างไรกัน

"เนื้อขนมนุ่มชุ่มลิ้นราวกับละลายในปากทีเดียว" ชายหนุ่มละเลียดขนมเเล้วกล่าว "เถ้าแก่เนี้ยมีฝีมือทำขนมยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ นับว่าเป็นวาสนาของท่านเถ้าแก่มู่"

คำว่า ท่านเถ้าเเก่มู่...ย่อมหมายนัยถึง 'สามี' ตามธรรมเนียมโบราณ ฉันจึงแก้เก้อด้วยการหยิบพัดกลมขึ้นมาบังใบหน้าดัดจริตเล็กน้อยคล้ายขวยอาย เเต่ไม่จำเป็นต้องแก้ตัวหรอก เพราะยังไงเกาหลี่ซื่อต้องทำตัวรู้มากพูดออกมาเองอยู่ดี

"เฮ่ย...บัณฑิตหลี่ ท่านนี่ไม่รู้อะไร" ขันทีอาวุโสแสร้งขำอวดภูมิ "เถ้าเเก่เนี้ยผู้นี้ขยันทำมาหากิน จึงยังมิได้ออกเรือน น่าเสียดายที่บิดามารดาด่วนจากไปเสียก่อนที่จะจัดงานวิวาห์มงคลให้ลูกสาว นางเลยครองตัวเป็นโสดจนถึงทุกวันนี้อย่างไรเล่า"

"เป็นเช่นนี้เองหรือ" เเววตาของหลี่ไป๋พราวระยับ "บรรดาสตรีที่ออกเรือนเเต่วัยสาวล้วนมีรูปเป็นทรัพย์กันทั้งนั้น ลำพังเถ้าเเก่มู่มากฝีมือย่อมนับว่าประเสริฐกว่าหน้าตางดงามเป็นไหนๆ ขึ้นอยู่กับว่า บุรุษใดเล่าจะมีตาทิพย์มองเห็นเนื้อเเท้ภายใน"

อ้าว...แปลว่าฉันไม่สวยรึไงถึงได้เป็นโสด ไม่ทันไรก็ปากพาซวยซะเเล้วพ่อกวีหนุ่ม

ฉันอยากค้อนใส่ เเต่ก็ช่างเถอะ

"ข้าเกือบลืม...พระสนมหยางรับสั่งให้ข้าสั่งขนม 'หิมะฤดูสารท' ห้าสิบก้อนเข้าไปถวายอีก ท่าทางจะทรงโปรดมากทีเดียว"

เกาหลี่ซื่อตักเค้กเข้าปาก ตามด้วยโกโก้เย็นอึกใหญ่ "ส่วนค่าเเรง พรุ่งนี้ข้าจะส่งมาให้ตามเดิม"

"เข่อเข่อ รับทราบเจ้าค่ะ"

"อ้อ...อีกสิบห้าวันฝ่าบาท จะเสด็จร่วมงานราตรีชมบุปผาในอุทยานหลวง เจ้าควรคิดทำขนมหวานแปลกใหม่สักสองสามชุด เผื่อว่าจะทรงโปรด"

"ผู้น้อยจะพยายาม ขอท่านกงกงโปรดวางใจ"

"พระสนมเคยตรัสเปรยๆว่าอยากเห็นหน้าคนทำขนมที่ทรงโปรด ข้าเลยตั้งใจว่า คืนงานเลี้ยงชมบุปผาจะให้เจ้าเข้าเฝ้าพระสนมหยางเพื่อถวายขนมด้วยตนเอง"

"จริงหรือเจ้าคะ " ฉันดีใจจนเเทบเก็บอาการไม่อยู่ ถือว่าโชคดีจริงๆ ที่จะได้พบยอดหญิงงามในตำนานกับเขาด้วย 

เเถมยังจะได้ลู่ทางเพิ่มยอดขายอีก...คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

"ขอบคุณใต้เท้าที่ช่วยสนับสนุน เข่อเข่อจะไม่มีวันลืมพระคุณเลย"

"เเล้วเถ้าแก่เนี้ยคิดเเล้วหรือยังว่าจะทำขนมพิสดารอันใดไปถวายเล่า" หลี่ไป๋เลิกคิ้วถาม

"ข้าจะลองทำขนม'ทองคำพันชั่ง เจ้าค่ะ" ฉันยิ้มด้วยความมุ่งมั่น ประกายนัยน์ตาเฉิดฉายเเรงกล้ายิ่งกว่าดวงตะวันบนฟ้า

"เเค่ได้ยินชื่อข้าก็อยากชิมเเล้ว" บัณฑิตหนุ่มหัวเราะหึๆ พลางตักลูกบัวถั่วเเดงเข้าปาก "สงสัยนักว่าขนมล้ำค่าจะหน้าตาเป็นอย่างไรกัน"

"สิ่งใดที่ข้าตั้งใจทำย่อมอร่อยอยู่เเล้วเจ้าค่ะ"

"มั่นใจถึงปานนั้นเลยหรือ" เขาหยั่งเชิง

"ข้ารับรองว่าไม่ขายหน้าท่านกงกงหรอกเจ้าค่ะ" 

"เชื่อนางเถิดบัณฑิตหลี่" เกาหลี่ซื่อจรดหลอดชาไข่มุกตรงริมฝีปากอย่างใจเย็น

"หากความงามของมู่เข่อเข่อทัดเทียมได้กับฝีมือทำขนมเเล้ว พระสนมหยางกุ้ยเฟยคงเป็นเเค่เพียงผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่งเท่านั้น"

ฉันกระพริบตาถี่ๆสองครั้ง นี่ขันทีเฒ่าหลอกด่าว่าฉันไม่สวยเเต่ทำอาหารเก่งเเค่นั้นเองเหรอ

ฮ่า....รู้จักโกโก้น้อยไปซะเเล้ว!!

ได้เข้าวังครั้งนี้ ขนมจากร้านหอหมื่นมธุรสจะต้องปังยิ่งกว่าพลุงานชมดอกไม้เเน่นอน

.....