รักต้องห้ามของทูตสวรรค์กับจอมปีศาจ ที่พระเจ้าไม่มีทางยอมรับ ท้ายที่สุดความรักนี้จะมีจุดจบเป็นอย่างไร จะได้อยู่ด้วยกันตลอดกาลหรือจากกันชั่วนิรันดร์ ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้แม้จะเป็นโชคตะตาก็ตาม
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,พารานอมอล,ลึกลับ,พล็อตสร้างกระแส,ทูตสวรรค์,ปีศาจ,นรก,สวรรค์,รักต้องห้าม,วายแฟนตาซี,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
บรรยากาศช่วงสายของวันค่อนข้างดีถึงแม้จะเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว แต่อากาศกลับเย็นสบายไม่ถึงกับหนาวมากนัก พวกเขายืนอยู่ใต้ต้นโอ๊กใหญ่ที่กิ่งใบเริ่มเปลี่ยนสี อาซาเซลดีดนิ้วเสกเก้าอี้ไม้ตัวยาวขึ้นมาค่อยๆ ประคองร่างนาธานให้นั่งลงข้างกาย
ในขณะที่ลูกชายของเขากำลังสนใจในทัศนียภาพธรรมชาติเบื้องหน้า เขาได้แต่ก้มหน้ามองแว่นตาในมือพลิกมันดูอยู่หลายครั้ง ราวกับว่ามันมีความพิเศษซ่อนอยู่ นัยน์ตาสีทับทิมหม่นแสงไม่แจ่มใสอย่างเคย
" ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยครับคุณพ่อ ที่ผมกำลังจะตาย " เสียงแหบแห้งของชายชราสูงวัยเป็นฝ่ายที่เริ่มเอ่ยขึ้นก่อน
จอมปีศาจวกะยกยิ้มมุมปากด้วยความขมขื่น หันไปมองหน้าลูกชาย ก่อนถอนหายใจออกมาเพื่อขจัดก้อนอารมณ์บางอย่างที่ติดค้างอยู่ภายใน
" พ่อรู้ว่าลูกเข้มแข็งและกล้าหาญ มีไม่มากหรอกคนที่ได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย แล้วยังสามารถทำให้จิตใจสงบได้ถึงขนาดนี้ "
" พ่อเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย เพียงแต่ว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความสุข ถ้าพูดกันตามจริงแล้ว ผมควรต้องตายตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพ่อ "
อาซาเซลเลียริมฝีปากก่อนเม้มมันจนแน่น พยักหน้าอย่างเชื่องช้า พลางถอนสายตาออกจากชายชรากลับไปสนใจแว่นตาในมือต่อ
" พ่อ... นาธาน พ่อมีอะไรบางเรื่องที่อยากจะเล่าให้ลูกฟัง มันเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของพ่อมาตลอด และพ่อไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งแซค "
" เรื่องอะไรหรอครับคุณพ่อ "
เจ้าของดวงตาสีทับทิมทอดมองแผ่นฟ้าในแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเคว้งคว้างและร้าวรานเหมือนนกน้อยที่ถูกเด็ดปีกร่วงหล่นจากท้องฟ้าไร้สิ่งใดให้ไขว่คว้าเพื่อเอาชีวิตรอด
" ตอนที่พ่อยังเป็นทูตสวรรค์อยู่นั้น ได้นึกสงสัยในสิ่งที่ไม่ควร พ่อสงสัยในความดีของพระเจ้า สงสัยในคำสอนของพระองค์ มันมี..หลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้พ่อเกิดความคลางแคลงใจ มันเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงวันที่พวกพ่อถูกส่งลงมายังโลกมนุษย์ หนึ่งในคำสั่งของพระเจ้าคือให้พวกพ่อรักมนุษย์และช่วยเหลือพวกเขาเท่าที่สมควร "
คิ้วโค้งสวยของอดีตทูตสวรรค์ขมวดปมเข้าหากันเผยความรู้สึกลำบากใจออกมาอย่างชัดเจน ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อต้องเล่าถึงเรื่องราวในอดีตที่แสนจะทรมาน
ร่างกายของอาซาเซลสั่นไหวจนนาธานรู้สึกได้ ทุกครั้งที่เขานึกถึงความทรงจำที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นปีศาจมันสร้างรอยแผลในใจเขาเรื่อยมา เหมือนมีคนเอามีดมากรีดแทงซ้ำๆ ลงที่แผลเดิม เป็นการตอกย้ำว่าเขาสูญเสียอะไรไป
" จนวันหนึ่งพ่อตัดสินใจเองที่จะสอนองค์ความรู้ให้มนุษย์เกี่ยวกับการสร้างอาวุธ เพียงหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา และการได้ใช้ชีวิตอยู่รวมกับมนุษย์มันได้ก่อเกิดความรู้สึกหลายอย่างที่ทูตสวรรค์ไม่ควรจะมี โดยเฉพาะความรักที่ไม่บริสุทธิ์ในสายตาของพระเจ้า "
นี่เป็นครั้งแรกที่นาธานได้เห็นคุณพ่อที่มักจะซุกซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ความเยือกเย็นเผยด้านที่อ่อนไหวออกมาแผ่นหลังกว้างที่เคยหยัดตรงและสง่างามตอนนี้กลับดูอ้างว้างเดียวดายราวกับต้องการพึ่งพิงใครสักคน แต่เขารู้ดีคำปลอบโยนไม่ใช่สิ่งที่จอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ต้องการในเวลานี้
มืออันแห้งเหี่ยวของชายชราค่อยๆ เอื้อมไปจับไหล่กว้างที่กำลังสั่นเล็กน้อย ด้วยความหวังว่าผู้เป็นพ่อจะรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาที่ส่งผ่านไปให้
" แต่พ่อไม่นึกเลยว่าพระองค์จะลงมืออย่างโหดร้ายกับสิ่งที่ท่านย้ำนักย้ำหนาว่าให้รักพวกเขา เพียงเพราะแค่...ความคิดง่ายๆ ของพ่อ กลับเป็นส่วนหนึ่งทำให้พวกเขาต้องตาย...ถึงต่อให้สาเหตุจริงจะเป็นการให้กำเนิดเนฟีลิม แต่ลึกลงไปข้างในจิตใจ พ่อรู้สึกผิด ผิดที่ปกป้องใครไม่ได้ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเนฟิลิม “
อาซาเซลหยุดพูดกระทันหัน เพราะพึ่งรู้สึกตัวว่ากำลังใช้อารมณ์มากเกินไป แว่นตาในมือถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี ปีศาจวกะยกมือทั้งสองขึ้นลูบใบหน้าเพื่อเรียกสติก่อนจะเริ่มกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเข้มแฝงไปด้วยความอดกลั้น
" ต่อให้ความคิดของท่านว่าการให้กำเนิดเนฟีลิม มันเป็นบาปที่ไม่น่าให้อภัย แต่พระองค์ไม่ควรสั่งฆ่าพวกเขา พวกเขาเป็นแค่เด็กที่แทบจะไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาเลย มิหนำซ้ำยังเป็นหลานแท้ๆ ของท่าน สิ่งที่ท่านทำยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยในใจพ่อให้มันใหญ่ขึ้น "
ในช่วงเวลานั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมราฟาเอลได้ปล่อยตัวเขาให้หนีไป หัวใจของอาซาเซลได้แต่นึกเป็นห่วงพวกเด็กๆ ที่ทั้งเป็นมนุษย์ธรรมดาและเนฟีลิม จึงใช้พลังแทบจะทั้งหมดของตัวเองเสกให้พวกเขารวมถึงสัตว์น้อยจำนวนนึงเป็นตุ๊กตาไม้ขนาดเล็ก
หากแต่สิ่งที่ทำเอาอดีตทูตสวรรค์เครูบเจ็บปวดใจที่สุดคือการที่เขามีศักดิ์เป็นถึงท่านลุงของเด็กเหล่านี้แต่กลับไม่สามารถปกป้องและช่วยเหลือพวกเขาเอาไว้ได้ทั้งหมด
" ว่าความดีที่ท่านยึดมั่นมันเย็นชาและไร้หัวใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ ถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงสวรรค์คงไม่ใช่สถานที่สำหรับพ่ออีกต่อไป "
ถึงได้เลือกจะปิดบังความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมนุษย์คนใด และยอมให้ตัวเองตกนรกไปพร้อมกับครอบครัวที่รักดีกว่าอยู่ในสถานที่จอมปลอมแบบนั้น
" พ่อเลยตกสวรรค์มาพร้อมพวกคุณลุงสินะครับ " นาธานเอ่ยถามขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองคิดอยู่นั้นถูกต้อง
" มันก็ควรเป็นแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเมตาตรอนสาปพ่อให้อยู่สภาพครึ่งปีศาจครึ่งทูตสวรรค์ สภาพที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ยากจะดำรงอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ แต่ที่จริงมันก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เวลาที่พ่ออยู่ในนรกรู้สึกก็แตกต่างอยู่เสมอยามที่พวกมนุษย์อัญเชิญขึ้นเพื่อจะรับฟังคำขอของพวกเขา “
“ ขณะที่ทำพันธสัญญา พ่อให้พวกเขาตัดสินใจเอง เวลาที่มาขอในสิ่งที่ต้องการ ว่ามันคุ้มค่ารึเปล่า ถึงขนาดยอมแลกวิญญาณ พอยิ่งนานวันปีศาจตนอื่นมาเห็นพฤติกรรมของพ่อ มันเลยความรู้สึกไม่พอใจจนได้สร้างเรื่องวุ่นวายขึ้นมา “
“ เพราะงั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวพ่อเอง ลูซิเฟอร์ลุงของลูกเลยอยากให้พ่อได้ใช้ชีวิตอยู่โลกมนุษย์มากกว่า อย่างน้อยๆ ก็เพื่อให้พ่อได้อยู่กับคนที่พ่อรัก "
นาธานฟังสิ่งที่อาซาเซลเล่าโดยที่ไม่คิดจะเอ่ยแทรก เขาพอรู้มาจากพวกคุณลุงคุณอามาบ้าง ว่าพ่อของเขาเป็นพวกประเภทที่มักจะเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ และถ้าไม่จวนตัวก็ยากที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยตัวเอง
และตอนนี้คนที่ปากแข็งถึงขนาดนั้นกำลังพูดสิ่งที่เก็บมาตลอดออกมาอย่างหมดเปลือกหมายความว่ามันคงถึงที่สุดแล้ว
" แต่ว่านั่นเป็นสิ่งที่พ่อควรได้รับจริงหรือ ในขณะที่พี่น้องของพ่อต้องพรากจากคนสำคัญในชีวิต ไม่ว่าจะสามีภรรยาหรือแม้กระทั่งลูก และการที่พ่อไม่ยอมบอกความจริงเรื่องตัวเอง เพราะพ่อเต็มใจที่จะร่วมทุกข์กับทุกคน "
" แต่กลายเป็นว่าพ่อ... กลับได้รับโอกาสมากกว่าใคร พ่อสมควรจะได้รับความสุขเหล่านี้จริงหรอ และเหมือนอย่างในเวลานี้ พ่อมีความสุขที่ได้มีลูก แต่มันต้องแลกกับการที่ลูกไม่อาจได้ขึ้นสวรรค์ จนพ่อไม่รู้เลยว่าอะไรที่รออยู่ปลายทางความตายของลูกเลยนาธาน "
ประโยคสุดท้ายที่ออกมาจากปากของอาซาเซลแผ่วเบาจนแทบจะจางหายไปในสายลมของฤดูใบไม้ร่วง วิญญาณที่ล่องลอยอยู่ระหว่างสวรรค์และนรกมันทรมานมากกว่าตกลงนรกเสียอีก แล้วแบบนี้เขาจะทำอะไรเพื่อลูกชายเพียงคนเดียวได้บ้างในฐานะของพ่อ
เมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของผู้เป็นพ่อแล้ว ยิ่งทำให้รู้ว่าพ่อเป็นห่วงและกังวลเรื่องเขามากแค่ไหน นาธานขยับตัวเข้ามาใกล้อาซาเซลวางศีรษะไว้บนไหล่กว้างแบบที่เคยทำเมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยคอยออดอ้อนยามที่ผู้เป็นพ่อทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหวังเพียงว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ นี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
" พ่อครับ จริงอยู่ที่พ่อแข็งแกร่งและมีความสามารถเหนือกว่าใครๆ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อจะต้องแบกรับทุกอย่างไว้เพียงคนเดียวนี่ครับ "
" และการที่พ่อยอมเสียสละตัวเองเพื่อที่จะแบกรับความทุกข์ไปพร้อมกับพี่น้องของพ่อ พ่อคิดจริงหรอครับว่าพวกเขาจะมีความสุขที่ได้เห็นพ่ออยู่ในนรกกับพวกเขา "
ไม่ทันที่ชายชราจะได้พูดต่อก็มีเสียงใครบางคนแทรกขึ้นมา
" เห็นไหม อาซาเซล ลูกเจ้ายังมีความคิดเดียวกับข้า"
พวกเขาทั้งคู่รีบหันไปยังต้นเสียงที่ดังมาอย่างไม่บอกกล่าว เป็นลูซิเฟอร์อยู่ในชุดสูทสีขาวดูมีสไตล์ยืนพิงต้นโอ๊กอยู่ อีกทั้งยังยักคิ้วขยิบตาใส่พวกเขาด้วย นาธานที่เห็นลูซิเฟอร์ก็ดีใจมากจะลุกขึ้นไปหาแต่ถูกจ้าวนรกห้ามไว้ ก่อนที่จะเดินอ้อมไปนั่งข้างนาธานอีกฝั่ง
" ไม่เจอกันตั้งนาน สบายดีไหม หลานชาย "
" สบายดีครับคุณลุง ไม่เจอกันตั้งสิบกว่าปี ยังหล่อเหมือนเดิมเลยครับ "
" ของมันแน่อยู่แล้ว " ลูซิเฟอร์ยิ้มกว้างพร้อมท่าทีภูมิอกภูมิใจในรูปร่างหน้าตาของตนเองจนอาซาเซลอดนึกที่จะหมั่นไส้พี่ชายไม่ได้
" แล้วลมอะไรถึงหอบท่านมาถึงนี่ได้ ท่านพี่ " อาซาเซลต้องการทราบถึงจุดประสงค์การมาของลูซิเฟอร์
" เมื่อครู่ เดธไปหาข้า บอกว่าหลานชายจะอยู่ได้อีกไม่นาน ข้าเลยอยากมาดูเจ้าเสียหน่อย ว่าเป็นอะไรหรือไม่ แล้วลุงเสียใจกับเจ้าด้วยนะ นาธาน "
อดีตผู้นำแห่งแสงสว่างอ้าแขนสวมกอดหลานชายต่างสายเลือดเอาไว้ พลางคิดถึงตอนที่เขาได้รับข่าวว่าอาซาเซลจะรับลูกมนุษย์มาเลี้ยงมันสร้างความประหลาดใจและความสงสัยให้เขามาก จนต้องขึ้นมาบนโลกให้เห็นกับตา และทันทีที่เขาได้เห็นอาซาเซลกำลังอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมาตั้งแต่วันที่น้องชายตกสวรรค์
ความคิดที่ว่าจะขอให้อีกฝ่ายตัดสินใจใหม่อีกครั้งเรื่องรับเลี้ยงลูกมนุษย์พลันหายไปจากสมองแทบจะทันที ไม่รู้อะไรดลใจหรือจะเป็นความคิดชั่ววูบก็ตาม เขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาช่วงหนึ่งอยู่กับอาซาเซลบนโลกมนุษย์ นั่นยิ่งทำให้เขาตระหนักได้ว่าน้องชายคนนี้เป็นพ่อได้ยอดเยี่ยมมาก ซึ่งต่างจากเขาที่ไม่เคยใส่ใจมุนดุสหรือลูกๆ คนอื่นอย่างจริงจัง
จนเป็นสาเหตุที่ทำให้มุนดุสกลายเป็นเช่นทุกวันนี้ เขาก็มีส่วนผิดไม่น้อยเลย ไม่รู้เลยว่าหลังจากจบเรื่องนี้แล้วความบาดหมางที่เคยเกิดระหว่างพวกเขาสามคนยังมีโอกาสได้รับการแก้ไขหรือไม่ ทุกวันนี้เขายังคงนึกขอบคุณอาซาเซลที่ไม่ถือสาลูกชายตัวดีของเขา ทั้งที่มันพยายามจะฆ่าอาซาเซลอยู่ตลอด
" ไม่เป็นไรครับคุณลุง ขอบคุณที่เป็นห่วง "
" อืม ลุงขอคุยกับพ่อเจ้าสักครู่นะ "
มนุษย์เพียงคนเดียวเผยรอยยิ้มบางพร้อมพยักหน้ารับรู้ อาซาเซลเป็นฝ่ายที่ลุกขึ้นก่อนตามด้วยลูซิเฟอร์ทั้งคู่เดินออกห่างจากบริเวณใต้ต้นไม้ไม่กี่ก้าว
'' จากสีหน้าของท่านแล้ว ท่านไม่ได้มาหาข้าแค่เรื่องนาธานใช่ไหม "
ผู้เป็นน้องชายเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน เมื่อเห็นดวงตาโทแซกสีฟ้าสดใสของพี่ชายนั้นฉายแววจริงจัง แบบเดียวกับตอนที่มุนดุสหนีขึ้นมาบนโลกได้
" เจ้านี่ ยังฉลาดเป็นกรดไม่เปลี่ยนเลย " จ้าวแห่งนรกแสยะยิ้มชอบใจในความชาญฉลาดของอาซาเซล
" งั้นแปลว่าข้าคิดถูก?" ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำยกแขนขึ้นมากอดอกอย่างไม่พอใจเมื่อจอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ไม่เอ่ยธุระออกมาสักที
" ก็ได้ งั้นเข้าเรื่องเลยละกัน เมื่อวันก่อนข้าเข้าไปในห้องของเจ้าแล้วข้าได้เจอสิ่งนี้ " เจ้าของผมสีทองสวยถอนหายใจเล็กน้อยในความใจร้อนของน้องชายคนโปรดก่อนจะดีดนิ้วเรียกสมุดบันทึกหนังสีดำเล่มหนาที่ดูเก่าแก่ออกมา
" ข้ารู้ว่าปีศาจส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีมารยาท แต่ข้าก็ไม่นึกว่าท่านพี่จะเป็นไปด้วย " ดวงตาสีทับทิมจ้องเขม็งไปที่สมุดบันทึกเล่มนั้น มือเรียวขาวซีดกำแน่นพยายามอดกลั้นอารมณ์โกรธ ที่ผู้เป็นพี่ไปแตะต้องในสิ่งที่ไม่ควร น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยอย่างเสียดสี ก่อนจะยืนมือออกไปข้างหน้าเพื่อขอบันทึกคืน
" กัดแรงนะ แต่เอาเถอะ ข้าอยากรู้ว่าทุกอย่างที่เขียนลงในบันทึกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องจริงหรือ? " ลูซิเฟอร์มองมือที่ขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดจางๆ อยู่ครู่นึงถึงได้ยอมส่งคืนบันทึกให้กับเจ้าของ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง
" จริงหรือไม่ มันสำคัญหรอ ในเมื่อเรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว " อาซาเซลรีบรับของคืนกลับมาก่อนจะเสกให้บันทึกหายไปยังที่เดิมที่มันถูกเอามาก่อนหน้านี้ ก่อนจะถอนหายใจแล้วยกแขนกอดอกทำท่าเป็นว่าเรื่องที่กำลังพูดไม่ใช่เรื่องสำคัญ
" มันสำคัญ!! เจ้าไม่รู้เลยหรือ ว่าทุกอย่างที่เจ้าทำลงไปมันสำคัญกับคนอื่นมากแค่ไหน ทำไม อาซาเซล ทำไมเจ้าไม่บอกพวกเขา? " ลูซิเฟอร์ตะคอกด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้งออกมาเบาๆ เมื่อไม่พอใจกับคำพูดของน้องชาย
" แล้วท่านจะให้ข้าบอกพวกเขาหรือ ว่าข้าเป็นคนตัดความสัมพันธ์ทางสายเลือดของพวกเด็กๆ ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นมนุษย์ธรรมดา ให้บอกว่าข้า เป็นคนที่พรากพ่อพรากแม่จากลูกที่รัก " จอมปีศาจวกะขึ้นเสียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้เนื้อตัวสั่นไหวด้วยอารมณ์โทสะและความเศร้าที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอด
" อาซาเซล มีแค่คนโง่เขลาเท่านั้น ที่จะไม่เข้าใจถึงความหวังที่เจ้ามีให้ การที่เจ้าไม่ยอมบอกพี่น้องเรา ไม่ใช่เพื่อปกป้องเด็กๆ หรือไง "
ที่อาซาเซลไม่ได้บอกคนอื่นในครอบครัวถึงเรื่องนี้ เพราะถ้าบอกไป พวกนั้นต้องขึ้นมาเพื่อตามหาลูกของตัวเองกัน และนั่นจะทำให้เบื้องบนรู้ว่าพวกหลานยังมีชีวิตอยู่ก็คงเกิดเรื่องใหญ่ตามมา
" ตกลงที่ท่านพูดออกมาทั้งหมดคือจะบอกพวกเขา? " คิ้วโค้งมนสวยถึงกับขมวดเข้าหากันจนเป็นปม จากความไม่สบายใจที่พี่ชายที่เขารักและศรัทธากำลังจะเอาความลับของเขาไปเปิดเผย
" ใช่ ข้าตั้งใจเช่นนั้น " เสียงทุ้มกังวานขานรับอย่างแน่วแน่กับการตัดสินใจของตนเอง
" ทำไม ข้าไม่เข้าใจว่าท่านจะเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ทำไม " อาซาเซลเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจว่าลูซิเฟอร์จะเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ทำไม ทำไมถึงอยากจะเปิดปากแผลที่มันไม่เคยปิดสนิทให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
" ตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าคอยเฝ้าดูเจ้า ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันส่งผลกระทบกับเจ้ามากแค่ไหน เจ้าตีตัวออกห่างจากคนอื่น ไม่แม้จะยอมให้พวกเขาอยู่เคียงข้างเจ้า ในยามที่เจ้าต้องการ รวมถึงเรื่องเจ้ากับทูตสวรรค์ของเจ้า แซคเคอัสไม่กลัวที่จะรักเจ้าต่อให้มันจะผิดกฎสวรรค์ และต่อเจ้า..."
มือเรียวขาวผ่องเป็นประกายของลูซิเฟอร์เอื้อมไปที่แก้มของอาซาเซล ลูบใบหน้าที่กำลังทำท่าเหมือนจะร้องไห้ แต่กลับกลั้นมันไว้ไม่ให้หยดน้ำตาไหลลงมา ยิ่งทำให้หัวใจของผู้พบเห็นเจ็บปวดไปด้วย
" ด้วยความสามารถของเจ้า ไม่มีทางที่จะปล่อยให้คนรักต้องถูกทำร้ายแน่ หากแต่ที่เจ้าไม่ยอมรับความสัมพันธ์ที่หอมหวานเต็มไปด้วยบาปนั้น ไม่ใช่เพราะเจ้าอยากลงโทษตัวเองหรือ "
ด้วยความรู้สึกที่ปนเปยุ่งเหยิงจนไม่อาจจัดการได้ทำให้อาซาเซลปัดมือพี่ชายที่กำลังจับใบหน้าของเขาออกแล้วถอยห่างจากลูซิเฟอร์เล็กน้อย แสร้งเมินหน้าหนีคล้ายกับพยายามจะหนีความจริงตรงหน้า
" อาซาเซล พี่รู้...ว่าเจ้าต้องอดทนและพยายามมากแค่ไหนในทุกๆ เรื่องที่เจ้าต้องเผชิญ เพราะแบบนั้นเจ้าถึงโทษตัวเองทุกครั้งเมื่อผลที่ออกมาไม่เป็นไปอย่างที่เจ้าหวัง แต่เจ้าจงฟังข้า มันไม่ใช่ความผิดเจ้า ต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่สามารถควบคุมสิ่งที่จะเกิดได้ "
จ้าวนรกเอ่ยต่ออย่างไม่ลดละ ไม่ว่ายังไงวันนี้พวกน้องชายน้องสาวเขาจะต้องได้รู้ความจริง ว่าอาซาเซลทำอะไรลงไปบ้างเพื่อพวกเขา มันจะได้ปลดปมในใจของอาซาเซลที่น่าสงสารให้หมดสิ้นไป เพราะเขาอยากจะเห็นน้องชายได้มีความสุขจริงๆ อย่างที่ควรจะเป็นเสียที
" จากคำพูดของท่าน... แปลว่าท่านรู้มามากกว่าที่อ่านจากในบันทึกใช่ไหม " เสียงอาซาเซลค่อนข้างแผ่วเบาดูเหนื่อยล้าและอ่อนแอที่ยังเจือความไม่พอใจอยู่ในน้ำเสียง
ในบริเวณที่ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก แซคเคอัสแอบอยู่หลังต้นไม้ยืนฟังบทสนทนาทั้งหมด หัวใจเขาตึงเครียดอย่างหนัก เขานึกเสียใจพลางคิดว่าตัวเองไม่ได้เข้มแข็งพอให้อาซาเซลเล่าทุกอย่างให้ฟังเลยหรือ ทั้งที่เคยบอกว่าเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวเอง แต่ก็ยังปิดบังเรื่องราวมากมายไม่ให้เขารู้
ทูตสวรรค์รู้สึกแย่มากจนคิดอยากสูบบุหรี่ขึ้นมา เขาหยิบซองบุหรี่ที่แอบพกมาออกจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะควานหาไฟแช็คแต่หามันไม่เจอ แล้วอยู่ๆ ก็มีมือหนาผิวออกสีแทนเล็กน้อยส่งไฟแช็คมาให้เขา พอเงยหน้าดูถึงได้เห็นชายหนุ่มที่มีผมสั้นสีแดงเข้มหน้าตามีความละม้ายคล้ายกับอาซาเซลทำให้รู้ในทันทีว่านี่คือซัมยาซา ผู้ปกครองอันดับสามของนรก
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเมื่อเห็นว่าทูตสวรรค์ที่รักของน้องชายไม่หยิบไฟแช็คไปสักที เลยเป็นฝ่ายที่จุดบุหรี่ให้แทน ก่อนจะจุดบุหรี่ให้ตัวเองตามมา แซคเคอัสขยับปากพูดเพียงแค่ไม่มีเสียงออกมา ขอบคุณ ผู้นำปีศาจตนที่สามของนรกยักคิ้วคล้ายกำลังบอกว่าไม่ต้องใส่ใจ
และในขณะนั้นอดีตผู้นำแห่งแสงรับรู้สัมผัสได้ถึงการมาของซัมยาซาเลยตั้งใจที่จะเอ่ยถึงเรื่องที่อีกฝ่ายควรจะต้องรู้ว่าน้องชายที่รักได้ทำอะไรเพื่อตนไปบ้าง
" อืม ข้ารู้ เป็นเจ้า คนที่ออกไปตามหาเศษเสี้ยววิญญาณของแอสเทียร์ ภรรยาที่รักของซัมยาซา "
เมื่ออดีตหัวหน้าคณะผู้เฝ้าดูซัมยาซาได้ยินชื่อของภรรยาตัวเอง เขาถึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ จนปล่อยให้ม้วนบุหรี่ในมือหล่นตกลงสู่พื้น
" เดธบอกท่านหรือ เขาเก็บความลับให้ข้ามาตั้งนาน ทำไมถึงได้มาบอกท่านเอาตอนนี้ " ด้วยนิสัยของเดธที่เป็นทั้งเพื่อนและน้องชาย ทำให้เขารู้ถึงนิสัยใจคออีกฝ่ายพอสมควร จึงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ว่าเทวทูตที่พูดน้อยราวกับกลัวว่าทองคำจะหล่นออกจากปากเป็นคนที่เปิดเผยความลับของเขาก่อนผู้อื่น
" ข้าก็ไม่เข้าใจความคิดเขามากนัก แต่ข้าคิดว่าที่เขายอมบอกข้าในวันนี้ ล้วนหวังดีต่อเจ้า "
" ในวันที่แอสเทียร์ถูกทัณฑ์สวรรค์ลงโทษ จนถึงขั้นวิญญาณแตกสลายไร้โอกาสที่จะกลับมาเกิดใหม่ต่อหน้าต่อตาท่านพี่ซัมยาซา ข้าอยู่ด้วย...ข้าไม่มีวันลืมสีหน้านั้นของเขาได้เลย และทนไม่ได้ที่เห็นเขาคร่ำครวญถึงนางอย่างคนเสียสติ "
" ข้าเลยขอร้องให้เดธช่วยข้ารวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณนางแลกกับการที่ข้าจะทำตามคำขออย่างหนึ่งที่เขาต้องการ ข้ากับเขาใช้เวลานับพันปีกว่าจะรวบรวมวิญาญาณนางจนครบ แต่ถึงอย่างนั้นพลังวิญญาณอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถอยู่ในนรกได้ ข้าเลยพาขึ้นมายังโลกมนุษย์ และใช้พลังของข้าหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณของนางอยู่พักนึง "
ก่อนที่อาซาเซลกับทูตแห่งความตายจำต้องยอมแหกกฎให้วิญญาณนางกลับเข้าไปอยู่ในวัฎจักรเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์ อดีตทูตสวรรค์ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมพอสมควรถึงสามารถตบตาสวรรค์ได้ แต่ที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีขนาดนี้เพราะเดธคอยช่วยเหลือ
" แล้วตอนนี้วิญญาณนางอยู่ไหน "
คำถามของลูซิเฟอร์ทำเอาหัวใจของซัมยาซาแทบหยุดเต้น คาดหวังในคำตอบของอาซาเซล แต่รู้ว่าถ้าน้องชายคนนี้อยากบอกคงบอกมานานแล้ว ต่อให้เขาออกไปคุยด้วยตัวเองก็คงไม่ได้คำตอบ
" อยู่บนโลกมนุษย์นี่แหละ อีกไม่นานทั้งเขาและท่านก็จะได้พบกับนาง "
ขณะที่กำลังเอ่ยถึงเรื่องเล่าทั้งหมดจอมปีศาจวกะกับราชาแห่งนรกทั้งสองหันหน้าไปยังทิศทางที่ซัมยาซากับแซคเคอัสแอบซ่อนอยู่ โดยที่ไม่รู้เลยว่าถูกพบเห็นแล้ว ในตอนนี้อาซาเซลนึกเสียใจที่ต้องให้ทูตสวรรค์มารับรู้ในรูปแบบนี้ ถ้ามีหนทางที่ดีกว่านี้ เขาก็อยากจะมานั่งจับเข่าคุยกับคนที่เขารักมาทั้งชีวิตถึงเรื่องราวทั้งหมด
" พี่เข้าใจแล้ว จะรอวันนั้น "
เป็นไปตามที่ซัมยาซาคิดเอาไว้ เขารู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้รับคำตอบโดยง่ายแต่ด้วยความเชื่อใจที่มีให้อาซาเซลนั้นเต็มเปี่ยมในหัวใจ ในเมื่อเขารอมานานขนาดนี้แล้วรออีกหน่อยจะเป็นอะไรไป เขาหันไปยิ้มให้แซคเคอัสที่ยังยืนอยู่ด้วยกัน ขยับริมฝีปากกล่าวออกมาอย่างไร้เสียงว่า ฝากเขาด้วยนะ ก่อนที่จะเดินหายไปอีกทาง
" ขอบคุณ เดี๋ยวข้าจะพานาธานกลับเข้าบ้าน ถึงเวลามื้อเที่ยงแล้ว " อาซาเซลดีดนิ้วเสกแว่นกันแดดขึ้นมาใหม่ก่อนจะสวมมันแล้วเดินเข้าไปประคองนาธานให้ลุกขึ้น
" คุณลุงจะพักที่บ้านด้วยกันไหมครับ " นาธานเอ่ยถาม
" ไม่ล่ะ หลานชาย ข้ามีเรื่องที่ต้องไปจัดการนิดหน่อยในนรก แต่ไม่ต้องห่วง วันที่เจ้าจะจากโลกนี้ไป ข้าจะอยู่ที่นั่น เคียงข้างเจ้า " สิ้นประโยค ตัวของลูซิเฟอร์ก็หายวับไปกับตา ยังเป็นพวกคิดไวทำไวไม่เปลี่ยนไปเลย
" เหนื่อยไหมครับคุณพ่อ " เสียงแหบแห้งเอ่ยถามพ่อบุญธรรมด้วยความห่วงใย ถึงเขาจะอายุเยอะแล้วทำให้ประสาทส่วนหูได้ยินไม่เท่าแต่ก่อน แต่เพราะคุณพ่อกับคุณลุงยืนคุยกันไม่ไกลจากตัวเขา ทำให้เขาได้ยินทุกอย่าง
" ทำเพื่อคนที่รักแล้วมีอะไรให้เหนื่อย เพียงแค่มัน..ทำให้พ่อรู้สึกโดดเดี่ยวยามทำมันเพียงลำพัง แต่ช่วยไม่ได้นี่ พ่อเลือกเอง " น้ำเสียงทุ้มนุ่นของอาซาเซลเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าแบบที่นาธานไม่เคยได้ยินมาก่อน
" พ่อครับ ผมมีเรื่องอยากถามพ่อมาตลอด ว่าทำไมพ่อถึงชอบทำหน้าเศร้าทุกครั้งที่พวกคุณอามาเยี่ยมเรา จนผมคิดว่ามีปัญหากันเสียอีก "
" อ๋อ เรื่องนั้นเองหรอ... เพราะทุกครั้งที่พวกเขาขึ้นมาเยี่ยมเราที่บ้าน พ่อเห็นแววตาที่พวกอาของลูกมองมายังพวกเรามันมีทั้งความอิจฉา คิดถึง โหยหา ก็อย่างที่ลูกรู้ พวกเขาสูญเสียทั้งสามีภรรยาและลูกที่รักอย่างไม่มีวันหวนคืน พ่อเลยรู้สึกผิดที่...ตัวเองมีความสุข ในขณะพวกเขาไม่ได้มีโอกาส "
รู้สึกผิดมากเสียจนคิดว่าเขาไม่ควรได้รับมัน เขาปฏิเสธที่จะมีความสุข ถอยห่างจากลูกชาย ตีกรอบความสัมพันธ์กับคนอื่น รวมถึงการไม่ตอบรับความรู้สึกของแซคเคอัส เพราะเขาต้องการที่จะลงโทษตัวเอง ที่ไม่เอาไหนไม่สามารถปกป้องใครเอาไว้ได้
" นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อปฏิเสธคุณอาแซคด้วยใช่ไหมครับ ผมหลงคิดว่าเป็นเพราะคุณอาแซคคือทูตสวรรค์ พ่อเลยเป็นกังวลถ้าสวรรค์รู้ถึงความสัมพันธ์นี้เข้าคุณอาจะเป็นอันตรายได้ "
ตั้งแต่เด็กจนโตมาเขาเฝ้ารอให้ถึงวันอาทิตย์เร็วๆ เพื่อให้ทูตสวรรค์ที่มีผมบลอนด์เงินสวยมาหาที่บ้าน ไม่ใช่เพราะเขาอยากได้ขนมหรือคนเล่นด้วย แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่คุณอาแซคมา คุณพ่อจะมีความสุขมาก และเขาก็ชอบที่ได้เห็นอาซาเซลยิ้มแบบนั้น
" พ่อกลัวว่าเขาจะเสียใจทีหลังมากกว่า พ่อไม่รู้สึกแย่หรอกนะ ถ้าเขาต้องตกสวรรค์แล้วกลายเป็นปีศาจขึ้นมา ความรู้สึกที่พ่อมีให้เขามันมากเกินกว่าที่จะสนใจรูปลักษณ์ภายนอก แต่ว่านะ..การเป็นทูตสวรรค์มันเป็นตัวตนของเขา พ่อไม่อยากพรากมันจากเขา เหมือนอย่างที่พ่อถูกกระทำ"
อาซาเซลถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ ถึงจะรู้ว่าคนที่กำลังเอ่ยถึงนั้นแอบตามเขามา แต่เอาเถอะยังไงเสียถ้าแซคเคอัสไม่รู้ตอนนี้อีกเดี๋ยวก็ต้องรู้อยู่ดี
" ที่พ่อปฏิเสธแซคเคอัสมาตลอด เพราะพ่อคิดว่าตัวเองไม่สมควรได้รับมัน พ่อจะมีความสุขได้ยังไง เมื่อครอบครัวของพ่อต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวและทรมาน แต่..พ่อแม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลย พ่อรักแซคมาก มากจนไม่อาจปล่อยมือจากเขาได้ และทนไม่ได้ถ้าแซคหันไปรักคน
อื่นที่ไม่ใช่พ่อ พ่อเลย...ทำได้แค่ให้ความสัมพันธ์ของเรามันหยุดอยู่แค่นี้ แค่คำว่าเพื่อนที่เรียกได้ไม่เต็มปากด้วยซ้ำ"
แซคเคอัสที่แอบฟังอยู่นานตัดสินใจปรากฏตัวให้เห็นต่อหน้าอาซาเซลและนาธาน ทำเอาทั้งสองต้องหยุดชะงัก จอมปีศาจวกะที่ได้เห็นแววตาสีไพลินที่กำลังตัดพ้อมองมายังเขา มันทำให้หัวใจของอดีตทูตสวรรค์เจ็บปวดจนต้องเมินหน้าหนี
" ผมไม่เข้าใจเลยว่า คนที่ฉลาดอย่างคุณถึงได้ คิดอะไรโง่เง่าขนาดนี้ "